MC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
MC
บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
11.50
+0.00 (+0.00%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 2 ปี 2565

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7449 out_tok=2843 at=2026-07-25T20:49:09 --> MC กำไรสุทธิ Q2/65 โตเล็กน้อย รับอานิสงส์ GPM พุ่ง แม้รายได้หด ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากกลยุทธ์บริหารช่องทางขายและต้นทุนวัตถุดิบที่ยังไม่กระทบ ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจยังกดดันกำลังซื้อ บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีบัญชี 2565 (1 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2564) มีกำไรสุทธิ 231 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายสินค้าจะลดลง 12.2% เป็น 995 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิปรับเพิ่มขึ้นเป็น 23.0% จาก 19.8% ในปีก่อน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ MC ในไตรมาส 2 ปีบัญชี 2565 ยังคงเติบโตได้เล็กน้อย ท่ามกลางรายได้ที่ลดลง มาจาก **การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การขายที่ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักคือ **การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** ซึ่งปรับขึ้นจาก 60.5% ในไตรมาส 2/64 เป็น 65.1% ในไตรมาส 2/65 หรือเพิ่มขึ้นถึง 4.6% แม้ว่ารายได้จากการขายจะลดลง 12.2% ก็ตาม ปัจจัยนี้เป็นแรงหนุนสำคัญที่ช่วยชดเชยผลกระทบจากยอดขายที่หดตัว และทำให้กำไรสุทธิยังคงเติบโตได้เล็กน้อย 2.0% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า GPM ที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจาก **กลยุทธ์การตลาด สัดส่วนการขายสินค้า และการบริหารช่องทางจัดจำหน่ายที่แตกต่างกัน** เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่มีความเข้มข้นแตกต่างกันในแต่ละระลอก นอกจากนี้ ยังระบุว่า **การขึ้นราคาของวัตถุดิบในตลาดโลกจะยังไม่ส่งผลต่อต้นทุนสินค้าของบริษัทในเร็ววันนี้ เนื่องจากบริษัทมีการป้องกันความเสี่ยงจากการซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า** ซึ่งหมายความว่าต้นทุนสินค้าที่ขาย (Cost of Goods Sold - COGS) ยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ดี ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้นถึงกลาง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือ: 1. **การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ:** การซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าช่วยล็อกต้นทุน ทำให้ GPM มีเสถียรภาพในระยะเวลาหนึ่ง 2. **กลยุทธ์การขายและช่องทางจัดจำหน่าย:** ฝ่ายจัดการมีความยืดหยุ่นในการปรับกลยุทธ์ตามสถานการณ์ ซึ่งอาจช่วยรักษา GPM ไว้ได้ 3. **แนวโน้มเศรษฐกิจ:** แม้เศรษฐกิจจะยังกดดันกำลังซื้อ แต่หากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายลง และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ผล อาจช่วยหนุนยอดขายและรักษาสัดส่วนการขายสินค้ากำไรดีได้ อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องในระยะยาวอาจขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก เช่น การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบในตลาดโลก และความสามารถในการปรับตัวของบริษัทให้เข้ากับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อาจเปลี่ยนแปลงไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิเติบโต 2.0% YoY:** อยู่ที่ 231 ล้านบาท แม้รายได้รวมลดลง 12.2% * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่ง 4.6%:** จาก 60.5% เป็น 65.1% เป็นปัจจัยหนุนกำไรหลัก * **รายได้จากการขายลดลง 12.2%:** อยู่ที่ 995 ล้านบาท โดยช่องทางออฟไลน์ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 * **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 9.5%:** อยู่ที่ 370 ล้านบาท สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง * **เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นเพิ่มขึ้น 7%:** อยู่ที่ 1,997 ล้านบาท สะท้อนสภาพคล่องที่ดี ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปีบัญชี 2565 บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายสินค้า 995 ล้านบาท ลดลง 12.