บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.06
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5940 out_tok=2569 at=2026-07-25T21:39:51 -->
MORE กำไรสุทธิ Q3/2565 พุ่ง 146% รับแรงหนุนรายได้รวมโต 64% จากการรวมธุรกิจโลตัสส์
MORE Q3/2565: กำไรสุทธิโตแรง 146.3% YoY รับอานิสงส์การรวมธุรกิจโลตัสส์ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 3,677 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 146.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้รวมที่ 64.0% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการรวมงบการเงินของธุรกิจโลตัสส์เข้ามา รวมถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ MORE ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การรวมงบการเงินของธุรกิจโลตัสส์เข้ามาอย่างเต็มที่ ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมและกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **การรวมธุรกิจโลตัสส์:** การรับรู้รายได้ของธุรกิจโลตัสส์เข้ามาในงบการเงิน ส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทฯ เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยในไตรมาส 3 ปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 213,808 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน การรวมธุรกิจนี้ยังส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นและต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเช่นกัน
2. **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ:** การเปิดประเทศและการกระตุ้นเศรษฐกิจส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven) มียอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันเพิ่มขึ้น 22.1% และจำนวนลูกค้าต่อสาขาต่อวันเฉลี่ย 928 คน ซึ่งเป็นผลมาจากการยกเลิกมาตรการควบคุม COVID-19 และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ
3. **การเติบโตของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ:** นอกจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อแล้ว กลยุทธ์ O2O (Online to Offline) เช่น 7-Eleven Delivery, All Online และ 24Shopping ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ โดยมีสัดส่วนสูงกว่า 10% ของรายได้จากการขายสินค้ารวม นอกจากนี้ การบริหารต้นทุนขายสินค้าและต้นทุนการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจร้านสะดวกซื้อปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 27.4% เป็น 27.6%
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าในปี 2565 บริษัทฯ จะสามารถสร้างการเติบโตได้จากการขยายตัวของเศรษฐกิจ (GDP) การบริโภคภายในประเทศ และอัตราเงินเฟ้อ รวมถึงการลงทุนเปิดร้านสาขาใหม่ประมาณ 700 สาขาในปี 2565 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบ เช่น การปรับขึ้นของราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งอาจกระทบต่อต้นทุนสินค้า ค่าขนส่ง ค่าครองชีพ และกำลังซื้อของผู้บริโภค
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิโตแรง 146.3% YoY:** อยู่ที่ 3,677 ล้านบาท จาก 1,493 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมพุ่ง 64.0% YoY:** อยู่ที่ 213,808 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากการรวมธุรกิจโลตัสส์
* **กำไรขั้นต้นเพิ่ม 71.7% YoY:** อยู่ที่ 45,188 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับเพิ่มขึ้นจาก 21.0% เป็น 21.8%
* **ต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่ม 57.7% YoY:** อยู่ที่ 41,916 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการรวมธุรกิจโลตัสส์
* **ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven) เติบโตโดดเด่น:** รายได้เพิ่ม 32.6% YoY ยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันเพิ่ม 22.1% และจำนวนลูกค้าต่อสาขาต่อวันเพิ่มขึ้น
* **แผนลงทุนปี 2565:** วางงบลงทุน 11,500 – 12,000 ล้านบาท เพื่อเปิดร้านสาขาใหม่ 700 สาขา ปรับปรุงร้านเดิม และลงทุนในโครงการใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 213,808 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค (แม็คโคร) และการรับรู้รายได้ของธุรกิจโลตัสส์เข้ามา กำไรขั้นต้นจากการขายและบริการเท่ากับ 45,188 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับเพิ่มขึ้นจาก 21.0% เป็น 21.8%
ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมอยู่ที่ 41,916 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากการรวมธุรกิจโลตัสส์เข้ามา ซึ่งส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 115.5% เป็น 9,560 ล้านบาท และกำไรสุทธิเท่ากับ 3,677 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 146.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับผลการดำเนินงานงวดเก้าเดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 627,195 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.2% และมีกำไรสุทธิ 10,134 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศ:** การเปิดประเทศและการกระตุ้นเศรษฐกิจส่งผลดีต่อกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
* **กลยุทธ์ O2O ที่แข็งแกร่ง:** ช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ที่เชื่อมโยงกันช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้าและเพิ่มยอดขาย
