บริษัท มัลติแบกซ์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
2.00
+0.03 (+1.52%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4837 out_tok=2515 at=2026-07-25T20:48:43 -->
# MBAX พลิกขาดทุนสุทธิ 10.58 ล้านบาท เป็นกำไร 60.09 ล้านบาทใน 6 เดือนแรกปี 65 รับอานิสงส์ราคา-ปริมาณขายพุ่ง ค่าบาทอ่อน
## รายได้-กำไรโตแรง 6 เดือนแรกปี 65 จากคำสั่งซื้อเพิ่ม-ค่าเงินบาทอ่อนหนุน ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งแต่คุมได้
บริษัท มัลติแบกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MBAX พลิกเกมจากขาดทุนสุทธิ 10.58 ล้านบาทในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 มามีกำไรสุทธิ 60.09 ล้านบาทในปี 2565 คิดเป็นการเติบโตกว่า 667.96% โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ต้นทุนขายปรับตัวสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ MBAX พลิกจากขาดทุนเป็นกำไรอย่างมีนัยสำคัญในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขาย** ซึ่งเติบโตถึง 44.64% หรือ 271.33 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจาก **ปริมาณการขายและราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้น** ประกอบกับ **การอ่อนค่าของเงินบาท** ซึ่งช่วยหนุนรายได้จากการขายในรูปเงินบาทให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ต้นทุนขายจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ที่สูงกว่าทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เติบโตถึง 206.68%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายและราคาขายเกิดจาก **คำสั่งซื้อสินค้าที่เพิ่มขึ้น** ในปี 2565 เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะยังคงประสบปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่สูง แต่สถานการณ์เริ่มสมดุลขึ้นกว่าปี 2564 ทำให้ปริมาณการขายกลับมามีทิศทางที่ดีขึ้น นอกจากนี้ **ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างมาก** เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ยังส่งผลให้รายได้จากการขายในรูปเงินบาทเพิ่มขึ้น และทำให้ราคาขายต่อหน่วยสูงขึ้นกว่าปีก่อน
ในส่วนของต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 34.42% หรือ 196.78 ล้านบาทนั้น เกิดจาก **ราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักมีราคาสูงขึ้น** เมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและค่าใช้จ่ายในการผลิตให้เหมาะสมกับกำลังการผลิตที่มีอยู่ ประกอบกับการที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าต้นทุนขาย ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 206.68%
นอกจากนี้ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง** 2.19% หรือ 1.07 ล้านบาท เนื่องจากการควบคุมจำนวนพนักงานให้เหมาะสมกับปริมาณงาน และไม่มีการจ่ายเงินชดเชยเหมือนปีก่อน ขณะที่ **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น** 170.29% หรือ 17.88 ล้านบาท จากการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด ทำให้พลิกจากขาดทุน 10.50 ล้านบาทในปี 2564 มามีกำไร 7.38 ล้านบาทในปี 2565
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก **คำสั่งซื้อสินค้าที่เพิ่มขึ้น** ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการสินค้าที่ยังคงมีอยู่ และ **แนวโน้มการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย** ที่มีประสิทธิภาพของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้าน **ราคาวัตถุดิบ** และ **ค่าระวางเรือ** ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตได้ในอนาคต ส่วน **อัตราแลกเปลี่ยน** นั้น แม้จะส่งผลบวกในงวดนี้ แต่ก็มีความผันผวนที่ต้องบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ 667.96%:** งวด 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 60.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.67 ล้านบาท จากงวดเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 10.58 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายเติบโต 44.64%:** มีรายได้รวม 879.09 ล้านบาท จากปริมาณการขายและราคาขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลจากค่าเงินบาทอ่อนค่า
* **กำไรขั้นต้นพุ่ง 206.68%:** อยู่ที่ 110.62 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่สูงกว่าต้นทุนขาย แม้ราคาวัตถุดิบหลัก (เม็ดพลาสติก) จะสูงขึ้น
* **ต้นทุนขายเพิ่ม 34.42%:** เป็นผลมาจากราคาเม็ดพลาสติกที่สูงขึ้น แต่บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายอื่นได้
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 2.19%:** จากการบริหารจัดการจำนวนพนักงานให้เหมาะสม
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนพลิกบวก:** เพิ่มขึ้น 17.88 ล้านบาท จากปีก่อนที่ขาดทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 879.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.64% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 607.76 ล้านบาท ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 34.42% เป็น 768.47 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 206.68% เป็น 110.62 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 2.19% เป็น 47.70 ล้านบาท ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.73% เป็น 10.01 ล้านบาท รายได้อื่นลดลง 56.79% เป็น 8.66 ล้านบาท กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 170.29% เป็น 7.38 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 465.02% เป็น 8.87 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิรวม 60.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 667.96% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 10.58 ล้านบาท
