กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เอ็มเอฟซี ป่าตอง เฮอริเทจ
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
1.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7908 out_tok=2481 at=2026-07-25T21:22:19 -->
# M-PAT พลิกขาดทุนน้อยลง 66% YoY รับยอดขายโต 22% แม้ต้นทุนพุ่ง
## รายได้-กำไร Q1/65 ฟื้นตัวจากปีก่อน แต่ยังเผชิญแรงกดดันต้นทุนสูง-เงินเฟ้อ
บริษัท กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เอ็มเอฟซี ป่าตอง เฮอริเทจ (M-PAT) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิลดลง 66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายที่เพิ่มขึ้นถึง 22% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงเผชิญกับต้นทุนสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นในทุกรายการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลกำไรโดยรวม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ M-PAT ในไตรมาส 1/2565 ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การเติบโตของยอดขายที่แข็งแกร่งถึง 22% YoY** ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้บางส่วน ทำให้ **ผลขาดทุนสุทธิลดลง 66% YoY** จาก 43 ล้านบาท เป็น 15 ล้านบาท แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นจาก 20.5% เป็น 22.7% แต่ก็ยังไม่สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ เนื่องจากต้นทุนสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของยอดขาย 22% YoY มาจากทุกช่องทางการขาย ทั้งในประเทศที่เพิ่มขึ้น 22% และต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 21% โดยธุรกิจตราสินค้า (Brand) มีสัดส่วน 63% และธุรกิจรับจ้างผลิต (Contract Manufacturing Business: CMG) มีสัดส่วน 37% การเพิ่มขึ้นของยอดขายนี้เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการปรับกลยุทธ์การขาย อย่างไรก็ตาม ต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้นอย่างมาก ทั้งวัตถุดิบ ภาชนะบรรจุ สาธารณูปโภค และค่าขนส่ง (โดยเฉพาะราคาน้ำมัน) รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 ในโรงงาน เป็นปัจจัยกดดันที่สำคัญ ทำให้แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ายอดขายจะเติบโตได้ดีในไตรมาสนี้ แต่แนวโน้มในอนาคตยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อทั้งในและต่างประเทศ, ปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าขนส่งที่สูงขึ้น, ค่าเงินบาทที่อ่อนค่า, และผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ทำให้ราคาน้ำมันและวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง ล้วนเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและยอดขายในอนาคต ฝ่ายจัดการเน้นการติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด การบริหารกระแสเงินสด การควบคุมค่าใช้จ่าย และประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งเป็นแนวทางที่จำเป็นในการรับมือกับความผันผวนของสถานการณ์
## Highlight สำคัญ
* **ยอดขายรวม 978 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% YoY** จาก 803 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2564
* **ผลขาดทุนสุทธิลดลง 66% YoY** จาก 43 ล้านบาท เป็น 15 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้น** จาก 20.5% เป็น 22.7%
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 18% YoY** สวนทางกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น 22% ทำให้ต้นทุนขายต่อยอดขายลดลงจาก 79.5% เป็น 77.3%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลดลง** จาก 12.0% เป็น 10.6% และจาก 14.2% เป็น 13.0% ตามลำดับ เนื่องจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 10% YoY** จาก 17 ล้านบาท เป็น 18 ล้านบาท จากภาระเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น
* **ตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่มในประเทศหดตัว 6%** ในรอบ 12 เดือนถึง มี.ค. 2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 M-PAT มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 978 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของยอดขายในทุกช่องทาง ทั้งธุรกิจตราสินค้า (Brand) และธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG) รวมถึงการขายทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 18% YoY ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 35% YoY คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 22.7% จาก 20.5% ในปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายลดลง เนื่องจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 15 ล้านบาท ลดลง 66% YoY เนื่องจากต้นทุนสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* การเติบโตของยอดขายในทุกช่องทาง ทั้งธุรกิจ Brand และ CMG รวมถึงการขายในประเทศและต่างประเทศ บ่งชี้ถึงความสามารถในการแข่งขันและการตอบสนองต่อตลาด
* ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น
* การฟื้นตัวของตลาดในบางภูมิภาคหรือบางกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง:** วัตถุดิบ ภาชนะบรรจุ พลังงาน และค่าขนส่ง เป็นปัจจัยกดดันหลักที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **ภาวะเงินเฟ้อและกำลังซื้อที่อ่อนแอ:** ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน และอาจกระทบต่อปริมาณการขายในระยะยาว