* **การขยายเครือข่ายสาขา:** แผนการเปิดร้านสาขาใหม่ 700 สาขาในปี 2565 จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าและสร้างรายได้ในระยะยาว
* **การบริหารต้นทุนและอัตรากำไร:** การบริหารต้นทุนขายสินค้าและต้นทุนการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพช่วยรักษาและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและภายในประเทศ:** การปรับขึ้นของราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์อาจกระทบต่อต้นทุน ค่าขนส่ง ค่าครองชีพ และกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมค้าปลีก:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การปรับตัวต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการเติบโตของรายได้และกำไรในไตรมาสถัดไป:** โดยเฉพาะผลกระทบจากการรวมธุรกิจโลตัสส์และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
* **การบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนสินค้า ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **ความคืบหน้าของการขยายสาขาและการลงทุน:** การบรรลุเป้าหมายการเปิดสาขาใหม่ 700 สาขาในปี 2565
* **ผลกระทบจากปัจจัยมหภาค:** การติดตามสถานการณ์ราคาพลังงาน ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และอัตราเงินเฟ้อ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven):**
* **จำนวนสาขา:** ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 มี 13,660 สาขา โดยเปิดใหม่สุทธิ 227 สาขาในไตรมาสนี้
* **ยอดขาย:** รายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 90,417 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.6% YoY
* **ยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวัน:** 76,612 บาท
* **ยอดขายเฉลี่ยของร้านสาขาเดิม (SSS):** เพิ่มขึ้น 22.1% YoY
* **จำนวนลูกค้าต่อสาขาต่อวัน:** เฉลี่ย 928 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** 27.6% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 27.4% ในปีก่อน
* **กำไรสุทธิ:** 3,109 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81.7% YoY
**ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค (แม็คโคร และ โลตัสส์):**
* **รายได้:** มีสัดส่วน 52% ของรายได้รวมก่อนหักรายการระหว่างกัน (รวมโลตัสส์)
* **กำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้:** มีสัดส่วน 35% ของกำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ก่อนหักรายการระหว่างกัน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรงในส่วน MD&A นี้
## สรุปท้าย
MORE โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 แข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 146.3% YoY เป็น 3,677 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการรวมงบการเงินของธุรกิจโลตัสส์เข้ามาอย่างเต็มที่ ประกอบกับการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจภายในประเทศที่ส่งผลดีต่อกำลังซื้อและยอดขายของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven) แม้จะเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนขายและต้นทุนการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงกลยุทธ์ O2O ที่แข็งแกร่ง ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดี ฝ่ายจัดการยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายสาขาและลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและภายในประเทศ รวมถึงการแข่งขันในอุตสาหกรรมค้าปลีกอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MORE ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
16.09
ล้านบาท
↑ 32.4% YoY
กำไรขั้นต้น
2.46
ล้านบาท
↓ 18.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.31
%
กำไรสุทธิ
-3.57
ล้านบาท
↓ 97.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-22.20
%
D/E Ratio
0.08
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
16
↑ + 32.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2
↓ -18.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-4
↓ -97.2%
YoY
D/E Ratio
0.08
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MORE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.08
ROE (%)
-0.09
ROA (%)
0.41
Book Value/หุ้น
0.14
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MORE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+28
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MORE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1.45
-98.76%
|
116.86
+277.82%
|
30.93
-154.27%
|
-56.99
-11.82%
|
-64.63
-235.72%
|
47.62
-190.84%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
28.00
-47.00%
|
52.83
-78.42%
|
244.79
-2,516.49%
|
-10.13
-16.00%
|
-12.06
-89.11%
|
-110.78
-52.64%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.00
-100.00%
|
0.13
-98.30%
|
7.66
-98.95%
|
726.08
+15,753.28%
|
4.58
-86.53%
|
33.99
-2,185.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-17.48
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
57.50
-73.21%
|
214.60
-68.79%
|
687.50
+8,691.56%
|
7.82
+59.59%
|
4.90
-85.61%
|
34.06
-89.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
33.12
-42.40%
|
57.50
-73.21%
|
214.60
-68.79%
|
687.50
+8,691.56%
|
7.82
+59.59%
|
4.90
-85.61%
|