MGI
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
MGI
บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
MAI ·
5.70
+0.00 (+0.00%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 4 ปี 2565

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7670 out_tok=2982 at=2026-07-25T20:10:32 --> MGI พลิกกำไรโต 64.9% รับธุรกิจประกวด-สื่อ-ศิลปินพุ่ง สวนทางยอดขายสินค้าหด **รายได้-กำไรปี 2565 ปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค ฝ่ายจัดการเน้นเสริมทัพธุรกิจบันเทิงและศิลปินเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก** บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MGI รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 47.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 64.94% เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่มีกำไร 29.01 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลง 7.34% มาอยู่ที่ 319.61 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลให้กำไรเติบโตอย่างก้าวกระโดดมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในธุรกิจประกวดนางงาม สื่อและบันเทิง รวมถึงการบริหารจัดการศิลปิน ซึ่งสามารถชดเชยรายได้ที่ลดลงจากธุรกิจพาณิชย์ได้ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ MGI ในปี 2565 ให้เติบโตอย่างโดดเด่น คือ **การพลิกสัดส่วนรายได้ไปสู่ธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูงกว่า โดยเฉพาะธุรกิจประกวดนางงาม สื่อและบันเทิง และการบริหารจัดการศิลปิน** ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจากยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคที่ลดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** ฝ่ายจัดการระบุว่า แม้รายได้รวมจะลดลง 7.34% เป็นผลมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงและการแข่งขันที่สูงขึ้น ทำให้บริษัทต้องปรับลดราคาขายสินค้าและขายได้น้อยลงในเชิงปริมาณ แต่ MGI ได้ปรับกลยุทธ์โดยหันมามุ่งเน้นการสร้างรายได้จากธุรกิจที่ต่อยอดจากกระแสความนิยมของเวทีประกวดมิสแกรนด์ โดยเฉพาะธุรกิจสื่อและบันเทิงที่เติบโตถึง 212.51% และธุรกิจบริหารจัดการศิลปินที่เพิ่มขึ้นถึง 486.88% ซึ่งมีศิลปินหลักอย่าง "อิงฟ้า วราหะ" และ "ชาล็อต ออสติน" เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ นอกจากนี้ รายได้จากธุรกิจการจัดประกวดเองก็เติบโตขึ้น 69.57% จากรายได้ผู้สนับสนุนและค่าลิขสิทธิ์ที่สูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 64.94% และอัตรากำไรสุทธิขยับขึ้นจาก 8.41% ในปี 2564 เป็น 14.97% ในปี 2565 แม้ว่ากำไรขั้นต้นจะลดลงเล็กน้อยตามสัดส่วนรายได้ที่ลดลง แต่การบริหารต้นทุนงานบริการได้ดีขึ้นทำให้อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ประมาณ 38% และที่สำคัญคือการบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการยกเลิกค่าโฆษณาสินค้าผ่านทีวีที่มีค่าใช้จ่ายสูง และหันไปเน้นช่องทางออนไลน์แทน ทำให้ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายลดลงถึง 62.82% **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการได้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการสร้างรายได้จากธุรกิจบันเทิงและศิลปิน ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้และกำไรสูง การจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น คอนเสิร์ต Fan Meet และการต่อยอดจากกระแสความนิยมของศิลปิน เป็นกลยุทธ์ที่สามารถทำซ้ำได้และมีแนวโน้มที่จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นในอนาคต ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนช่องทางการตลาดไปสู่ดิจิทัล จะช่วยรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่ดีได้ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 64.94%** แตะ 47.85 ล้านบาท จาก 29.01 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวมปี 2565 ลดลง 7.34%** อยู่ที่ 319.61 ล้านบาท จาก 344.93 ล้านบาท * **ธุรกิจประกวด สื่อ บันเทิง และศิลปิน เป็นพระเอก** รายได้จากธุรกิจสื่อและบันเทิงโต 212.51%, บริหารศิลปินโต 486.88%, และการจัดประกวดโต 69.57% * **ธุรกิจพาณิชย์ (สินค้าอุปโภค-บริโภค) ซบเซา** รายได้ลดลง 52.01% และ 70.81% ตามลำดับ * **อัตรากำไรสุทธิพุ่งสูง** จาก 8.41% เป็น 14.97% * **ค่าใช้จ่ายการตลาดถูกคุมเข้ม** ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายลดลง 62.82% จากการยกเลิกโฆษณาทีวี ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2565 บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 319.61 ล้านบาท ลดลง 7.34% เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่ทำได้ 344.93 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทประสบกับสภาวะกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง และการแข่งขันที่สูงขึ้น