บริษัท มัลติแบกซ์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
2.00
+0.03 (+1.52%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4977 out_tok=2697 at=2026-07-25T21:31:37 -->
# MBAX กำไรสุทธิ Q3/2564 หด 84% สวนทางรายได้ Q3 ฟื้นตัวเล็กน้อย เหตุต้นทุนพุ่ง-ออเดอร์พิเศษหด
## รายได้ Q3 ฟื้นตัวแต่ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งฉุดกำไรขั้นต้นวูบหนัก ฝ่ายจัดการคาดสถานการณ์ตู้คอนเทนเนอร์คลี่คลายจะหนุนยอดขายกลับมา
บริษัท มัลติแบกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MBAX รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2564 มีกำไรสุทธิ 25.05 ล้านบาท ลดลงถึง 84.37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 160.32 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายลดลง 28.47% แม้ว่าในไตรมาส 3/2564 จะมีสัญญาณการฟื้นตัวของรายได้และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 2 ไตรมาสแรกของปี แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและปัญหาออเดอร์สินค้าพิเศษที่หายไปเป็นปัจจัยกดดันหลัก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ MBAX ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 84.37% มาจาก **รายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมากถึง 28.47%** ประกอบกับ **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับยอดขาย** ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงถึง 64.24% แม้ว่าในไตรมาส 3/2564 จะมีสัญญาณที่ดีขึ้นทั้งรายได้และกำไรสุทธิเมื่อเทียบกับ 2 ไตรมาสแรกของปี แต่ภาพรวม 9 เดือนยังคงถูกกดดันจากปัจจัยลบดังกล่าว
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้จากการขายที่ลดลง** เป็นผลมาจากปริมาณการขายที่ลดลง โดยเฉพาะการหายไปของคำสั่งซื้อสินค้าประเภทถุงอาหารที่มีคุณลักษณะพิเศษ เนื่องจากไม่สามารถทำตลาดได้ตามเป้าหมาย นอกจากนี้ ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่สูงขึ้น ทำให้ลูกค้าบางรายชะลอการสั่งซื้อสินค้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ตั้งแต่ไตรมาส 1 เป็นต้นมา
ขณะเดียวกัน **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับยอดขาย** เกิดจากราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักมีราคาสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ประกอบกับการที่ปริมาณการผลิตลดลงตามยอดขายที่ลดลง ทำให้ต้นทุนค่าแรงงานและโสหุ้ยการผลิตต่อหน่วยสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 3/2564 สถานการณ์เริ่มดีขึ้นจากการร่วมมือกับลูกค้าในการหาตู้สินค้า ทำให้ปริมาณการขายเพิ่มขึ้นบ้าง และเงินบาทที่อ่อนค่าลงก็ช่วยหนุนรายได้จากการขายในรูปเงินบาทให้สูงขึ้น นอกจากนี้ บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุว่า หากสถานการณ์เรื่องตู้คอนเทนเนอร์มีความสมดุลขึ้น บริษัทคาดว่าปริมาณการขายจะกลับมามีทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากบรรจุภัณฑ์พลาสติกเป็นสินค้าจำเป็น อย่างไรก็ตาม ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่สูงยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด รวมถึงความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลักอย่างเม็ดพลาสติก
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564 ลดลง 84.37%** เหลือ 25.05 ล้านบาท จาก 160.32 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขาย 9 เดือนแรกปี 2564 ลดลง 28.47%** เหลือ 1,055.55 ล้านบาท จาก 1,475.67 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้น 9 เดือนแรกปี 2564 ลดลง 64.24%** เหลือ 97.21 ล้านบาท จาก 271.85 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับยอดขาย** จาก 81.58% เป็น 90.79% เนื่องจากราคาเม็ดพลาสติกสูงขึ้นและปริมาณการผลิตลดลง
* **ไตรมาส 3/2564 มีสัญญาณการฟื้นตัว** โดยมีกำไรสุทธิ 35.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 2 ไตรมาสแรกของปี จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและการอ่อนค่าของเงินบาท
* **ปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือสูง** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลักต่อการส่งออก
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 บริษัท มัลติแบกซ์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 1,055.55 ล้านบาท ลดลง 420.12 ล้านบาท หรือ 28.47% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,475.67 ล้านบาท ต้นทุนขายรวม 958.33 ล้านบาท ลดลง 245.49 ล้านบาท หรือ 20.39% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีต้นทุน 1,203.82 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวม 97.21 ล้านบาท ลดลง 174.64 ล้านบาท หรือ 64.24% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้น 271.85 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 8.09 ล้านบาท หรือ 10.21% เป็น 71.11 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 6.72 ล้านบาท หรือ 70.74% เป็น 16.22 ล้านบาท รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 27.62 ล้านบาท หรือ 695.72% เป็น 31.59 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากเงินชดเชยจากลูกค้า ส่วนขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 15.48 ล้านบาท เป็น 12.85 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 25.85 ล้านบาท เป็น 3.58 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 25.05 ล้านบาท ลดลง 135.27 ล้านบาท หรือ 84.37% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 160.32 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 35.63 ล้านบาท ซึ่งดีขึ้นกว่า 2 ไตรมาสแรกของปี เนื่องจากปริมาณการขายสินค้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับการอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น และบริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายพนักงานให้เหมาะสมกับปริมาณงาน
