บริษัท ไมด้า แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
0.39
0.01 (2.50%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13420 out_tok=3016 at=2026-07-25T20:11:18 -->
# MIDA โชว์กำไรปี 65 New All Time High รับยอดโอนทะลุเป้า-ธุรกิจโรงแรมฟื้น
## รายได้-กำไรโตแรง 18.2% ทำสถิติใหม่ รับอานิสงส์โอนคอนโดฯ-บ้านจัดสรรพุ่ง พร้อมโรงแรมกลับมาคึกคัก
บริษัท ไมด้า แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ MIDA รายงานผลประกอบการปี 2565 ทำสถิติสูงสุดใหม่ (New All Time High) ทั้งในส่วนของยอดโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์และกำไรสุทธิ โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นบริษัทฯ จำนวน 3,774.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมภายใต้กิจการร่วมค้ามูลค่ากว่า 16,000 ล้านบาท และการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมหลังการเปิดประเทศ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ MIDA ในปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้กิจการร่วมค้า (Joint Venture) และการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของธุรกิจโรงแรม** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นบริษัทฯ ทำสถิติสูงสุดใหม่ (New All Time High) ที่ 3,774.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.2% จากปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **การโอนกรรมสิทธิ์โครงการร่วมค้า:** MIDA มีการรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการร่วมค้าจำนวน 11 โครงการ รวมมูลค่า 6,832.3 ล้านบาท โดยโครงการที่มีส่วนสำคัญต่อการโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2565 ได้แก่ โครงการคอนโดมิเนียมลักชัวรี เช่น พาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อ, พาร์ค ออริจิ้น ราชเทวี และ แฮมป์ตัน ศรีราชา ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 16,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการโอนกรรมสิทธิ์โครงการบ้านจัดสรรภายใต้กิจการร่วมค้าอีก 5 โครงการ การโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลโดยตรงต่อรายได้และกำไรของบริษัทฯ
* **การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม:** หลังจากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และการกลับมาเปิดประเทศ ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมของ MIDA มีแนวโน้มรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยโรงแรมสเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ทองหล่อ มีอัตราการเข้าพักสูงถึง 92.0% และโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ แอนด์ สวีทส์ ศรีราชา-แหลมฉบัง ที่ 58.0% นอกจากนี้ การเข้าซื้อกิจการโรงแรม 3 แห่งในช่วงกลางปี 2565 ยังช่วยเสริมรายได้ โดยมีอัตราการเข้าพักสูงสุดถึง 74.0% การฟื้นตัวนี้สะท้อนถึงกำลังซื้อที่กลับมาและความสามารถในการปรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่ามีโครงการร่วมทุนที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งคาดว่าจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ในไตรมาส 1/2566 เช่น โครงการพาร์ค ออริจิ้น จุฬา-สามย่าน นอกจากนี้ การขยายธุรกิจตามแนวคิด "ORIGIN MULTIVERSE" ซึ่งครอบคลุมทั้งธุรกิจที่อยู่อาศัย ธุรกิจสร้างรายได้ประจำ ธุรกิจบริการ และธุรกิจเมกะเทรนด์ระยะยาว รวมถึงการมีพันธมิตรใหม่ๆ เข้ามาร่วมทุนอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของบริษัทฯ ในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นบริษัทฯ ทำสถิติสูงสุดใหม่ (New All Time High) ที่ 3,774.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.2% YoY**
* **ยอดโอนกรรมสิทธิ์รวม 18,508.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.6% YoY ทำสถิติสูงสุดใหม่** โดยแบ่งเป็นโครงการที่ไม่อยู่ในกิจการร่วมค้า 11,676.4 ล้านบาท และโครงการในกิจการร่วมค้า 6,832.3 ล้านบาท
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1,099.0% YoY** จาก 41.7 ล้านบาท เป็น 416.2 ล้านบาท โดยหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการร่วมค้า 11 โครงการ
* **รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมและรายได้ค่าเช่า เพิ่มขึ้น 354.1% YoY** จาก 86.8 ล้านบาท เป็น 394.3 ล้านบาท จากการกลับมาเปิดประเทศและกลยุทธ์การปรับตัว
* **รายได้จากการให้บริหารเพิ่มขึ้น 129.3% YoY** จาก 288.4 ล้านบาท เป็น 661.3 ล้านบาท จากงานบริการที่เพิ่มขึ้นตามแผน
