MC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
MC
บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
11.50
+0.00 (+0.00%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 3 ปี 2565

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6105 out_tok=2825 at=2026-07-25T20:40:43 --> # MC กำไรสุทธิ Q3/65 พุ่ง 390% รับกำลังซื้อฟื้น-คุมต้นทุนได้ดี ## รายได้-กำไรโตแรงตามการกลับมาของกำลังซื้อ ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปีบัญชี 2566 (1 ก.ค. - 30 ก.ย. 2565) พลิกฟื้นอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 116 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 390% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายสินค้าเติบโต 73.3% เป็น 759 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่กลับมา โดยเฉพาะในช่องทางออฟไลน์ ประกอบกับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ MC ในไตรมาส 1 ปีบัญชี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายสินค้า โดยเฉพาะในช่องทางออฟไลน์ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เข้มงวด** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 390% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายรวม 759 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73.3% และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 82.4% เป็น 490 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 64.6% จาก 61.4% ในปีก่อน ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การฟื้นตัวของรายได้มาจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ ได้แก่ มาตรการผ่อนคลายของภาครัฐที่ส่งเสริมให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับสู่ภาวะปกติ รวมถึงมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ เช่น โครงการคนละครึ่ง และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งส่งผลดีต่อผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่องทางร้านค้าปลีกของตนเอง (Free-standing Shop) ที่มีสัดส่วนรายได้ถึง 65% และช่องทางห้างสรรพสินค้า (Department Store) ที่มีสัดส่วน 23% ซึ่งทั้งสองช่องทางนี้มีรายได้เติบโตสูงถึง 91.1% และ 132.1% ตามลำดับ ในขณะที่ช่องทางออนไลน์ (E-Commerce) มีรายได้ลดลง 19.3% นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้นเพียง 43.8% ซึ่งต่ำกว่าการเติบโตของรายได้ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลดลงจาก 55.5% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 46.0% ในไตรมาสนี้ การบริหารต้นทุนที่ดีนี้ ประกอบกับการที่รายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น และอัตรากำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นถึง 15.0% จาก 5.3% ในปีก่อน ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะดำเนินต่อไปจากการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ และการเปิดประเทศ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ยังคงมีอยู่ ฝ่ายจัดการยังคงมีนโยบายควบคุมและลดค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่ดี อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาปัจจัยภายนอก เช่น ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่ส่งผลต่อต้นทุนสินค้ำ และสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมถึงความกังวลต่อสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิพุ่ง 390% YoY:** อยู่ที่ 116 ล้านบาท จาก 24 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้เติบโต 73.3% YoY:** แตะ 759 ล้านบาท จาก 438 ล้านบาทในปีก่อน * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ดีขึ้น:** อยู่ที่ 64.6% จาก 61.4% ในปีก่อน * **อัตรากำไรสุทธิ (NPM) ขยายตัว:** อยู่ที่ 15.0% จาก 5.3% ในปีก่อน * **ช่องทางออฟไลน์ฟื้นตัวเด่น:** ร้านค้าปลีกของตนเองโต 91.1% และห้างสรรพสินค้าโต 132.1% * **ค่าใช้จ่ายต่อยอดขายลดลง:** สัดส่วน SG&A ต่อรายได้ลดลงจาก 55.5% เหลือ 46.0% ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 1 ปีบัญชี 2566 (1 ก.ค. - 30 ก.ย. 2565) บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายสินค้า 759 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อในช่องทางออฟไลน์อันเป็นช่องทางหลักของบริษัทฯ จากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 82.4% เป็น 490 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 64.6% จาก 61.4% ในปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 43.8% แต่เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนต่อยอดขายกลับลดลงจาก 55.5% เหลือ 46.0% ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA) เพิ่มขึ้น 89.1% เป็น 243 ล้านบาท และกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด 390% เป็น 116 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรสุทธิขยายตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 5.3% เป็น 15.0% ## โอกาส * **กำลังซื้อผู้บริโภคฟื้นตัวต่อเนื่อง:** มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและการผ่อนคลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจ คาดว่าจะช่วยหนุนกำลังซื้อและการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคให้ดีขึ้น * **การบริหารช่องทางการขาย:** การให้ความสำคัญกับช่องทางร้านค้าปลีกของตนเองและห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นช่องทางหลักและมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี * **การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** นโยบายการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่ดี แม้เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบหรือค่าขนส่ง * **การขยายสาขา:** การเพิ่มจำนวนสาขาร้านค้าปลีกของตนเอง 5 สาขาในไตรมาสนี้ แสดงถึงการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้านำเข้า * **ปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้:** สถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน และความกังวลต่อสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและกำลังซื้อ * **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจค้าปลีกเครื่องแต่งกายมีการแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์ในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มรายได้ช่องทางออนไลน์:** แม้ปัจจุบันจะลดลง แต่การปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มยอดขายในช่องทาง E-Commerce จะเป็นปัจจัยสำคัญ * **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลัง 4% อาจต้องติดตามว่าสอดคล้องกับการเติบโตของยอดขายหรือไม่ * **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า 52% และหนี้สินอื่น 12% ต้องพิจารณาถึงโครงสร้างหนี้และภาระดอกเบี้ย * **การขยายสาขาและประสิทธิภาพ:** การเพิ่มจำนวนสาขาต้องติดตามผลตอบรับและยอดขายที่เกิดขึ้นจริง * **ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก:** การติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและในประเทศ รวมถึงผลกระทบจากภัยธรรมชาติ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) * **รายได้จากการขาย:** เติบโตอย่างโดดเด่น 73.3% YoY โดยมีแรงหนุนหลักจากช่องทางร้านค้าปลีกของตนเอง (+91.1%) และห้างสรรพสินค้า (+132.1%) ซึ่งสะท้อนถึงการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค ในขณะที่ช่องทาง E-Commerce ปรับตัวลดลง 19.3% * **จำนวนสาขา:** ณ สิ้นไตรมาส 1 ปีบัญชี 2566 มีจุดจำหน่ายรวม 651 สาขา เพิ่มขึ้น 4 สาขาจากไตรมาสก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นในร้านค้าปลีกของตนเอง (+5 สาขา) ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ในช่องทางนี้ * **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 64.6% จาก 61.4% ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารช่องทางการขายและการส่งเสริมการขายที่มีประสิทธิภาพ * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** แม้จะเพิ่มขึ้นตามยอดขาย แต่สัดส่วนต่อยอดขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 55.5% เหลือ 46.0% แสดงถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสก่อน โดยมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นเพิ่มขึ้น 6% เป็น 2,111 ล้านบาท สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 4% เป็น 1,251 ล้านบาท และสินทรัพย์อื่นเพิ่มขึ้น 11% ส่วนหนี้สินรวมอยู่ที่ 1,532 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากไตรมาสก่อน โดยมีเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 52% และหนี้สินอื่นเพิ่มขึ้น 12% อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นยังคงทรงตัวอยู่ที่ 0.4 เท่า ในด้านกระแสเงินสด สุทธิได้มาจากการดำเนินงาน 255 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากกำไรก่อนภาษีและเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปจากกิจกรรมลงทุน 103 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการซื้อที่ดินอาคารและอุปกรณ์ และกระแสเงินสดสุทธิที่ใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 37 ล้านบาท เป็นผลจากการจ่ายชำระหนี้ตามสัญญาเช่าและต้นทุนทางการเงิน ## สรุปท้าย ผลประกอบการของ MC ในไตรมาส 1 ปีบัญชี 2566 สะท้อนถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การกลับมาของกำลังซื้อในช่องทางออฟไลน์และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้รายได้และกำไรเติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้จะมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและอัตราแลกเปลี่ยน แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัทฯ ยังคงเป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตาสำหรับการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MC ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
3,329.86 ล้านบาท
↑ 6.5% YoY
กำไรขั้นต้น
2,103.61 ล้านบาท
↑ 6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
63.17 %
กำไรสุทธิ
524.70 ล้านบาท
↓ 8.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.76 %