## โอกาส
* **การคลี่คลายของปัญหาตู้คอนเทนเนอร์:** หากสถานการณ์ตู้คอนเทนเนอร์กลับสู่ภาวะปกติ คาดว่าจะส่งผลให้ปริมาณการขายกลับมาฟื้นตัวได้ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน
* **เงินบาทอ่อนค่า:** การอ่อนค่าของเงินบาทช่วยหนุนรายได้จากการขายในรูปเงินบาทให้สูงขึ้น และอาจส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การบริหารต้นทุน:** บริษัทให้ความสำคัญกับการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและค่าใช้จ่ายในการผลิตให้เหมาะสมกับกำลังการผลิตที่มีอยู่
## ความเสี่ยง
* **การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือสูง:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลักต่อการส่งออกและปริมาณการขาย
* **ราคาวัตถุดิบผันผวน:** ราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การจัดการเงินตราต่างประเทศยังคงมีความท้าทายและอาจส่งผลให้เกิดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติกอาจส่งผลต่อราคาขายและส่วนแบ่งทางการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* สถานการณ์การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และการปรับตัวของค่าระวางเรือ
* แนวโน้มราคาเม็ดพลาสติกและผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* ทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท
* การกลับมาของคำสั่งซื้อสินค้าประเภทถุงอาหารที่มีคุณลักษณะพิเศษ
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* ผลประกอบการในไตรมาส 4/2564 และแนวโน้มปี 2565
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**Utilization และ Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate หรือ Order Book โดยตรง แต่ระบุว่าปริมาณการผลิตลดลงตามปริมาณการขายที่ลดลง ซึ่งบ่งชี้ว่า Utilization อาจไม่เต็มที่
**ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักมีราคาสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันต้นทุนขายและกำไรขั้นต้น
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 18.42% ในงวด 9 เดือนปี 2563 มาอยู่ที่ 9.21% ในงวด 9 เดือนปี 2564
**การส่งออก:** การส่งออกได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่สูง ทำให้ลูกค้าชะลอการสั่งซื้อ
**ค่าเงินบาท:** การอ่อนค่าของเงินบาทช่วยหนุนรายได้จากการขายในรูปเงินบาท และส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/2564 สูงขึ้น
**สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับระดับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง มีเพียงการกล่าวถึงการเบิกใช้วงเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2564 ของ MBAX ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการลดลงของรายได้จากการขายที่เกิดจากปัญหาการส่งออก และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าไตรมาส 3 จะมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้นจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและการอ่อนค่าของเงินบาท แต่ความเสี่ยงจากปัญหาตู้คอนเทนเนอร์และราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสถานการณ์ตู้คอนเทนเนอร์คลี่คลายลง อาจเป็นโอกาสให้ยอดขายกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MBAX ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
419.59
ล้านบาท
↑ 8% YoY
กำไรขั้นต้น
48.35
ล้านบาท
↑ 293.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.52
%
กำไรสุทธิ
9.74
ล้านบาท
↓ 173.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.32
%
D/E Ratio
1.76
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
420
↑ + 8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
48
↑ + 293.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
10
↓ -173.3%
YoY
D/E Ratio
1.76
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MBAX
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.76
ROE (%)
7.39
ROA (%)
4.97
Book Value/หุ้น
2.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MBAX
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+119
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MBAX
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
118.66
-284.97%
|
-64.15
-41.15%
|
-109.00
-135.95%
|
303.21
-37.24%
|
483.14
+105.68%
|
234.90
+247.69%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
24.81
+224.31%
|
7.65
-147.60%
|
-16.07
-148.11%
|
33.40
-1,243.84%
|
-2.92
-96.84%
|
-92.28
+22.27%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-179.10
-429.96%
|
54.28
-48.99%
|
106.41
-133.34%
|
-319.12
-24.61%
|
-423.30
+300.81%
|
-105.61
+329.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-35.64
+1,505.41%
|
-2.22
-88.10%
|
-18.65
-206.69%
|
17.48
-69.29%
|
56.92
+53.84%
|
37.00
+73.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|