บริษัท แมนดารินโฮเต็ล จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
0.00
+0.00 (+100.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7340 out_tok=2639 at=2026-07-25T07:57:28 -->
PROSPER ENGINEERING PCL. (PROS) Q2/2566: รายได้หด 28% ขาดทุนสุทธิพุ่ง 104% รับผลกระทบต้นทุนวัสดุ-แรงงานพุ่ง
ฝ่ายบริหาร PROS ชี้ภาพรวมเศรษฐกิจปี 2566 คาดการลงทุนภาครัฐและเอกชนจะฟื้นตัว หนุนการเติบโตภาคการก่อสร้าง แต่บริษัทยังคงเผชิญความท้าทายจากต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนวัสดุและค่าแรง
PROS เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2566 มีรายได้จากการขายและบริการ 368.14 ล้านบาท ลดลง 28.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสาเหตุหลักมาจากการรับรู้รายได้ตามความเหมาะสมของงานก่อสร้างที่ล่าช้าของโครงการ 60 จุดจร และโครงการ INSIDE BANGKOK SUKHUMVIT ที่เตรียมส่งมอบงานในไตรมาส 2/2566 อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีกลุ่มงานที่สามารถรับรู้รายได้ได้ตามความเหมาะสมของงาน เช่น โครงการก่อสร้างสถานีไฟฟ้าหลัก, โครงการก่อสร้างโรงงานผลิต Girder รถไฟคู่, โครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม และโครงการราชดำริ 12
สำหรับต้นทุนการขายและบริการอยู่ที่ 528.10 ล้านบาท ลดลง 11.97% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ขาดทุนจากการขายและบริการอยู่ที่ 159.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 85.22 ล้านบาทในปีก่อน คิดเป็นอัตราขาดทุนที่ 43.45% และ 16.56% ตามลำดับ สาเหตุหลักมาจากการรับรู้ต้นทุนวัสดุอุปกรณ์และค่าแรงที่สูงขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 5.83% เป็น 47.36 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากการลงทุนในระบบคอมพิวเตอร์และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น
ส่งผลให้บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 2/2566 จำนวน 205.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 104.72% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 104.89 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PROS ในไตรมาส 2/2566 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงของรายได้จากการขายและบริการ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการขายและบริการ และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** ซึ่งส่งผลให้ขาดทุนสุทธิเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
* **รายได้ลดลง:** สาเหตุหลักมาจากการรับรู้รายได้ตามความเหมาะสมของงานก่อสร้างที่ล่าช้าของโครงการ 60 จุดจร และโครงการ INSIDE BANGKOK SUKHUMVIT ที่เลื่อนการส่งมอบงานออกไป แม้จะมีบางโครงการที่ยังคงรับรู้รายได้ได้ตามปกติ แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากโครงการที่ล่าช้าได้ทั้งหมด
* **ต้นทุนสูงขึ้น:** ต้นทุนวัสดุอุปกรณ์และค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง และเพิ่มการขาดทุนจากการขายและบริการ
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น:** การลงทุนในระบบคอมพิวเตอร์และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น เป็นอีกปัจจัยที่กดดันผลกำไรสุทธิ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม**
เอกสารระบุว่าโครงการ INSIDE BANGKOK SUKHUMVIT เตรียมส่งมอบงานในไตรมาส 2/2566 ซึ่งอาจช่วยหนุนรายได้ในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม การรับรู้รายได้ตามความเหมาะสมของงานก่อสร้างที่ล่าช้ายังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา นอกจากนี้ การที่ต้นทุนวัสดุและค่าแรงยังคงอยู่ในระดับสูง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรอย่างต่อเนื่อง หากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือไม่สามารถปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายและบริการ:** 368.14 ล้านบาท ลดลง 28.47% YoY
* **ขาดทุนจากการขายและบริการ:** 159.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 85.22 ล้านบาท YoY
* **ขาดทุนสุทธิ:** 205.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 104.72% YoY
* **ต้นทุนวัสดุและค่าแรง:** เป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **ความล่าช้าของโครงการ:** ส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้ในไตรมาส 2/2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการจำนวน 736.24 ล้านบาท ลดลง 15.97% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการรับรู้รายได้ตามความเหมาะสมของงานก่อสร้างที่ล่าช้าของโครงการ 60 จุดจร และ INSIDE BANGKOK SUKHUMVIT อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีกลุ่มงานที่สามารถรับรู้รายได้ได้ตามความเหมาะสมของงาน เช่น โครงการก่อสร้างสถานีไฟฟ้าหลัก, โครงการก่อสร้างโรงงานผลิต Girder รถไฟคู่, โครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม และโครงการราชดำริ 12
ต้นทุนการขายและบริการสำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 1,056.20 ล้านบาท ลดลง 1.14% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ขาดทุนจากการขายและบริการอยู่ที่ 319.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 170.44 ล้านบาทในปีก่อน คิดเป็นอัตราขาดทุนที่ 43.45% และ 23.12% ตามลำดับ สาเหตุหลักมาจากการรับรู้ต้นทุนวัสดุอุปกรณ์และค่าแรงที่สูงขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 89.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.32% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
