บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน
2.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7735 out_tok=3081 at=2026-07-25T21:18:30 -->
# MODERN กำไรสุทธิปี 2564 หดตัว 37.8% รับผลกระทบโควิดฉุดยอดขายโครงการ
## รายได้รวมวูบ 19.1% ฝ่ายบริหารเร่งปรับกลยุทธ์รับ New Normal เน้นสินค้าไลฟ์สไตล์และช่องทาง O2O
บริษัท โมเดอร์นฟอร์ม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MODERN รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 88.1 ล้านบาท ลดลง 37.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 19.1% จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลให้การส่งมอบงานโครงการชะลอตัว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์โดยเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบรับวิถีชีวิต New Normal และขยายช่องทางการขายแบบ O2O เพื่อรับมือกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ MODERN ลดลง 37.8% ในปี 2564 มาจาก **การหดตัวของรายได้จากการขาย 21.0% โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานและบ้านที่ลดลงถึง 22.2%** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้การส่งมอบงานโครงการต้องชะลอตัวออกไป แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้น 3.6% แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพรวมเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ทำให้การลงทุนในโครงการต่างๆ ชะลอตัวลง โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ เช่น คอนโดมิเนียม โรงแรม และการลงทุนด้านเฟอร์นิเจอร์สำนักงานของผู้ประกอบการส่วนใหญ่ถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป ส่งผลโดยตรงต่อยอดขายของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานและบ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจหลักของบริษัทฯ ทำให้รายได้จากการขายโดยรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบริษัทฯ จะพยายามปรับกลยุทธ์ด้วยการเน้นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ตอบรับวิถีชีวิต New Normal และการเพิ่มช่องทาง O2O แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยการชะลอตัวของงานโครงการได้ทั้งหมด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากการวิเคราะห์เอกสาร พบว่าสาเหตุหลักของการลดลงของผลประกอบการมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์ดังกล่าว และการปรับตัวเพื่อรองรับสภาพตลาดที่เปลี่ยนไป โดยเน้นกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต New Normal และการลงทุนในธุรกิจที่ต่อเนื่องจากธุรกิจเดิมและธุรกิจอื่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงธุรกิจหลัก อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ และผู้บริโภคยังไม่มั่นใจรายได้ในอนาคต ทำให้การใช้จ่ายยังคงระมัดระวัง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายในระยะสั้น แต่หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง และเศรษฐกิจฟื้นตัว คาดว่าผลประกอบการจะสามารถปรับตัวดีขึ้นได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 37.8%** อยู่ที่ 88.1 ล้านบาท จาก 141.9 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้รวมลดลง 19.1%** อยู่ที่ 2,424.2 ล้านบาท จาก 2,997.9 ล้านบาทในปี 2563
* **ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานและบ้าน มียอดขายลดลง 22.2%** อยู่ที่ 1,660.7 ล้านบาท เป็นปัจจัยหลักที่ฉุดรายได้รวม
* **อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น 3.6%** อยู่ที่ 33.6%
* **ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 18.8%** อยู่ที่ 2,282.8 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 2.2%** อยู่ที่ 3,415.6 ล้านบาท โดยมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 149.5 ล้านบาท
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 7.6%** อยู่ที่ 1,092.8 ล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 85.4 ล้านบาท
* **บริษัทฯ มีแผนลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจที่ต่อเนื่องจากธุรกิจเดิมและธุรกิจอื่นๆ** เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและลดความเสี่ยง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท โมเดอร์นฟอร์ม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 2,424.2 ล้านบาท ลดลง 19.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง 21.0% มาอยู่ที่ 2,134.6 ล้านบาท ขณะที่รายได้ค่าเช่า ค่าบริการ ค่าบริการออกแบบและก่อสร้าง เพิ่มขึ้น 8.7% เป็น 242.1 ล้านบาท และรายได้อื่นลดลง 35.5% อยู่ที่ 47.5 ล้านบาท