หากพิจารณารายไตรมาส พบว่าไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ สามารถทำกำไรสุทธิได้ 42.73 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565
## โอกาส
* **คำสั่งซื้อสินค้าที่เพิ่มขึ้น:** สะท้อนถึงความต้องการสินค้าที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง
* **การอ่อนค่าของเงินบาท:** เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนรายได้จากการขายในรูปเงินบาท
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ:** ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและควบคุมค่าใช้จ่ายโดยรวม
## ความเสี่ยง
* **ราคาวัตถุดิบหลัก (เม็ดพลาสติก) ที่สูงขึ้น:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรหากไม่สามารถผลักภาระไปยังราคาขายได้ทั้งหมด
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะสร้างกำไรในงวดนี้ แต่ก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
* **ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่สูง:** แม้จะดีขึ้นกว่าปีก่อน แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่อาจกระทบต่อการขนส่งและต้นทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มปริมาณการขายและราคาขายในไตรมาสถัดไป
* การเปลี่ยนแปลงของราคาเม็ดพลาสติกและผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* สถานการณ์ค่าระวางเรือและการขนส่งระหว่างประเทศ
* ทิศทางของค่าเงินบาทและผลกระทบต่อรายได้และต้นทุน
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุระดับ Utilization โดยตรง แต่กล่าวถึงการควบคุมจำนวนพนักงานให้เหมาะสมกับกำลังการผลิตที่มีอยู่
* **Order Book:** มีคำสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนรายได้
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักมีราคาสูงขึ้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 206.68% เป็น 110.62 ล้านบาท
* **การส่งออก:** ได้รับผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่า ซึ่งบ่งชี้ว่ามีรายได้จากการส่งออก
* **ค่าเงิน:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการขายในรูปเงินบาท
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงข้อมูลสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง มีเพียงการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการมีวงเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ครบกำหนดชำระเพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
MBAX พลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างแข็งแกร่งในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตกว่า 667.96% โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายที่ได้รับแรงหนุนจากปริมาณและราคาขายที่สูงขึ้น รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนค่า แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าเงินบาท รวมถึงความสามารถในการรักษาคำสั่งซื้อในระยะยาว เพื่อประเมินแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MBAX ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
419.59
ล้านบาท
↑ 8% YoY
กำไรขั้นต้น
48.35
ล้านบาท
↑ 293.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.52
%
กำไรสุทธิ
9.74
ล้านบาท
↓ 173.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.32
%
D/E Ratio
1.76
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
420
↑ + 8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
48
↑ + 293.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
10
↓ -173.3%
YoY
D/E Ratio
1.76
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MBAX
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.76
ROE (%)
7.39
ROA (%)
4.97
Book Value/หุ้น
2.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MBAX
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+119
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MBAX
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
118.66
-284.97%
|
-64.15
-41.15%
|
-109.00
-135.95%
|
303.21
-37.24%
|
483.14
+105.68%
|
234.90
+247.69%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
24.81
+224.31%
|
7.65
-147.60%
|
-16.07
-148.11%
|
33.40
-1,243.84%
|
-2.92
-96.84%
|
-92.28
+22.27%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-179.10
-429.96%
|
54.28
-48.99%
|
106.41
-133.34%
|
-319.12
-24.61%
|
-423.30
+300.81%
|
-105.61
+329.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-35.64
+1,505.41%
|
-2.22
-88.10%
|
-18.65
-206.69%
|
17.48
-69.29%
|
56.92
+53.84%
|
37.00
+73.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|