ส่งผลให้บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2566 จำนวน 410.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 104.72% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 200.38 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการลงทุนภาครัฐและเอกชน:** ฝ่ายบริหารคาดว่าการลงทุนภาครัฐและเอกชนจะฟื้นตัวในปี 2566 ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคการก่อสร้าง
* **โครงการที่ยังคงรับรู้รายได้:** บริษัทยังมีกลุ่มงานที่สามารถรับรู้รายได้ได้ตามความเหมาะสมของงาน เช่น โครงการก่อสร้างสถานีไฟฟ้าหลัก, โครงการก่อสร้างโรงงานผลิต Girder รถไฟคู่, โครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม และโครงการราชดำริ 12
* **การขยายธุรกิจ:** ฝ่ายบริหารมีแผนขยายธุรกิจในกลุ่มงานวิศวกรรม, กลุ่มงานสาธารณูปโภค, กลุ่มเทคโนโลยีใหม่ และกลุ่มสุขภาพ ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้และกำไรในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความล่าช้าของโครงการ:** การเลื่อนการส่งมอบงานของโครงการ INSIDE BANGKOK SUKHUMVIT และโครงการ 60 จุดจร ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้
* **ต้นทุนวัสดุและค่าแรงที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นและเพิ่มการขาดทุน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อความสามารถในการปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของลูกค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การส่งมอบงานโครงการ INSIDE BANGKOK SUKHUMVIT:** จะสามารถดำเนินการได้ตามแผนและส่งผลต่อรายได้ในไตรมาส 3/2566 หรือไม่
* **แนวโน้มต้นทุนวัสดุและค่าแรง:** จะมีทิศทางอย่างไร และบริษัทจะมีมาตรการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างไร
* **การรับรู้รายได้จากโครงการที่ล่าช้า:** จะสามารถเร่งรัดการดำเนินงานเพื่อชดเชยรายได้ที่เสียไปได้หรือไม่
* **ความคืบหน้าของแผนขยายธุรกิจ:** กลุ่มงานวิศวกรรม, กลุ่มงานสาธารณูปโภค, กลุ่มเทคโนโลยีใหม่ และกลุ่มสุขภาพ จะสามารถสร้างรายได้และกำไรได้ตามเป้าหมายหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้:** รายได้จากการขายและบริการลดลง 28.47% YoY เป็น 368.14 ล้านบาท เนื่องจากความล่าช้าในการรับรู้รายได้จากโครงการก่อสร้างหลักบางโครงการ
* **ต้นทุน:** ต้นทุนการขายและบริการลดลง 11.97% YoY เป็น 528.10 ล้านบาท แต่ยังคงสูงกว่ารายได้ ทำให้เกิดขาดทุนจากการขายและบริการ
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ติดลบอย่างมีนัยสำคัญ จากการที่ต้นทุนวัสดุและค่าแรงที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 5.83% เป็น 47.36 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากการลงทุนในระบบ IT และค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 1,258.40 ล้านบาท ลดลงจาก 1,404.96 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการลดลงของสินทรัพย์ตามสัญญา (Contract Assets)
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 66.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 59.72 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 196.53 ล้านบาท ลดลงจาก 192.20 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากผลขาดทุนจากการดำเนินงาน
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio):** อยู่ที่ 0.95 เท่า ลดลงจาก 1.25 เท่า ณ สิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของสินทรัพย์ตามสัญญา
## สรุปท้าย
PROS เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 2/2566 จากรายได้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากความล่าช้าของโครงการ ประกอบกับต้นทุนวัสดุและค่าแรงที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว แม้จะมีโอกาสจากการฟื้นตัวของการลงทุนและแผนขยายธุรกิจ แต่ความเสี่ยงจากความล่าช้าของโครงการและแรงกดดันด้านต้นทุนยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MANRIN ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
94.84
ล้านบาท
↓ 7.6% YoY
กำไรขั้นต้น
39.69
ล้านบาท
↓ 11.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
41.85
%
กำไรสุทธิ
10.20
ล้านบาท
↓ 14.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.75
%
D/E Ratio
0.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
95
↓ -7.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
40
↓ -11.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
10
↓ -14.7%
YoY
D/E Ratio
0.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MANRIN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.35
ROE (%)
8.70
ROA (%)
8.97
Book Value/หุ้น
18.20
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MANRIN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-46
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+15
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MANRIN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-46.46
-8.02%
|
-50.51
+1,483.39%
|
-3.19
-116.22%
|
19.67
-199.29%
|
-19.81
-52.03%
|
-41.30
-154.42%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
14.78
+24.83%
|
11.84
+458.49%
|
2.12
-198.15%
|
-2.16
+340.82%
|
-0.49
-126.20%
|
1.87
-76.06%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
33.43
-71.54%
|
117.48
+77.09%
|
66.34
+2,835.40%
|
2.26
-300.00%
|
-1.13
-102.56%
|
44.13
-152.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1.76
-97.77%
|
78.82
+20.74%
|
65.28
+52.56%
|
42.79
-226.08%
|
-33.94
-822.13%
|
4.70
-1,336.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
40.30
-46.68%
|
75.58
-21.11%
|
95.80
+6.99%
|
89.54
+263.25%
|
24.65
+23.56%
|
19.95
+0.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
39.57
-1.81%
|
40.30
-46.68%
|
75.58
-21.11%
|
95.80
+6.99%
|
89.54
+263.25%
|
24.65
+26.15%
|