ต้นทุนขายลดลง 25.1% มาอยู่ที่ 1,443.7 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากรายได้จากการขาย ค่าเช่า ค่าบริการ และค่าบริการออกแบบและก่อสร้าง ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.6% มาอยู่ที่ 33.6%
ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 18.8% มาอยู่ที่ 2,282.8 ล้านบาท โดยต้นทุนขายลดลง 25.1% ต้นทุนค่าเช่า ค่าบริการ ค่าบริการออกแบบและก่อสร้าง เพิ่มขึ้น 14.0% และค่าใช้จ่ายขายบริหารและค่าใช้จ่ายอื่นลดลง 7.9%
ส่งผลให้กำไรจากกิจกรรมดำเนินงานลดลง 24.5% มาอยู่ที่ 141.4 ล้านบาท และเมื่อรวมกับรายการอื่นๆ เช่น ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม และต้นทุนทางการเงิน ทำให้กำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 35.9% มาอยู่ที่ 111.4 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง 37.8% มาอยู่ที่ 88.1 ล้านบาท
## โอกาส
* **การปรับกลยุทธ์รับวิถีชีวิต New Normal:** บริษัทฯ ได้พัฒนาคอลเลคชั่นพิเศษ “The Power of Positivity Series” ที่สะท้อนงานศิลปะเพื่อแต่งเติมบ้าน และสินค้าที่ตอบโจทย์ Working Lifestyle เช่น เก้าอี้รุ่น SILQ และชุดโซฟา Kaledia ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อเทรนด์การทำงานที่บ้าน (WFH) และการใช้ชีวิตที่บ้านมากขึ้น
* **การเพิ่มยอดขายผ่านกลยุทธ์ O2O:** การขยายช่องทางการขายผ่าน Modernform online store, E-Commerce partner (Nocnoc, Shopee, JD Central, Lazada) ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมทางการตลาดผ่าน Showroom จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าและสร้างยอดขาย
* **Digital Transformation:** การปรับปรุงกระบวนการภายในโรงงานและการจัดส่งติดตั้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและตอบสนองลูกค้าได้เร็วขึ้น จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า
* **ธุรกิจโรงพยาบาลชีวาศิลป์:** การได้รับสัญญากับกรมบัญชีกลางเพื่อให้บริการรักษามะเร็งแก่ข้าราชการ เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ที่มั่นคงและขยายฐานลูกค้า
* **แผนการลงทุนในธุรกิจใหม่:** การลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจที่ต่อเนื่องจากธุรกิจเดิมและธุรกิจอื่นๆ จะช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเติบโตในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดที่ยังคงมีอยู่และอาจมีสายพันธุ์ใหม่ๆ เกิดขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ทำให้การใช้จ่ายยังคงระมัดระวัง
* **การชะลอตัวของงานโครงการ:** การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ เช่น คอนโดมิเนียม โรงแรม และการลงทุนด้านเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน ยังคงมีความเสี่ยงที่จะถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และสินค้าไลฟ์สไตล์มีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการในประเทศและต่างประเทศ
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่อาจผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจโลก อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นได้
* **การพึ่งพิงธุรกิจหลัก:** แม้จะมีแผนกระจายความเสี่ยง แต่ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ยังคงเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และโครงการต่างๆ:** จะส่งผลโดยตรงต่อยอดขายในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์สำนักงานและบ้าน
* **ประสิทธิภาพของกลยุทธ์ O2O:** การวัดผลความสำเร็จของการขยายช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ในการสร้างยอดขาย
* **ความคืบหน้าของการลงทุนในธุรกิจใหม่:** การเข้าซื้อกิจการหรือการร่วมทุนใหม่ๆ ที่จะช่วยเสริมศักยภาพการเติบโตของบริษัทฯ
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงพยาบาลชีวาศิลป์:** การขยายฐานลูกค้าและการบริหารจัดการต้นทุน
* **การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ:** การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ 149.5 ล้านบาท อาจสะท้อนถึงยอดขายที่ชะลอตัว หรือการเตรียมสต็อกสำหรับสินค้าใหม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานและบ้าน:** มียอดขายลดลง 22.2% เป็นผลจากการชะลอตัวของงานโครงการ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก
* **ธุรกิจวัสดุอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์หินสังเคราะห์พรมแผ่น และพื้น:** ยอดขายลดลง 8.6%
