บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน
2.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7609 out_tok=3116 at=2026-07-25T22:30:51 -->
MODERN Q3/2564: กำไรสุทธิวูบ 73.6% รับผลกระทบโควิด-19 ฉุดยอดขายโครงการ
### หัวข้อรอง / sub-headline
ยอดขายรวมหด 29.6% แม้กำไรขั้นต้นดีขึ้น แต่ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายรวมลดลงไม่ทัน
บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MODERN รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 11.0 ล้านบาท ลดลง 30.6 ล้านบาท หรือ 73.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายรวมที่ลดลง 29.6% อันเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลให้การส่งมอบงานโครงการชะลอตัว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ MODERN ในไตรมาส 3 ปี 2564 ลดลงถึง 73.6% มาจากการ **ยอดขายรวมที่หดตัวอย่างมีนัยสำคัญถึง 29.6%** โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานและบ้าน ซึ่งเป็นรายได้หลักถึง 70% ของบริษัทฯ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการล็อกดาวน์และการชะลอการตัดสินใจลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2564 ส่งผลให้เกิดมาตรการล็อกดาวน์ในประเทศ ซึ่งกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภคของผู้ประกอบการและผู้บริโภคโดยตรง สำหรับ MODERN ซึ่งมีรายได้หลักถึง 70% มาจากงานโครงการ (เช่น โครงการโรงแรม คอนโดมิเนียม) การปิดแคมป์คนงานก่อสร้างชั่วคราวและการชะลอการตัดสินใจเปิดโครงการใหม่ ทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามแผน ส่งผลให้ยอดขายในกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานและบ้านลดลง 27.0% และธุรกิจวัสดุอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ลดลง 25.4% นอกจากนี้ ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพและเครื่องมือแพทย์ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยยอดขายลดลงถึง 51.4% แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้น 3.7% มาอยู่ที่ 33.6% และค่าใช้จ่ายรวมลดลง 27.7% แต่การลดลงของยอดขายที่มากกว่า ทำให้กำไรจากกิจกรรมดำเนินงานลดลงถึง 55.2% และส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลในเอกสาร ฝ่ายจัดการระบุว่า "การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนของผู้ประกอบการ และกำลังซื้อของผู้บริโภค" และ "บริษัทมองว่ายังคงมีความท้าทายอยู่มาก" ซึ่งบ่งชี้ว่าสถานการณ์ยังคงเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก อย่างไรก็ตาม การเติบโตของช่องทางการขายออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นกว่า 297% (YOY) แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของบริษัทฯ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว แต่สำหรับผลกระทบจากงานโครงการที่ชะลอตัวนั้น คาดว่าจะขึ้นอยู่กับการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เป็นสำคัญ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 73.6%** เหลือ 11.0 ล้านบาท จาก 41.9 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563
* **รายได้รวมหดตัว 29.6%** เหลือ 574.0 ล้านบาท จาก 815.5 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายลดลง 29.3%
* **ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานและบ้านยอดขายลด 27.0%** เหลือ 409.9 ล้านบาท เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
* **อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้น 3.7%** มาอยู่ที่ 33.6%
* **ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 27.7%** เหลือ 548.4 ล้านบาท
* **ช่องทางออนไลน์เติบโตโดดเด่น 297%** (YOY) สะท้อนการปรับตัวรับ New Normal
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 574.0 ล้านบาท ลดลง 241.5 ล้านบาท หรือ 29.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายอยู่ที่ 515.2 ล้านบาท ลดลง 213.3 ล้านบาท หรือ 29.3% รายได้ค่าเช่า ค่าบริการ ค่าบริการออกแบบและก่อสร้าง อยู่ที่ 49.1 ล้านบาท ลดลง 27.3 ล้านบาท หรือ 35.8% และมีรายได้อื่น 9.7 ล้านบาท ลดลง 0.9 ล้านบาท หรือ 9.5%
ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 548.4 ล้านบาท ลดลง 209.9 ล้านบาท หรือ 27.7% โดยต้นทุนขายลดลง 32.1% ต้นทุนค่าเช่า ค่าบริการ ค่าบริการออกแบบและก่อสร้าง ลดลง 50.5% และค่าใช้จ่ายขายบริหารและค่าใช้จ่ายอื่น ลดลง 10.6%