ทำให้ยอดขายสินค้าทั้งในกลุ่มอุปโภคและบริโภคลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในเชิงปริมาณและราคาขาย อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 120.55 ล้านบาท ลดลง 7.10% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง แต่อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวอยู่ที่ 38.26% ขณะที่กำไรสุทธิกลับเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 64.94% มาอยู่ที่ 47.85 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 8.41% เป็น 14.97% ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจประกวดนางงาม สื่อและบันเทิง และการบริหารจัดการศิลปิน รวมถึงการบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการลดค่าใช้จ่ายโฆษณาทีวีและหันไปเน้นช่องทางออนไลน์ ## โอกาส * **การต่อยอดกระแสความนิยมของศิลปิน:** ศิลปินอย่าง "อิงฟ้า วราหะ" และ "ชาล็อต ออสติน" ยังคงมีฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้จากกิจกรรมต่างๆ เช่น คอนเสิร์ต Fan Meet สินค้าที่ระลึก และการบริหารจัดการงานอีเวนต์ * **การเติบโตของธุรกิจสื่อและบันเทิง:** การผลิตคอนเทนต์ที่หลากหลายและสอดคล้องกับความสนใจของผู้ชม จะช่วยเพิ่มรายได้จากช่องทางนี้ได้อย่างต่อเนื่อง * **การขยายช่องทางออนไลน์:** การปรับกลยุทธ์การขายสินค้าไปสู่ช่องทางออนไลน์มากขึ้น ช่วยลดต้นทุนการตลาดและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างขึ้น * **การจัดกิจกรรมประกวดที่ได้รับความนิยม:** เวทีมิสแกรนด์ยังคงได้รับความสนใจจากผู้ชมและผู้สนับสนุน ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญจากการขายสิทธิ์และสปอนเซอร์ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของกำลังซื้อผู้บริโภค:** สภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าในธุรกิจพาณิชย์ * **การแข่งขันในธุรกิจบันเทิงและศิลปิน:** ตลาดมีความต้องการสูง แต่ก็มีการแข่งขันที่รุนแรงเช่นกัน การรักษาฐานแฟนคลับและความนิยมของศิลปินเป็นสิ่งสำคัญ * **ต้นทุนการผลิตคอนเทนต์:** การผลิตซีรีส์หรือคอนเทนต์บันเทิงอาจมีต้นทุนสูงและมีความเสี่ยงด้านผลตอบรับจากตลาด * **การพึ่งพารายได้จากศิลปินหลัก:** หากศิลปินหลักประสบปัญหา หรือความนิยมลดลง อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัท ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มรายได้จากธุรกิจพาณิชย์:** จะสามารถฟื้นตัวหรือรักษาฐานลูกค้าเดิมได้หรือไม่ * **กลยุทธ์การสร้างรายได้จากศิลปิน:** จะมีกิจกรรมหรือโปรเจกต์ใหม่ๆ อะไรที่จะต่อยอดความสำเร็จได้อีก * **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** จะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและจัดจำหน่ายให้อยู่ในระดับที่มีประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ * **การขยายธุรกิจใหม่ๆ:** มีแผนการลงทุนหรือพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตในอนาคตหรือไม่ * **ผลตอบรับจากซีรีส์ "Show me love":** ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการผลิตที่บันทึกไว้ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค) แม้ว่าภาพรวมของธุรกิจพาณิชย์จะหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในปี 2565 โดยรายได้จากสินค้าอุปโภคลดลง 52.01% และสินค้าบริโภคลดลง 70.81% ซึ่งเป็นผลมาจากกำลังซื้อที่ลดลงและบริษัทได้ปรับลดราคาขาย รวมถึงหันไปเน้นช่องทางออนไลน์แทนการพึ่งพาทีวี อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาไปได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบต่ออัตรากำไรได้ นอกจากนี้ การเพิ่มประเภทสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น น้ำปลา น้ำอิงฟ้า คอลลาเจนอิงฟ้า อาจเป็นสัญญาณของการพยายามขยายฐานผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 185.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73.80% โดยมีเงินสดเพิ่มขึ้น 43.09 ล้านบาทจากการดำเนินธุรกิจ ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 14.83 ล้านบาทจากการขายงานธุรกิจสื่อและบันเทิง รวมถึงศิลปิน สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 3.46 ล้านบาทจากการเพิ่มประเภทสินค้าและขายสินค้าได้ช้าลง ขณะที่สินทรัพย์อื่น ๆ เพิ่มขึ้น 17.35 ล้านบาทจากการผลิตซีรีส์และซื้อสินทรัพย์เพื่อใช้งาน หนี้สินรวมอยู่ที่ 80.