* **ธุรกิจให้เช่าพื้นที่และบริการ:** รายได้ลดลง 4.9%
* **ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพและเครื่องมือทางการแพทย์:** รายได้ลดลง 8.1%
* **ธุรกิจออกแบบสถาปัตยกรรม:** รายได้ลดลง 47.8%
โดยรวมแล้ว ธุรกิจหลักที่เกี่ยวข้องกับเฟอร์นิเจอร์ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจและงานโครงการ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้พยายามปรับตัวโดยการเน้นสินค้าไลฟ์สไตล์และการขายผ่านช่องทางออนไลน์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 3,415.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 20.9 ล้านบาท อยู่ที่ 698.2 ล้านบาท สินทรัพย์ทางการเงินเพิ่มขึ้น 76.1 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 149.5 ล้านบาท ขณะที่ลูกหนี้การค้าลดลง 106.1 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,092.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% โดยมีเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น 27.2 ล้านบาท และเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 85.4 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเล็กน้อย 0.2% อยู่ที่ 2,322.8 ล้านบาท
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานเป็นบวก 191.1 ล้านบาท แต่กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนใช้ไป 28.0 ล้านบาท และกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหำเงินใช้ไป 142.2 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการจ่ายเงินปันผล 150.0 ล้านบาท ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดโดยรวมเพิ่มขึ้น 20.9 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 0.4 เท่า เป็น 0.5 เท่า และอัตราส่วนสภาพคล่องลดลงเล็กน้อยจาก 2.8 เท่า เป็น 2.6 เท่า
## สรุปท้าย
ปี 2564 เป็นปีที่ท้าทายสำหรับ MODERN จากผลกระทบของโควิด-19 ที่ฉุดรายได้และกำไรสุทธิให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ที่พึ่งพางานโครงการ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปรับตัวด้วยการพัฒนาสินค้าที่ตอบรับวิถีชีวิตใหม่ และขยายช่องทางการขาย O2O รวมถึงการลงทุนในธุรกิจใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยง แม้ว่าความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา แต่กลยุทธ์การปรับตัวเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการให้ฟื้นตัวในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MODERN ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
675.67
ล้านบาท
↓ 9.5% YoY
กำไรขั้นต้น
209.53
ล้านบาท
↓ 9.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.01
%
กำไรสุทธิ
70.54
ล้านบาท
↑ 13.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.44
%
D/E Ratio
0.43
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
676
↓ -9.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
210
↓ -9.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
71
↑ + 13.1%
YoY
D/E Ratio
0.43
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MODERN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.43
ROE (%)
4.81
ROA (%)
4.60
Book Value/หุ้น
3.13
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MODERN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-104
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-40
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MODERN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-104.45
-35.79%
|
-162.67
-230.19%
|
124.95
-51.80%
|
259.22
-159.94%
|
-432.47
-224.04%
|
348.66
+1,658.25%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-40.40
-989.87%
|
4.54
-193.22%
|
-4.87
-103.25%
|
150.02
+201.97%
|
49.68
+428.51%
|
9.40
+849.49%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
98.48
+301.30%
|
24.54
-19.93%
|
30.65
-54.30%
|
67.07
-57.74%
|
158.69
-213.36%
|
-139.99
+203.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-46.37
-65.28%
|
-133.57
-188.62%
|
150.72
-68.36%
|
476.32
-324.41%
|
-212.25
-197.34%
|
218.06
-961.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
606.66
+7.74%
|
563.07
+52.81%
|
368.48
-47.23%
|
698.25
+3.09%
|
677.33
+47.48%
|
459.27
+54.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|