บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
11.70
0.10 (0.85%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12900 out_tok=2933 at=2026-07-25T07:58:27 -->
# MC กำไรสุทธิ Q2/66 โต 6.7% รับกำลังซื้อฟื้น-ยอดขายออฟไลน์พุ่ง
## รายได้-กำไรโตตามเศรษฐกิจฟื้นตัว ฝ่ายจัดการชี้กำลังซื้อกลับมาช่องทางหน้าร้านเป็นปัจจัยหลัก
บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีบัญชี 2566 (1 ต.ค. - 31 ธ.ค. 2565) มีรายได้จากการขาย 1,117 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 246 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% โดยปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อในช่องทางออฟไลน์ โดยเฉพาะร้านค้าปลีกของตนเองและห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นช่องทางหลักของบริษัทฯ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ MC ในไตรมาส 2 ปีบัญชี 2566 คือ **การฟื้นตัวของกำลังซื้อในช่องทางออฟไลน์** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายเติบโตขึ้น 12.2% YoY มาอยู่ที่ 1,117 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 6.7% YoY เป็น 246 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 65.2% และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 22.0%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การฟื้นตัวของกำลังซื้อในช่องทางออฟไลน์เป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค COVID-19 ของภาครัฐ การกระตุ้นเศรษฐกิจ และการเปิดประเทศ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคัก โดยเฉพาะในส่วนของ **รายได้จากร้านค้าปลีกของตนเอง (Free-standing Shop)** ที่เติบโตถึง 21.2% YoY ในไตรมาสนี้ และ **รายได้จากห้างสรรพสินค้า (Department Store)** ที่เพิ่มขึ้น 12.5% YoY ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่สร้างรายได้ให้กับบริษัทฯ ในขณะที่ยอดขายของปีก่อนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้การเปรียบเทียบ YoY ในปีนี้จึงเห็นการเติบโตที่ชัดเจน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ภาครัฐยังคงมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และการท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัว ซึ่งจะส่งผลดีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยรวม อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่ต้องจับตาคือ สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่อาจส่งผลต่อต้นทุนสินค้า ความกังวลเรื่องน้ำท่วม และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายเติบโต 12.2% YoY** แตะ 1,117 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปีบัญชี 2566
* **กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 6.7% YoY** เป็น 246 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัว** ที่ 65.2% สะท้อนการบริหารต้นทุนที่ดี
* **รายได้จากร้านค้าปลีกของตนเอง (Free-standing Shop) เพิ่มขึ้น 21.2% YoY** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
* **รายได้จากห้างสรรพสินค้า (Department Store) เพิ่มขึ้น 12.5% YoY**
* **ยอดขายช่องทางออนไลน์ (E-Commerce) ลดลง 14.1% YoY**
* **จำนวนสาขารวมเพิ่มขึ้น 16 สาขา** ณ สิ้นไตรมาส 2 ปีบัญชี 2566 เป็น 663 สาขา
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปีบัญชี 2566 (1 ต.ค. - 31 ธ.ค. 2565) บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 1,117 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อในช่องทางออฟไลน์อันเป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ รวมถึงการเปิดประเทศ ในขณะที่ยอดขายของปีก่อนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปีบัญชี 2566 (1 ก.ค. - 31 ธ.ค. 2565) บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 1,876 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 30.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ด้านกำไรขั้นต้นในไตรมาส 2 ปีบัญชี 2566 อยู่ที่ 728 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.4% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 65.2% ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อนเล็กน้อย (65.1%) สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนที่ยังคงมีประสิทธิภาพ
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวม 419 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.3% YoY สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนต่อยอดขายอยู่ที่ 37.6% ซึ่งสูงขึ้นเล็กน้อยจาก 37.2% ในปีก่อน โดยฝ่ายจัดการระบุว่าปีก่อนมีการควบคุมค่าใช้จ่ายที่เข้มงวดกว่า
ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปีบัญชี 2566 อยู่ที่ 246 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% YoY โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 22.0% ลดลงเล็กน้อยจาก 23.0% ในปีก่อน
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปีบัญชี 2566 กำไรสุทธิอยู่ที่ 362 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 42.3% YoY โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 19.2% ซึ่งสูงกว่า 17.6% ในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของกำลังซื้อผู้บริโภค:** การผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ รวมถึงการท่องเที่ยวที่กลับมา จะช่วยหนุนกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม
* **การขยายช่องทางการจัดจำหน่าย:** การเพิ่มจำนวนสาขาร้านค้าปลีกของตนเอง (Free-standing Shop) และการบริหารจัดการช่องทางห้างสรรพสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและการส่งเสริมการขาย
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** สถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าและห่วงโซ่อุปทาน
* **อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในระยะยาว
* **ภัยธรรมชาติ:** ความกังวลต่อสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและกำลังซื้อในบางภูมิภาค
* **การแข่งขันในช่องทางออนไลน์:** แม้ว่าช่องทางออฟไลน์จะฟื้นตัว แต่ช่องทางออนไลน์ยังคงมีการแข่งขันสูง และยอดขายในส่วนนี้ของบริษัทฯ ปรับลดลง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มกำลังซื้อในช่องทางออฟไลน์:** การเติบโตของรายได้จากร้านค้าปลีกของตนเองและห้างสรรพสินค้าจะสามารถรักษาโมเมนตัมได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ผลกระทบจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ:** การปรับขึ้นดอกเบี้ยและต้นทุนสินค้า จะส่งผลต่ออัตรากำไรและยอดขายในระยะถัดไปอย่างไร
* **การฟื้นตัวของยอดขายออนไลน์:** บริษัทฯ จะมีกลยุทธ์ในการกระตุ้นยอดขายในช่องทาง E-Commerce ได้อย่างไร
* **การบริหารจัดการสต็อกสินค้า:** การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลัง 4% ณ สิ้นไตรมาส จะส่งผลต่อต้นทุนการจัดเก็บและอัตรากำไรหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้:** รายได้จากการขายสินค้าในไตรมาส 2 ปีบัญชี 2566 เพิ่มขึ้น 12.2% YoY เป็น 1,117 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้จากช่องทางร้านค้าปลีกของตนเอง (Free-standing Shop) 66%, ห้างสรรพสินค้า (Department Store) 23%, ร้านค้าออนไลน์ (E-Commerce) 8% และช่องทางอื่นๆ 4%
* **ร้านค้าปลีกของตนเอง:** รายได้เพิ่มขึ้น 21.2% YoY เป็น 738 ล้านบาท
* **ห้างสรรพสินค้า:** รายได้เพิ่มขึ้น 12.5% YoY เป็น 251 ล้านบาท
* **ร้านค้าออนไลน์:** รายได้ลดลง 14.1% YoY เป็น 88 ล้านบาท
**จำนวนสาขา:** ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 กลุ่มบริษัทมีจุดจำหน่ายรวม 663 สาขา เพิ่มขึ้น 16 สาขาจาก 647 สาขา ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นในร้านค้าปลีกของตนเอง
**อัตรากำไรขั้นต้น:** อยู่ที่ 65.2% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 65.1% ในปีก่อน โดยยังคงเน้นกลยุทธ์การวางแผนส่งเสริมการขายที่หลากหลาย
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 13.3% YoY เป็น 419 ล้านบาท เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนต่อยอดขายอยู่ที่ 37.6% สูงขึ้นเล็กน้อยจาก 37.2% ในปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 2 ปีบัญชี 2566 (31 ธ.ค. 2565) อยู่ที่ 5,557 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จาก 5,062 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาสก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของอาคารและอุปกรณ์ (162 ล้านบาท) สำหรับการขยายร้านค้า, เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น (115 ล้านบาท), สินทรัพย์สิทธิการใช้ (61 ล้านบาท) และสินค้าคงคลัง (53 ล้านบาท)
**หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 1,747 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 359 ล้านบาท จาก 1,387 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาสก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น (171 ล้านบาท)
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 3,810 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 135 ล้านบาท จาก 3,675 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น (362 ล้านบาท) หักด้วยเงินปันผลจ่าย (226 ล้านบาท)
**สภาพคล่อง:** ณ สิ้นไตรมาส 2 ปีบัญชี 2566 กลุ่มบริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวม 2,111 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 115 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 284 ล้านบาท
**อัตราส่วนทางการเงิน:**
* อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 3.6 เท่า (หากไม่รวมหนี้สินตามสัญญาเช่าที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี จะอยู่ที่ 5.0 เท่า)
* อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.5 เท่า
## สรุปท้าย
หัวใจหลักของผลประกอบการ MC ในไตรมาส 2 ปีบัญชี 2566 คือการฟื้นตัวของกำลังซื้อในช่องทางออฟไลน์ โดยเฉพาะร้านค้าปลีกของตนเองและห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันรายได้และกำไรให้เติบโตขึ้น แม้จะเผชิญกับความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่แข็งแกร่งยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือความสามารถในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตของช่องทางออฟไลน์ และการปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อกำลังซื้อในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MC ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
3,125.88
ล้านบาท
↑ 14.5% YoY
กำไรขั้นต้น
1,984.73
ล้านบาท
↑ 12.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
63.49
%
กำไรสุทธิ
571.93
ล้านบาท
↑ 19.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
18.30
%
D/E Ratio
0.48
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,126
↑ + 14.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,985
↑ + 12.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
572
↑ + 19.1%
YoY
D/E Ratio
0.48
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.48
ROE (%)
20.39
ROA (%)
17.24
Book Value/หุ้น
4.51
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+196
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
195.79
|
— |
100.75
-47.98%
|
193.67
+134.38%
|
82.63
|
123.30
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-4.15
|
— |
-191.26
+308.50%
|
-46.82
+869.36%
|
-4.83
|
-64.10
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-52.14
|
— |
42.71
-45.46%
|
78.31
-1,036.72%
|
-8.36
|
-0.14
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
139.50
|
— |
-47.81
-121.23%
|
225.17
+224.22%
|
69.45
|
122.11
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
495.67
+14.80%
|
— |
482.18
-49.56%
|
955.93
+31.39%
|
727.54
+21.15%
|
0.00
|