* **ปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าขนส่งที่สูง:** ส่งผลกระทบต่อการส่งออกทั้งในด้านต้นทุนและระยะเวลาในการจัดส่ง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบบางส่วน
* **สถานการณ์ COVID-19:** ยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและกำลังซื้อ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และค่าขนส่งในไตรมาสถัดไป
* ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังราคาขายโดยไม่กระทบต่อปริมาณการขาย
* การบริหารจัดการปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าขนส่งสำหรับการส่งออก
* ผลกระทบจากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนต่อเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อ
* ความคืบหน้าในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสถานการณ์ COVID-19 ในโรงงาน
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ยอดขาย:** เติบโต 22% YoY โดยธุรกิจ Brand เพิ่มขึ้น 21% และ CMG เพิ่มขึ้น 22% สัดส่วน Brand:CMG อยู่ที่ 63:37 และสัดส่วนในประเทศ:ต่างประเทศอยู่ที่ 56:44
* **ต้นทุนขาย:** เพิ่มขึ้น 18% YoY อัตราส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายลดลงจาก 79.5% เป็น 77.3% บ่งชี้ถึงประสิทธิภาพการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับยอดขาย
* **กำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้น 35% YoY อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 20.5% เป็น 22.7%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** มีอัตราส่วนต่อยอดขายลดลง สะท้อนการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพเมื่อยอดขายเพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 3,954 ล้านบาท ลดลง 2.3% จากสิ้นปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักจากการลดลงของสินค้าคงเหลือและเงินสด หนี้สินรวม 3,218 ล้านบาท ลดลง 2.2% โดยมีปัจจัยหลักจากการลดลงของเงินรับล่วงหน้าค่าสินค้า ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 736 ล้านบาท ลดลง 2.6% จากผลประกอบการขาดทุน
ในด้านสภาพคล่อง อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 0.65 เท่า ลดลงจาก 0.68 เท่า ณ สิ้นปี 2564 อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3.13 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3.09 เท่า
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสุทธิในไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 19 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 67 ล้านบาทในปีก่อน แม้ว่าเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นมากถึง 1309.2% เป็น 61 ล้านบาท แต่ถูกหักล้างด้วยเงินสดที่ใช้ไปจากการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานจำนวน 42 ล้านบาท กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุนใช้ไป 6 ล้านบาท และกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินใช้ไป 24 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 10 ล้านบาท
## สรุปท้าย
M-PAT ในไตรมาส 1/2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของยอดขายที่แข็งแกร่งถึง 22% YoY ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและปัจจัยภายนอก ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ทำให้บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แม้ว่าจะมีประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น การบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนและสภาพเศรษฐกิจโลกจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ M-PAT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
3.28
ล้านบาท
↓ 8.8% YoY
กำไรขั้นต้น
3.27
ล้านบาท
↓ 8.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
99.76
%
กำไรสุทธิ
2.46
ล้านบาท
↓ 151.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
74.94
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3
↓ -8.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
3
↓ -8.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2
↓ -151.8%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — M-PAT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
5.59
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — M-PAT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
586.59
-7.28%
|
632.67
+0.32%
|
630.62
-3.60%
|
654.18
+17.26%
|
557.87
-13.27%
|
643.27
-26.41%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
0.64
+10.53%
|
0.58
+14.17%
|
0.51
+158.29%
|
0.20
+0.58%
|
0.20
-59.48%
|
0.49
-74.06%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — M-PAT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-16.05
+4,763.64%
|
-0.33
-97.18%
|
-11.71
-204.83%
|
11.17
+1,495.71%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
9.45
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-4.41
-58.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-4.02
-354.43%
|
1.58
-109.84%
|
-16.05
+582.98%
|
-2.35
-111.97%
|
19.64
+190.53%
|
6.76
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1.62
+125.00%
|
0.72
+380.00%
|
0.15
-68.09%
|
0.47
-96.14%
|
12.18
+124.72%
|
5.42
-45.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1.46
-9.88%
|
1.62
+125.00%
|
0.72
+380.00%
|
0.15
-69.18%
|
0.00
|
0.00
|