บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน
2.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8768 out_tok=2998 at=2026-07-25T20:54:42 -->
MODERN Q3/2566 รายได้รวมโต 18.5% รับแรงหนุนธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพ-เครื่องมือแพทย์พุ่งแรง
**ยอดขายรวมพุ่ง 18.5% YoY รับอานิสงส์ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพและเครื่องมือแพทย์เติบโตโดดเด่น 123.8% ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายบริหารจัดการได้ดี ส่งผลกำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่อง**
บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MODERN รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 719.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากยอดขายที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพและเครื่องมือทางการแพทย์ ขณะที่ภาพรวมต้นทุนและค่าใช้จ่ายสามารถบริหารจัดการได้ดี ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก SSS/volume, ราคาขาย, ต้นทุนวัตถุดิบ, ค่าการตลาด, ช่องทางขาย, หรือสินค้าใหม่
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ MODERN ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพและเครื่องมือทางการแพทย์ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ**
**1) หัวใจคืออะไร**
ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ผลประกอบการของ MODERN ในไตรมาส 3/2566 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ การเติบโตของรายได้จากการขายในกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพและเครื่องมือทางการแพทย์ที่สูงถึง 123.8% หรือ 53.6 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2565 ส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 18.5% หรือ 112.6 ล้านบาท นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่ารายได้ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ เติบโตขึ้น 0.3% YoY และเติบโตอย่างโดดเด่น 102.6% QoQ
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพและเครื่องมือทางการแพทย์ มาจากการส่งมอบงานโครงการที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการสินค้าในกลุ่มนี้ที่ยังคงมีอยู่สูง และความสามารถในการขยายตลาดของบริษัทฯ ในขณะเดียวกัน การที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นเพียง 23.3% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 14.4% ซึ่งน้อยกว่าการเติบโตของรายได้รวมที่ 18.5% แสดงให้เห็นถึงความพยายามของฝ่ายบริหารในการควบคุมค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการบริหารต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของยอดขาย และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพ
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพและเครื่องมือทางการแพทย์ เนื่องจากเอกสารระบุว่าการเติบโตมาจากการส่งมอบงานโครงการ ซึ่งมักจะมีลักษณะต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ในกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานและบ้านที่เพิ่มขึ้น 8.1% จากงานโครงการ และธุรกิจวัสดุอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ที่เพิ่มขึ้น 23.2% ก็เป็นสัญญาณที่ดีที่บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของตลาดในภาพรวม แม้ว่าธุรกิจให้เช่าพื้นที่และบริการจะลดลงเล็กน้อย แต่ผลกระทบต่อภาพรวมค่อนข้างจำกัด การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพก็เป็นสิ่งที่ฝ่ายจัดการให้ความสำคัญ ซึ่งหากสามารถรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้ ก็มีแนวโน้มที่จะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2566 เติบโต 18.5% YoY** แตะ 719.7 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 20.4%
* **กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น Q3/2566 เพิ่มขึ้น 102.6% QoQ** เป็น 26.1 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 0.3% YoY
* **ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพและเครื่องมือทางการแพทย์ โตโดดเด่น 123.8% YoY** รายได้ 96.9 ล้านบาท จากการส่งมอบงานโครงการที่เพิ่มขึ้น
* **ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานและบ้าน เติบโต 8.1% YoY** รายได้ 466.9 ล้านบาท จากการส่งมอบงานโครงการเช่นกัน
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 23.3% YoY** สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่มีการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับยอดขาย
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพิ่มขึ้น 14.4% YoY** โดยมีค่าใช้จ่ายโฆษณาและส่งเสริมการขายเป็นปัจจัยหลักที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 719.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย 20.4% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการส่งมอบงานโครงการที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่รายได้จากค่าเช่า ค่าบริการ และรายได้ค่าบริการออกแบบและก่อสร้างมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย เมื่อพิจารณาในงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,914.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ด้านต้นทุนรวมในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 493.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 23.3% สอดคล้องกับรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวม 195.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.4% โดยมีค่าใช้จ่ายโฆษณาและส่งเสริมการขายเป็นปัจจัยหลักที่เพิ่มขึ้น
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ ในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 26.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 และเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 102.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2566 ส่วนในงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 43.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 209.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพและเครื่องมือทางการแพทย์:** ความต้องการสินค้าในกลุ่มนี้มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากการให้ความสำคัญกับสุขภาพ และการลงทุนในสถานพยาบาล