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากช่องทางออฟไลน์ซึ่งเป็นช่องทางหลักได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์เดลต้าและโอมิครอน ทำให้จำนวนผู้ใช้บริการลดลงชั่วคราว แม้ช่องทางออนไลน์จะไม่สามารถชดเชยยอดขายที่ขาดไปได้เนื่องจากกำลังซื้อที่ถดถอย อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 648 ล้านบาท ลดลงเพียง 5.5% ทำให้ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นเป็น 65.1%** จาก 60.5% ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากกลยุทธ์การตลาดและการบริหารช่องทางจัดจำหน่ายที่แตกต่างกัน รวมถึงการซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าช่วยป้องกันความเสี่ยงด้านต้นทุน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 9.5% เป็น 370 ล้านบาท สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง และการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ **กำไรสุทธิอยู่ที่ 231 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0%** โดยมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 23.0% จาก 19.8% ในปีก่อน สำหรับงวด 6 เดือนแรกปีบัญชี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 1,433 ล้านบาท ลดลง 25.1% และมีกำไรสุทธิ 255 ล้านบาท ลดลง 24.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ:** มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้น อาจช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคให้กลับมา * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** การซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าช่วยลดความผันผวนของต้นทุนสินค้าในระยะสั้นถึงกลาง * **กลยุทธ์การขายที่ยืดหยุ่น:** ความสามารถในการปรับกลยุทธ์ตามสถานการณ์ตลาด ช่วยรักษา GPM และยอดขายได้ * **การขยายช่องทางออนไลน์:** แม้ปัจจุบันยังชดเชยออฟไลน์ไม่ได้ แต่การลงทุนในช่องทางออนไลน์ยังคงเป็นโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า ## ความเสี่ยง * **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19:** การระบาดของสายพันธุ์ใหม่ หรือการกลับมาตรการควบคุมที่เข้มงวด อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน โดยเฉพาะช่องทางออฟไลน์ * **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อถดถอย:** ความกังวลเรื่องค่าครองชีพ ราคาสินค้า และน้ำมันที่สูงขึ้น อาจกดดันการใช้จ่ายของผู้บริโภคในระยะยาว * **การแข่งขันในอุตสาหกรรมค้าปลีก:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร * **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การปรับตัวของผู้บริโภคต่อช่องทางการซื้อขายใหม่ๆ อาจส่งผลต่อสัดส่วนรายได้ในแต่ละช่องทาง ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มรายได้ในไตรมาสถัดไป:** การฟื้นตัวของยอดขาย โดยเฉพาะช่องทางออฟไลน์ หลังสถานการณ์ COVID-19 ผ่อนคลาย * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ผลกระทบจากการขึ้นราคาวัตถุดิบในตลาดโลกในระยะยาว * **ประสิทธิภาพของกลยุทธ์การขาย:** ความสามารถในการรักษา GPM และการปรับตัวให้เข้ากับกำลังซื้อของผู้บริโภค * **การเติบโตของช่องทางออนไลน์:** สัดส่วนรายได้จากช่องทางออนไลน์ และความสามารถในการชดเชยยอดขายจากช่องทางออฟไลน์ * **การเปลี่ยนแปลงของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค:** สะท้อนกำลังซื้อและแนวโน้มการใช้จ่าย ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) **รายได้และยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS):** รายได้รวมลดลง 12.2% โดยช่องทางหลักอย่างร้านค้าปลีกของตนเอง (Free-standing Shop) ลดลง 3.2% (รายได้ 609 ล้านบาท) ห้างสรรพสินค้าลดลง 15.9% (รายได้ 251 ล้านบาท) และ E-Commerce ลดลง 17.4% (รายได้ 102 ล้านบาท) การลดลงของรายได้ในทุกช่องทางหลักบ่งชี้ถึงผลกระทบจากกำลังซื้อที่อ่อนแอและข้อจำกัดในการเดินทางของผู้บริโภค **จำนวนสาขา/Capacity:** ณ สิ้นไตรมาส 2/65 กลุ่มบริษัทมีจุดจำหน่ายรวม 638 สาขา เพิ่มขึ้น 2 สาขาจากไตรมาสก่อนหน้า โดยร้านค้าปลีกของตนเองเพิ่มขึ้น 4 สาขา เป็น 338 สาขา ขณะที่ห้างสรรพสินค้าลดลง 2 สาขา การเพิ่มขึ้นเล็กน้อยของจำนวนสาขาอาจไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลง **อัตรากำไรขั้นต้น/สุทธิ:** GPM เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 65.1% ซึ่งเป็นจุดเด่นของผลประกอบการในไตรมาสนี้ สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การขายที่มีประสิทธิภาพ อัตรากำไรสุทธิก็ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 23.0% **ต้นทุนแรงงาน/ค่าเช่า:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดของต้นทุนแรงงานและค่าเช่าโดยตรง แต่การลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 9.5% สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง และการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 9 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักคือการเพิ่มขึ้นของเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น 133 ล้านบาท และลูกหนี้การค้า 97 ล้านบาท แต่ถูกหักลบด้วยการลดลงของสินทรัพย์สิทธิการใช้ 226 ล้านบาท หนี้สินรวมลดลง 5% มาอยู่ที่ 1,525 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของหนี้สินตามสัญญาเช่า 216 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3% เป็น 3,699 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากผลประกอบการที่เพิ่มขึ้น 255 ล้านบาท หักด้วยเงินปันผลจ่าย 158 ล้านบาท สภาพคล่อง ณ สิ้นไตรมาส 2/65 อยู่ในระดับดี โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่ารวม 1,997 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 133 ล้านบาท จากกระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงาน 434 ล้านบาท แม้จะมีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนและจัดหาเงิน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.41 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ แสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ## สรุปท้าย MC สามารถรักษาการเติบโตของกำไรสุทธิได้ในไตรมาส 2 ปีบัญชี 2565 ด้วยการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นที่โดดเด่น แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากรายได้ที่ลดลงอันเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ COVID-19 อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของผลประกอบการในอนาคตยังคงต้องจับตาปัจจัยภายนอก ทั้งการฟื้นตัวของกำลังซื้อ และการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบในระยะยาว ควบคู่ไปกับการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MC ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
3,329.86 ล้านบาท
↑ 6.5% YoY
กำไรขั้นต้น
2,103.61 ล้านบาท
↑ 6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
63.17 %
กำไรสุทธิ
524.70 ล้านบาท
↓ 8.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.76 %
D/E Ratio
0.49
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,330
↑ + 6.5% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,104
↑ + 6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
525
↓ -8.3% YoY
D/E Ratio
0.49

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
3,329.86
+6.53%
3,125.88
—
2,729.21
+23.79%
2,204.76
-10.57%
2,465.36
+525.07%
394.41
-85.61%
กำไรขั้นต้น
2,103.61
+5.99%
1,984.73
—
1,758.69
+24.72%
1,410.08
-2.60%
1,447.72
+454.88%
260.91
-83.76%
ค่าใช้จ่ายรวม
1,455.94
+10.68%
1,315.48
—
1,163.11
+21.24%
959.33
-7.77%
1,040.10
+1,325.77%
72.95
-94.62%
กำไรสุทธิ
524.70
-8.26%
571.93
—
480.23
+27.69%
376.08
+506.95%
-92.41
-161.99%
149.07
-10.81%
กำไรต่อหุ้น
0.66
-8.17%
0.72
—
0.61
+27.58%
0.48
+505.98%
-0.12
-162.23%
0.19
-10.90%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
1.66
-10.27%
1.85
—
1.57
0.00
0.00
0.00
-100.00%