อัตรากำไรขั้นต้นจากรายได้จากการขาย ค่าเช่า ค่าบริการ ค่าบริการออกแบบและก่อสร้าง อยู่ที่ 33.6% เพิ่มขึ้น 3.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน
อย่างไรก็ตาม กำไรจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 25.6 ล้านบาท ลดลง 31.6 ล้านบาท หรือ 55.2% และส่วนแบ่งกำไร(ขาดทุน)จากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและในการร่วมค้าขาดทุน 6.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4.3 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้อยู่ที่ 17.1 ล้านบาท ลดลง 36.0 ล้านบาท หรือ 67.7% และกำไรสุทธิสำหรับงวดส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 11.0 ล้านบาท ลดลง 30.6 ล้านบาท หรือ 73.6%
เมื่อพิจารณาตามกลุ่มธุรกิจ ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานและบ้านมียอดขาย 409.9 ล้านบาท ลดลง 27.0% ธุรกิจวัสดุอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์หินสังเคราะห์ พรมแผ่น และพื้น มียอดขาย 71.4 ล้านบาท ลดลง 25.4% ธุรกิจให้เช่าพื้นที่และบริการมีรายได้ 21.3 ล้านบาท ลดลง 7.8% ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพและเครื่องมือทางการแพทย์มียอดขาย 57.4 ล้านบาท ลดลง 51.4% และธุรกิจออกแบบสถาปัตยกรรมมียอดขาย 3.9 ล้านบาท ลดลง 35.0%
## โอกาส
* **การเติบโตของช่องทางออนไลน์:** ช่องทางการขายออนไลน์มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 297% (YOY) ซึ่งสะท้อนถึงการปรับตัวเข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุค New Normal และเป็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้า
* **ธุรกิจโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านมะเร็ง "ชีวำมิตรำ" (MHC):** มีจุดเด่นด้านเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย เช่น นวัตกรรมตรวจวิเคราะห์มะเร็งจากเลือด (Liquid Biopsy) และการรักษาแบบแผนทางเลือก ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต
* **การลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ (Deep Technology):** บริษัทคาดว่าภายใน 3-5 ปี สัดส่วนรายได้จากการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีเทคโนโลยีชั้นสูงผ่านกองทุน SeaX Ventures จะเพิ่มเป็น 50% ซึ่งเป็นการกระจายความเสี่ยงและสร้างแหล่งรายได้ใหม่ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของ COVID-19:** ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนของผู้ประกอบการและกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัว
* **ความผันผวนของธุรกิจโครงการ:** รายได้หลัก 70% มาจากงานโครงการ ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อสภาวะเศรษฐกิจ การลงทุน และการตัดสินใจของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์
* **การชะลอตัวของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์:** ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์โดยรวมได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของการเปิดโครงการใหม่ และการปิดแคมป์คนงานก่อสร้างชั่วคราว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และงานโครงการ:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการกลับมาลงทุนในโครงการต่างๆ จะส่งผลโดยตรงต่อยอดขายของ MODERN
* **การเติบโตของช่องทางออนไลน์:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่ และมีสัดส่วนต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเพียงใด
* **ความคืบหน้าของการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ:** การลงทุนผ่าน SeaX Ventures จะสามารถสร้างผลตอบแทนและเพิ่มสัดส่วนรายได้ตามเป้าหมาย 50% ใน 3-5 ปีได้หรือไม่
* **ผลประกอบการของธุรกิจโรงพยาบาล MHC:** ศักยภาพการเติบโตและการแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านมะเร็ง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ยอดขายรวมลดลง 29.6%:** เป็นผลกระทบหลักที่กดดันกำไร โดยเฉพาะธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานและบ้านที่ลดลง 27.0% และธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพและเครื่องมือแพทย์ที่ลดลง 51.4%
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** เพิ่มขึ้น 3.7% เป็น 33.6% บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบหรือการปรับราคาขายที่ทำได้ดีขึ้นในบางส่วน
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 27.7% ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงได้บางส่วน