* **การส่งมอบงานโครงการที่เพิ่มขึ้น:** เป็นสัญญาณบวกต่อรายได้ในกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานและบ้าน รวมถึงธุรกิจวัสดุอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ:** หากสามารถรักษาแนวทางการบริหารจัดการนี้ไว้ได้ จะช่วยหนุนอัตรากำไรให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การฟื้นตัวของตลาดในภาพรวม:** การเติบโตของรายได้ในหลายกลุ่มธุรกิจบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของอุปสงค์
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์มีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตในประเทศและต่างประเทศ
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเฟอร์นิเจอร์อาจมีความผันผวน ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **ภาวะเศรษฐกิจ:** การชะลอตัวของเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** ความต้องการสินค้าและบริการอาจเปลี่ยนแปลงไปตามเทรนด์และเทคโนโลยี
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการส่งมอบงานโครงการ:** จะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลักในกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานและบ้าน และธุรกิจวัสดุอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์หรือไม่
* **การเติบโตของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพและเครื่องมือทางการแพทย์:** จะสามารถรักษาอัตราการเติบโตที่สูงนี้ได้ต่อเนื่องในไตรมาสถัดไปหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ฝ่ายบริหารจะสามารถควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพได้ต่อเนื่องหรือไม่ ท่ามกลางแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
* **แผนการตลาดและการส่งเสริมการขาย:** กลยุทธ์ในการกระตุ้นยอดขาย โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน:** หากมีผลกระทบต่อต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบหรือรายได้จากการส่งออก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
**ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานและบ้าน:** มียอดขาย 466.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.1% YoY จากการส่งมอบงานโครงการที่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์และภาคธุรกิจที่เริ่มกลับมาลงทุน
**ธุรกิจวัสดุอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์หินสังเคราะห์พรมแผ่น และพื้น:** มียอดขาย 124.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.2% YoY ซึ่งเป็นการเติบโตที่น่าสนใจ บ่งชี้ถึงความต้องการใช้วัสดุตกแต่งและส่วนประกอบเฟอร์นิเจอร์ที่เพิ่มขึ้น
**ธุรกิจให้เช่าพื้นที่และบริการ:** มีรายได้ 19.4 ล้านบาท ลดลง 4.1% YoY ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการหมดสัญญาเช่าของผู้เช่าบางราย แต่ผลกระทบต่อภาพรวมค่อนข้างจำกัด
**ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพและเครื่องมือทางการแพทย์:** เป็นดาวเด่นของไตรมาสนี้ ด้วยรายได้ 96.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 123.8% YoY การเติบโตนี้มาจากปัจจัยบวกด้านความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้น และการขยายตลาดของบริษัทฯ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 3,210.0 ล้านบาท ลดลง 4.2% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของสินทรัพย์ทางการเงินและสินค้าคงเหลือ ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 924.7 ล้านบาท ลดลง 13.3% จากสิ้นปี 2565 โดยเป็นการลดลงของหนี้สินหมุนเวียนและหนี้สินไม่หมุนเวียน ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.4 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
ในส่วนของกระแสเงินสด ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีเงินสดสุทธิจากการดำเนินงาน 122.8 ล้านบาท สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินธุรกิจปกติ เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน 5.8 ล้านบาท และเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 83.5 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการจ่ายเงินปันผล ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดเพิ่มขึ้น 45.1 ล้านบาท เป็น 413.6 ล้านบาท
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ MODERN ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ การเติบโตอย่างโดดเด่นของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพและเครื่องมือทางการแพทย์ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโต 18.5% และกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่กำลังเติบโตสูง ขณะที่ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MODERN ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
675.67
ล้านบาท
↓ 9.5% YoY
กำไรขั้นต้น
209.53
ล้านบาท
↓ 9.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.01
%
กำไรสุทธิ
70.54
ล้านบาท
↑ 13.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.44
%
D/E Ratio
0.43
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
676
↓ -9.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
210
↓ -9.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
71
↑ + 13.1%
YoY
D/E Ratio
0.43
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MODERN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.43
ROE (%)
4.81
ROA (%)
4.60
Book Value/หุ้น
3.13
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MODERN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-104
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-40
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MODERN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-104.45
-35.79%
|
-162.67
-230.19%
|
124.95
-51.80%
|
259.22
-159.94%
|
-432.47
-224.04%
|
348.66
+1,658.25%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-40.40
-989.87%
|
4.54
-193.22%
|
-4.87
-103.25%
|
150.02
+201.97%
|
49.68
+428.51%
|
9.40
+849.49%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
98.48
+301.30%
|
24.54
-19.93%
|
30.65
-54.30%
|
67.07
-57.74%
|
158.69
-213.36%
|
-139.99
+203.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-46.37
-65.28%
|
-133.57
-188.62%
|
150.72
-68.36%
|
476.32
-324.41%
|
-212.25
-197.34%
|
218.06
-961.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
606.66
+7.74%
|
563.07
+52.81%
|
368.48
-47.23%
|
698.25
+3.09%
|
677.33
+47.48%
|
459.27
+54.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|