D/E Ratio
0.49
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,330
↑ + 6.5% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,104
↑ + 6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
525
↓ -8.3% YoY
D/E Ratio
0.49

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
3,329.86
+6.53%
3,125.88
—
2,729.21
+23.79%
2,204.76
-10.57%
2,465.36
+525.07%
394.41
-85.61%
กำไรขั้นต้น
2,103.61
+5.99%
1,984.73
—
1,758.69
+24.72%
1,410.08
-2.60%
1,447.72
+454.88%
260.91
-83.76%
ค่าใช้จ่ายรวม
1,455.94
+10.68%
1,315.48
—
1,163.11
+21.24%
959.33
-7.77%
1,040.10
+1,325.77%
72.95
-94.62%
กำไรสุทธิ
524.70
-8.26%
571.93
—
480.23
+27.69%
376.08
+506.95%
-92.41
-161.99%
149.07
-10.81%
กำไรต่อหุ้น
0.66
-8.17%
0.72
—
0.61
+27.58%
0.48
+505.98%
-0.12
-162.23%
0.19
-10.90%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
1.66
-10.27%
1.85
—
1.57
0.00
0.00
0.00
-100.00%
ROE(%)
0.00
-100.00%
20.39
—
17.43
+30.17%
13.39
+7.72%
12.43
-34.99%
19.12
ROA(%)
0.00
-100.00%
17.24
—
15.56
+30.76%
11.90
+0.17%
11.88
-29.66%
16.89
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.00
-100.00%
0.48
—
0.44
+15.79%
0.38
-15.56%
0.45
-8.16%
0.49
P/E
12.99
+8.89%
11.93
—
15.91
+10.56%
14.39
-27.62%
19.88
+15.05%
17.28
-18.07%
P/BV
2.46
+5.58%
2.33
—
2.71
+23.18%
2.20
+11.11%
1.98
-6.16%
2.11
+36.13%
BV
4.67
-3.71%
4.85
—
4.86
+1.67%
4.78
+4.82%
4.56
-2.15%
4.66
-1.48%
YIELD(%)
7.65
-10.00%
8.50
—
6.14
+7.53%
5.71
-6.09%
6.08
+8.96%
5.58
-36.88%
ราคาหุ้น
11.50
+1.77%
11.30
—
13.20
+25.71%
10.50
+16.02%
9.05
-8.12%
9.85
+34.01%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
63.17
-0.50%
63.49
—
64.44
+0.75%
63.96
+8.92%
58.72
-11.23%
66.15
+12.92%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
43.72
+3.90%
42.08
—
42.62
-2.05%
43.51
+3.13%
42.19
+128.05%
18.50
-62.61%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
15.76
-13.88%
18.30
—
17.60
+3.17%
17.06
+554.93%
-3.75
-109.92%
37.80
+519.67%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.49
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
4.67

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2562
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
3,231.80
-2.25%
3,306.34
+3.32%
—
3,230.81
-5.14%
3,405.89
+2.46%
0.00
3,337.40
-10.18%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
2,283.90
+4.13%
2,193.25
-7.41%
—
2,140.58
+29.25%
1,656.11
-12.39%
0.00
952.20
-17.54%
รวมสินทรัพย์
5,515.70
+0.29%
5,499.59
-1.25%
—
5,371.39
+6.11%
5,062.00
-2.92%
0.00
4,289.60
-11.93%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
825.67
-1.38%
837.19
+3.25%
—
854.77
+16.38%
734.47
+1.91%
0.00
468.79
-23.64%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
—
0.00
0.00
0.00
60.54
+5.37%
รวมหนี้สิน
1,819.58
+2.11%
1,781.90
-2.53%
—
1,649.94
+18.92%
1,387.41
-13.91%
0.00
529.33
-21.15%
รวมส่วนของเจ้าของ
3,696.12
-0.58%
3,717.70
-0.62%
—
3,721.45
+1.28%
3,674.58
+2.00%
0.00
3,760.27
-10.45%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
0.00
20.39
—
17.43
13.39
12.43
19.12
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
0.00
17.24
—
15.56
11.90
11.88
16.89
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
3.95
—
3.78
4.64
4.61
3.95
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.84
—
0.80
1.58
1.29
0.78
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
17.91
—
0.00
0.00
47.31
35.32
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
288.54
—
0.00
0.00
461.29
451.41
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
80.56
—
0.00
0.00
143.69
146.60
วงจรเงินสด
0.00
225.89
—
0.00
0.00
364.91
340.13
D/E
0.49
0.48
—
0.44
0.38
—
0.14
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+180
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+80
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2562
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
180.24
-7.94%
195.79
—
100.75
-47.98%
193.67
+134.38%
82.63
123.30
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
79.56
-2,017.11%
-4.15
—
-191.26
+308.50%
-46.82
+869.36%
-4.83
-64.10
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
882.56
-1,792.67%
-52.14
—
42.71
-45.46%
78.31
-1,036.72%
-8.36
-0.14
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
194.89
+39.71%
139.50
—
-47.81
-121.23%
225.17
+224.22%
69.45
122.11
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
0.00
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
0.00
-100.00%
495.67
+14.80%
—
482.18
-49.56%
955.93
+31.39%
727.54
+21.15%
0.00