* **การเติบโตของช่องทางออนไลน์:** เป็นจุดเด่นที่น่าสนใจ แสดงถึงความสามารถในการปรับตัวและเข้าถึงผู้บริโภคในยุคดิจิทัล
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 3,373.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% จากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 44.3 ล้านบาท เป็น 721.6 ล้านบาท สินทรัพย์ทางการเงินเพิ่มขึ้น 73.9 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 67.7 ล้านบาท ขณะที่ลูกหนี้การค้าลดลง 124.9 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,082.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5% จากสิ้นปี 2563 โดยมีหนี้สินที่เกิดจากสัญญาเพิ่มขึ้น 30.7 ล้านบาท และเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 21.2 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,291.6 ล้านบาท ลดลง 1.5% จากสิ้นปี 2563 เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผล
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานสุทธิได้ 224.5 ล้านบาท สะท้อนผลการดำเนินงานที่ดีในส่วนนี้ แม้ภาพรวมกำไรสุทธิจะลดลง ส่วนกระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนใช้ไป 32.7 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงินใช้ไป 135.7 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการจ่ายเงินปันผล
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.5 เท่าเท่ากับปีก่อน และอัตราส่วนสภาพคล่องเพิ่มขึ้นเป็น 2.6 เท่า จาก 2.5 เท่า บ่งชี้ถึงสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 ของ MODERN ได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากการชะลอตัวของยอดขายรวมถึง 29.6% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากสถานการณ์ COVID-19 ที่กระทบต่อธุรกิจโครงการเป็นหลัก แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงถึง 73.6% อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างโดดเด่นของช่องทางออนไลน์ และศักยภาพของธุรกิจโรงพยาบาล MHC รวมถึงแผนการลงทุนในสตาร์ทอัพ เป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตาในการขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต ขณะที่ความเสี่ยงหลักยังคงผูกติดอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดและการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจโดยรวม
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MODERN ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
675.67
ล้านบาท
↓ 9.5% YoY
กำไรขั้นต้น
209.53
ล้านบาท
↓ 9.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.01
%
กำไรสุทธิ
70.54
ล้านบาท
↑ 13.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.44
%
D/E Ratio
0.43
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
676
↓ -9.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
210
↓ -9.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
71
↑ + 13.1%
YoY
D/E Ratio
0.43
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MODERN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.43
ROE (%)
4.81
ROA (%)
4.60
Book Value/หุ้น
3.13
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MODERN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-104
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-40
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MODERN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-104.45
-35.79%
|
-162.67
-230.19%
|
124.95
-51.80%
|
259.22
-159.94%
|
-432.47
-224.04%
|
348.66
+1,658.25%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-40.40
-989.87%
|
4.54
-193.22%
|
-4.87
-103.25%
|
150.02
+201.97%
|
49.68
+428.51%
|
9.40
+849.49%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
98.48
+301.30%
|
24.54
-19.93%
|
30.65
-54.30%
|
67.07
-57.74%
|
158.69
-213.36%
|
-139.99
+203.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-46.37
-65.28%
|
-133.57
-188.62%
|
150.72
-68.36%
|
476.32
-324.41%
|
-212.25
-197.34%
|
218.06
-961.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
606.66
+7.74%
|
563.07
+52.81%
|
368.48
-47.23%
|
698.25
+3.09%
|
677.33
+47.48%
|
459.27
+54.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|