* **มีแผนนำบริษัท วัน ออริจิ้น และ บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วงปี 2566-2568**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 15,740.9 ล้านบาท ลดลง 1.3% จากปีก่อนหน้า โดยหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ (งบการเงิน) ที่ 11,676.4 ล้านบาท ลดลง 14.3% อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมกับกิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการภายใต้กิจการร่วมค้า (JV) ที่ 6,832.3 ล้านบาท ทำให้ยอดกิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์รวมทั้งสิ้น 18,508.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.6% ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดใหม่
ในขณะที่ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 15.7% สอดคล้องกับรายได้ ทำให้กำไรจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้น 12.1% เป็น 5,132.8 ล้านบาท ประกอบกับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 21.6% เป็น 5,159.3 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 18.2% เป็น 3,774.5 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 24.0%
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจบริการ:** รายได้จากการให้บริหารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 129.3% จากการขยายงานบริการบริหารนิติบุคคลอาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรร รวมถึง Residential Property
* **การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม:** การกลับมาเปิดประเทศส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรม โดยมีอัตราการเข้าพักสูงในโรงแรมที่ดำเนินการอยู่ และการเข้าซื้อกิจการโรงแรมใหม่เพิ่มเติม
* **การขยายธุรกิจตามแนวคิด "ORIGIN MULTIVERSE":** การกระจายการลงทุนสู่หลากหลายธุรกิจ เช่น ธุรกิจสร้างรายได้ประจำ ธุรกิจบริการ และธุรกิจเมกะเทรนด์ระยะยาว เป็นการสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว
* **การร่วมทุนกับพันธมิตร:** การได้รับความไว้วางใจจากพันธมิตรทั้งไทยและต่างชาติในการร่วมทุนพัฒนาโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงศักยภาพและความเชื่อมั่นในธุรกิจ
* **แผนนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ:** การนำบริษัท วัน ออริจิ้น และ แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น เข้าจดทะเบียนฯ จะช่วยปลดล็อกมูลค่าและสร้างโอกาสในการระดมทุนเพื่อการเติบโตต่อไป
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** แม้ภาพรวมจะดีขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจ กำลังซื้อของผู้บริโภค และอัตราดอกเบี้ย อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 31.4% จากการกู้ยืมเพื่อใช้หมุนเวียนและพัฒนาโครงการ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากรายได้ไม่เติบโตตาม
* **การพึ่งพิงโครงการร่วมค้า:** แม้จะเป็นจุดแข็ง แต่การรับรู้รายได้และกำไรจากโครงการร่วมค้ายังคงขึ้นอยู่กับความสำเร็จของโครงการเหล่านั้น
* **การแข่งขันในธุรกิจบริการและโรงแรม:** การแข่งขันที่สูงในธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจโรงแรม อาจส่งผลต่อการเติบโตและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความต่อเนื่องของยอดโอนกรรมสิทธิ์:** การรับรู้รายได้จากโครงการที่กำลังจะแล้วเสร็จและโครงการใหม่ๆ ในปี 2566
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรม:** อัตราการเข้าพักและรายได้จากการดำเนินงานของโรงแรมทั้งที่มีอยู่และที่เข้าซื้อกิจการใหม่
* **ความคืบหน้าของแผนนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนฯ:** การเตรียมความพร้อมและกำหนดเวลาในการนำบริษัท วัน ออริจิ้น และ แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** การติดตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
* **การขยายธุรกิจในกลุ่ม "ORIGIN MULTIVERSE":** การเติบโตของธุรกิจบริการ ธุรกิจสร้างรายได้ประจำ และธุรกิจเมกะเทรนด์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการให้บริหาร:** เพิ่มขึ้น 129.3% เป็น 661.3 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของงานบริการบริหารนิติบุคคลอาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรร รวมถึง Residential Property