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129.37% โดยมีเจ้าหนี้การค้าและอื่น ๆ เพิ่มขึ้น 13.28 ล้านบาทจากการจัดกิจกรรม และรายได้รอตัดบัญชีเพิ่มขึ้น 31.52 ล้านบาทจากการรับชำระเงินล่วงหน้าสำหรับค่าลิขสิทธิ์การประกวดและค่าสนับสนุน ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 46.31% เป็น 104.42 ล้านบาท ซึ่งมาจากการบันทึกผลกำไรจากการดำเนินงาน กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น 65.03 ล้านบาท จาก 56.89 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีปัจจัยหนุนจากกำไรจากการดำเนินงานและรายได้รอตัดบัญชี ขณะที่กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนใช้ไป 6.17 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการซื้ออุปกรณ์สำนักงานและยานพาหนะ สำหรับกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินใช้ไป 15.77 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล 40 ล้านบาท แต่ได้รับเงินเพิ่มทุน 25 ล้านบาท อัตราส่วนสภาพคล่องลดลงมาอยู่ที่ 2.26 เท่า จาก 3.04 เท่า ในปีก่อน ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการบริหารทรัพย์สินที่ดีและหนี้สินรอตัดบัญชีที่เพิ่มขึ้น อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 0.78 เท่า จาก 0.49 เท่า แต่ยังคงไม่มีภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ย วงจรเงินสดสั้นลงอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 1 วัน สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารการเก็บหนี้ ## สรุปท้าย MGI โชว์ผลประกอบการปี 2565 ที่น่าประทับใจด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตกว่า 64% แม้รายได้รวมจะลดลง โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การปรับกลยุทธ์หันมาเน้นธุรกิจบันเทิงและศิลปินที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ซึ่งสามารถชดเชยยอดขายสินค้าที่ซบเซาได้ การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการลดค่าโฆษณาทีวีและหันไปใช้ช่องทางออนไลน์ เป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยเพิ่มอัตรากำไรสุทธิให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของกำลังซื้อและสภาวะการแข่งขันในธุรกิจบันเทิง แต่แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจที่ต่อยอดจากกระแสความนิยมของศิลปินและเวทีประกวด รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี ทำให้ MGI มีโอกาสที่จะรักษาโมเมนตัมการเติบโตของกำไรได้ต่อเนื่องในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MGI ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
243.10 ล้านบาท
↑ 7.1% YoY
กำไรขั้นต้น
52.35 ล้านบาท
↓ 39.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.53 %
กำไรสุทธิ
7.34 ล้านบาท
↓ 77.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.02 %
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
243
↑ + 7.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
52
↓ -39.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7
↓ -77.8% YoY
D/E Ratio
0.42

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
29.09
ROA (%)
26.34
Book Value/หุ้น
2.61

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MGI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
352.01
+22.56%
287.20
-34.94%
441.41
+159.48%
170.11
+78.77%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
420.03
+40.69%
298.55
+82.07%
163.98
+972.38%
15.29
+32.77%
รวมสินทรัพย์
772.04
+31.80%
585.75
-3.24%
605.39
+226.52%
185.41
+73.80%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
212.52
+66.23%
127.85
-12.90%
146.78
+94.62%
75.42
+141.07%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
15.57
+73.64%
8.97
+131.31%
3.88
-30.44%
5.57
+38.75%
รวมหนี้สิน
228.10
+66.72%
136.82
-9.18%
150.65
+86.01%
80.99
+129.42%
รวมส่วนของเจ้าของ
543.94
+21.16%
448.93
-1.28%
454.74
+335.51%
104.41
+46.29%
D/E
0.42
0.30
0.33
0.78
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
29.09
26.81
42.65
45.83
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
26.34
25.48
37.84
32.47
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.66
2.25
3.01
2.26
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.02
1.97
2.82
1.81
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
24.21
12.85
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
14.47
13.38
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
22.04
33.56
0.00
0.00
วงจรเงินสด
16.63
-7.32
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+386
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-192
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MGI

รายการ 2569 2568 2567 2566
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
386.34
-1,184.92%
-35.61
-120.89%
170.48
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-192.04
-129.02%
661.71
-530.27%
-153.79
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-238.99
-306.20%
115.90
-57.06%
269.92
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-44.69
-106.02%
742.01
+158.89%
286.61
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
14.22
-96.42%
397.65
+258.11%
111.04
+63.41%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
0.00
0.00
0.00