บริษัท มัลติแบกซ์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
2.00
+0.03 (+1.52%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5436 out_tok=2460 at=2026-07-25T20:40:13 -->
# MBAX กำไรสุทธิ Q3/65 พุ่ง 413% รับอานิสงส์บาทอ่อน-ยอดขายโต
## รายได้-กำไรโตแรงจากบาทอ่อน-ปริมาณขายเพิ่ม ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นแต่ยังคุมได้
บริษัท มัลติแบกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MBAX รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีกำไรสุทธิ 128.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 413.29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีขึ้น แม้จะเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ MBAX ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขาย** ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งปริมาณการขายและราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง **การอ่อนค่าของเงินบาท** ที่ส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขายในรูปเงินบาทที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า ในปี 2565 บริษัทฯ ได้รับคำสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะยังคงประสบปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่สูงขึ้น แต่สถานการณ์เริ่มมีความสมดุลมากขึ้นกว่าปี 2564 ทำให้ปริมาณการขายกลับมามีทิศทางที่ดีขึ้น ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ราคาขายต่อหน่วยในรูปเงินบาทเพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยเหล่านี้รวมกันทำให้รายได้จากการขายสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 เติบโตขึ้นถึง 40.77% หรือ 430.40 ล้านบาท
แม้ว่าต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้น 31.23% หรือ 299.26 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาเม็ดพลาสติกที่สูงขึ้นจากการอ่อนค่าของเงินบาทที่ทำให้ต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและค่าใช้จ่ายในการผลิตต่างๆ ให้เหมาะสมกับกำลังการผลิตที่มีอยู่ได้ อีกทั้งรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าต้นทุนขาย ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 134.91% หรือ 131.15 ล้านบาท
นอกจากนี้ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่พลิกจากขาดทุน 12.85 ล้านบาทในปี 2564 มาเป็นกำไร 5.37 ล้านบาทในปี 2565 ซึ่งเพิ่มขึ้น 18.22 ล้านบาท จากการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด ก็เป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนผลประกอบการ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะปัจจัยด้านค่าเงินบาทที่ยังคงอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี และแนวโน้มปริมาณการขายที่ปรับตัวดีขึ้นจากการคลี่คลายของปัญหาตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือ แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบจะยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา แต่หากบริษัทฯ ยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการมีคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น ก็มีแนวโน้มที่จะรักษาโมเมนตัมการเติบโตของกำไรได้ในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 เติบโต 413.29%** แตะระดับ 128.58 ล้านบาท จาก 25.05 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขาย 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 40.77%** เป็น 1,485.95 ล้านบาท จาก 1,055.55 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้น 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 134.91%** เป็น 228.36 ล้านบาท จาก 97.21 ล้านบาท
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนพลิกเป็นบวก** 5.37 ล้านบาท จากขาดทุน 12.85 ล้านบาท
* **ต้นทุนขาย 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 31.23%** เป็น 1,257.59 ล้านบาท จาก 958.33 ล้านบาท โดยหลักจากราคาเม็ดพลาสติกที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 8.89%** เป็น 77.43 ล้านบาท จาก 71.11 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 1,485.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 430.40 ล้านบาท หรือ 40.77% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,055.55 ล้านบาท ต้นทุนขายรวม 1,257.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 299.26 ล้านบาท หรือ 31.23% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวม 228.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 131.15 ล้านบาท หรือ 134.91%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวม 77.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.32 ล้านบาท หรือ 8.89% ต้นทุนทางการเงินลดลง 0.38 ล้านบาท หรือ 2.34% รายได้อื่นลดลง 18.87 ล้านบาท หรือ 59.73% ขณะที่กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 18.22 ล้านบาท หรือ 141.79% และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 21.02 ล้านบาท หรือ 587.15%
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 128.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 103.53 ล้านบาท หรือ 413.29% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 25.05 ล้านบาท
เมื่อพิจารณาเฉพาะไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ สามารถทำกำไรสุทธิได้ 68.49 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 และไตรมาส 2 ที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยหลักมาจากปริมาณการขายและราคาขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง
## โอกาส
* **ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น:** คำสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นจากปีก่อน และสถานการณ์การขนส่งเริ่มคลี่คลาย
* **ราคาขายที่สูงขึ้น:** ได้รับอานิสงส์จากการอ่อนค่าของเงินบาท ทำให้ราคาขายต่อหน่วยในรูปเงินบาทสูงขึ้น
* **การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน:** ความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ช่วยพลิกจากขาดทุนเป็นกำไร
* **การควบคุมต้นทุน:** แม้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการผลิตและบุคลากรได้ดี
## ความเสี่ยง
* **ราคาวัตถุดิบผันผวน:** ราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักมีแนวโน้มสูงขึ้นจากการอ่อนค่าของเงินบาท
* **ปัญหาการขนส่ง:** แม้จะคลี่คลาย แต่ยังคงมีความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่อาจผันผวน
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ปัจจุบันจะเป็นผลบวก แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** จากการส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นคำสั่งซื้อ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาเม็ดพลาสติกและวัตถุดิบนำเข้าอื่นๆ
* สถานการณ์การขนส่งระหว่างประเทศ และค่าระวางเรือ
* ทิศทางค่าเงินบาท และผลกระทบต่อรายได้และต้นทุน
* ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ท่ามกลางต้นทุนที่สูงขึ้น
* การเติบโตของปริมาณการขายและคำสั่งซื้อใหม่ๆ
* ผลกระทบจากการเพิ่มค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายต่ออัตรากำไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลโดยตรง แต่กล่าวถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมกับกำลังการผลิตที่มีอยู่
* **Order Book:** มีคำสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน และมีการส่งเสริมการขายเพื่อเพิ่มคำสั่งซื้อ
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเม็ดพลาสติกมีราคาสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **GPM:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 134.91% เป็น 228.36 ล้านบาท สะท้อนการบริหารจัดการที่ดี แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น
* **การส่งออก:** มีการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการส่งออกซึ่งผันแปรตามปริมาณการขาย
* **ค่าเงิน:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างมาก เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการขายในรูปเงินบาท และเป็นปัจจัยลบต่อต้นทุนวัตถุดิบนำเข้า
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง มีเพียงการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลงเล็กน้อยจากการลดลงของดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะสั้น
## สรุปท้าย
MBAX โชว์ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2565 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่รายได้จากการขายที่พุ่งสูงขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณและราคาขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอานิสงส์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างมาก แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและค่าเงินบาท รวมถึงความสามารถในการรักษาอัตรากำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MBAX ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
419.59
ล้านบาท
↑ 8% YoY
กำไรขั้นต้น
48.35
ล้านบาท
↑ 293.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.52
%
กำไรสุทธิ
9.74
ล้านบาท
↓ 173.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.32
%
D/E Ratio
1.76
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
420
↑ + 8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
48
↑ + 293.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
10
↓ -173.3%
YoY
D/E Ratio
1.76
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MBAX
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.76
ROE (%)
7.39
ROA (%)
4.97
Book Value/หุ้น
2.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MBAX
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+119
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MBAX
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
118.66
-284.97%
|
-64.15
-41.15%
|
-109.00
-135.95%
|
303.21
-37.24%
|
483.14
+105.68%
|
234.90
+247.69%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
24.81
+224.31%
|
7.65
-147.60%
|
-16.07
-148.11%
|
33.40
-1,243.84%
|
-2.92
-96.84%
|
-92.28
+22.27%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-179.10
-429.96%
|
54.28
-48.99%
|
106.41
-133.34%
|
-319.12
-24.61%
|
-423.30
+300.81%
|
-105.61
+329.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-35.64
+1,505.41%
|
-2.22
-88.10%
|
-18.65
-206.69%
|
17.48
-69.29%
|
56.92
+53.84%
|
37.00
+73.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|