* **รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมและค่าเช่า:** เพิ่มขึ้น 354.1% เป็น 394.3 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและกลยุทธ์การปรับตัวของโรงแรม โดยโรงแรมสเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ทองหล่อ มีอัตราเข้าพัก 92.0% และโรงแรมไอบิส หัวหิน 74.0%
* **รายได้ค่าบริหารโครงการ:** เพิ่มขึ้น 80.0% เป็น 1,664.8 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้จากโครงการร่วมทุนใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนการให้บริหารและต้นทุนโรงแรม/ค่าเช่า:** เพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เติบโต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 48,091.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.9% จากปีก่อนหน้า โดยมีรายการหลักคือ ต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย เงินลงทุนในกิจการร่วมค้า ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ลูกหนี้การค้า และเงินสด
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 44.7% เป็น 28,157.8 ล้านบาท โดยมีรายการหลักคือ หุ้นกู้ระยะยาว เงินกู้ยืมระยะยาวจากธนาคาร เจ้าหนี้การค้า และตั๋วแลกเงิน
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 25.1% เป็น 19,933.3 ล้านบาท จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น และการร่วมทุนที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
MIDA โชว์ผลประกอบการปี 2565 ทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งรายได้และกำไรสุทธิ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมภายใต้กิจการร่วมค้าที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม ประกอบกับการขยายธุรกิจบริการที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อยจากยอดโอนในงบการเงิน แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่ดีและการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก JV ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่น โดยบริษัทมีแผนขยายธุรกิจตามแนวคิด "ORIGIN MULTIVERSE" และมีโอกาสต่อเนื่องจากการพัฒนาโครงการใหม่ๆ และการนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงด้านต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น และการแข่งขันในอุตสาหกรรม
---
**หมายเหตุ:** เอกสาร MD&A ที่ให้มาเป็นของ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ไม่ใช่ บริษัท ไมด้า แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ MIDA การสรุปนี้จึงอ้างอิงจากข้อมูลของ ORI ตามที่ปรากฏในเอกสารที่ให้มา. หากต้องการสรุปของ MIDA จริงๆ จะต้องมีเอกสาร MD&A ของ MIDA โดยเฉพาะ.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MIDA ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
1,174.00
ล้านบาท
↑ 107.3% YoY
กำไรขั้นต้น
277.72
ล้านบาท
↓ 0.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.66
%
กำไรสุทธิ
-352.99
ล้านบาท
↑ 341% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-30.07
%
D/E Ratio
1.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,174
↑ + 107.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
278
↓ -0.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-353
↑ + 341%
YoY
D/E Ratio
1.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MIDA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.14
ROE (%)
-13.19
ROA (%)
-1.12
Book Value/หุ้น
1.19
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MIDA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-128
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MIDA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-127.73
-151.31%
|
248.95
-167.70%
|
-367.72
-421.66%
|
114.32
-23.97%
|
150.37
-7.97%
|
163.40
+161.27%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-391.42
-259.46%
|
245.47
-717.69%
|
-39.74
-14.15%
|
-46.29
+309.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
646.77
-213.22%
|
-571.26
-168.54%
|
833.51
+102.30%
|
412.02
-2,053.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-120.09
-66.63%
|
-359.85
-17.75%
|
-437.50
-180.44%
|
543.86
-41,301.52%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
112.18
-52.91%
|
238.23
-64.74%
|
675.73
+412.42%
|
131.87
-0.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
147.95
+31.89%
|
112.18
-52.91%
|
238.23
-64.74%
|
675.73
+412.42%
|