ROE(%)
0.00
-100.00%
20.39
—
17.43
+30.17%
13.39
+7.72%
12.43
-34.99%
19.12
ROA(%)
0.00
-100.00%
17.24
—
15.56
+30.76%
11.90
+0.17%
11.88
-29.66%
16.89
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.00
-100.00%
0.48
—
0.44
+15.79%
0.38
-15.56%
0.45
-8.16%
0.49
P/E
12.99
+8.89%
11.93
—
15.91
+10.56%
14.39
-27.62%
19.88
+15.05%
17.28
-18.07%
P/BV
2.46
+5.58%
2.33
—
2.71
+23.18%
2.20
+11.11%
1.98
-6.16%
2.11
+36.13%
BV
4.67
-3.71%
4.85
—
4.86
+1.67%
4.78
+4.82%
4.56
-2.15%
4.66
-1.48%
YIELD(%)
7.65
-10.00%
8.50
—
6.14
+7.53%
5.71
-6.09%
6.08
+8.96%
5.58
-36.88%
ราคาหุ้น
11.50
+1.77%
11.30
—
13.20
+25.71%
10.50
+16.02%
9.05
-8.12%
9.85
+34.01%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
63.17
-0.50%
63.49
—
64.44
+0.75%
63.96
+8.92%
58.72
-11.23%
66.15
+12.92%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
43.72
+3.90%
42.08
—
42.62
-2.05%
43.51
+3.13%
42.19
+128.05%
18.50
-62.61%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
15.76
-13.88%
18.30
—
17.60
+3.17%
17.06
+554.93%
-3.75
-109.92%
37.80
+519.67%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.49
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
4.67

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2562
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
3,231.80
-2.25%
3,306.34
+3.32%
—
3,230.81
-5.14%
3,405.89
+2.46%
0.00
3,337.40
-10.18%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
2,283.90
+4.13%
2,193.25
-7.41%
—
2,140.58
+29.25%
1,656.11
-12.39%
0.00
952.20
-17.54%
รวมสินทรัพย์
5,515.70
+0.29%
5,499.59
-1.25%
—
5,371.39
+6.11%
5,062.00
-2.92%
0.00
4,289.60
-11.93%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
825.67
-1.38%
837.19
+3.25%
—
854.77
+16.38%
734.47
+1.91%
0.00
468.79
-23.64%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
—
0.00
0.00
0.00
60.54
+5.37%
รวมหนี้สิน
1,819.58
+2.11%
1,781.90
-2.53%
—
1,649.94
+18.92%
1,387.41
-13.91%
0.00
529.33
-21.15%
รวมส่วนของเจ้าของ
3,696.12
-0.58%
3,717.70
-0.62%
—
3,721.45
+1.28%
3,674.58
+2.00%
0.00
3,760.27
-10.45%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
0.00
20.39
—
17.43
13.39
12.43
19.12
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
0.00
17.24
—
15.56
11.90
11.88
16.89
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
3.95
—
3.78
4.64
4.61
3.95
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.84
—
0.80
1.58
1.29
0.78
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
17.91
—
0.00
0.00
47.31
35.32
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
288.54
—
0.00
0.00
461.29
451.41
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
80.56
—
0.00
0.00
143.69
146.60
วงจรเงินสด
0.00
225.89
—
0.00
0.00
364.91
340.13
D/E
0.49
0.48
—
0.44
0.38
—
0.14
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+180
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+80
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2562
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
180.24
-7.94%
195.79
—
100.75
-47.98%
193.67
+134.38%
82.63
123.30
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
79.56
-2,017.11%
-4.15
—
-191.26
+308.50%
-46.82
+869.36%
-4.83
-64.10
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
882.56
-1,792.67%
-52.14
—
42.71
-45.46%
78.31
-1,036.72%
-8.36
-0.14
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
194.89
+39.71%
139.50
—
-47.81
-121.23%
225.17
+224.22%
69.45
122.11
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
0.00
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
0.00
-100.00%
495.67
+14.80%
—
482.18
-49.56%
955.93
+31.39%
727.54
+21.15%
0.00