บริษัท โรงพยาบาล ลาดพร้าว จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
3.60
+0.02 (+0.56%)
สรุปสั้น
จากการที่บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีนโยบายในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นให้การ เติบโตของรายได้สูงกว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นแม้ในสภาวะที่ยังคงมีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ในไตรมาส 1/2565 บริษัทและบริษัทย่อย มีกําไรสุทธิรวม (ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่) 151.50 ล้านบาท เติบโต 275.07% y-y.
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3933 out_tok=3013 at=2026-07-25T19:51:05 -->
# LPH กำไร Q3/2566 ฟื้นตัว QoQ รับรายได้โรงพยาบาล-บริษัทย่อยโต
## รายได้โรงพยาบาล-บริษัทย่อยหนุนผลงาน Q3/2566 ฟื้นตัว QoQ แม้กำไรสุทธิ YoY ยังต่ำกว่าปีก่อน
บริษัท โรงพยาบาล ลาดพร้าว จำกัด (มหาชน) หรือ LPH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวมเติบโตขึ้นทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้กิจการโรงพยาบาลและบริการของบริษัทย่อย AMARC อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิยังคงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากผลกระทบเชิงเปรียบเทียบจากการสิ้นสุดภาวะ COVID-19 และการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก volume/SSS, จำนวนลูกค้า-สาขา, utilization, ราคาขาย, ต้นทุนแรงงาน/ค่าเช่า, หรือรายได้พิเศษ
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ LPH ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงานปกติ โดยเฉพาะรายได้จากกิจการโรงพยาบาลและบริการของบริษัทย่อย AMARC ที่เติบโตได้ดีทั้ง QoQ และ YoY** แม้ว่ากำไรสุทธิโดยรวมจะยังคงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนก็ตาม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้รวมที่ 14.21% QoQ และ 5.54% YoY** โดยมีสัดส่วนรายได้หลักมาจากกิจการโรงพยาบาลที่เติบโต 13.38% QoQ และ 3.09% YoY และบริการของบริษัทย่อย AMARC ที่เติบโต 14.48% QoQ และ 12.55% YoY นอกจากนี้ รายได้ค่าเช่าและรายได้อื่นที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพยังเติบโตอย่างก้าวกระโดด 82.76% QoQ และ 297.16% YoY อย่างไรก็ตาม **กำไรสุทธิ (ส่วนของบริษัทใหญ่) อยู่ที่ 34.26 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 5.80% ซึ่งดีขึ้น QoQ แต่ยังคงน้อยกว่า YoY 5.15%**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัย:
* **รายได้จากการรักษาพยาบาลทั่วไปตามปกติธุรกิจ:** เติบโต 12.70% QoQ และ 11.58% YoY ในไตรมาส 3 และเติบโต 8.00% YoY ในงวด 9 เดือน ซึ่งสะท้อนถึงการกลับมาใช้บริการทางการแพทย์ตามปกติ
* **รายได้จากโครงการประกันสังคม:** เติบโต 11.56% YoY ในไตรมาส 3 และ 4.64% YoY ในงวด 9 เดือน ได้รับผลบวกจากการปรับเพิ่มค่าบริการทางการแพทย์โดยสำนักงานประกันสังคม
* **บริการของบริษัทย่อย AMARC:** มีการเติบโตที่แข็งแกร่งทั้ง QoQ และ YoY ซึ่งบ่งชี้ถึงความต้องการบริการที่เพิ่มขึ้น
* **รายได้ค่าเช่าและรายได้อื่น:** เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจมาจากโครงการใหม่หรือการขยายบริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ
แม้รายได้จะเติบโต แต่ **อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 24.30% ซึ่งดีขึ้น QoQ แต่ต่ำกว่า YoY 3.86%** สาเหตุหลักมาจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและบริการของ AMARC ที่เพิ่มขึ้น 7.83% QoQ และ 11.97% QoQ ตามลำดับ เพื่อรองรับการขยายศักยภาพและโครงการใหม่ๆ ประกอบกับ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ค่าสาธารณูปโภค โครงการขยาย และการตลาดสำหรับลูกค้าต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น**
นอกจากนี้ **ผลกระทบเชิงเปรียบเทียบจากการสิ้นสุดภาวะ COVID-19** ทำให้ฐานกำไรในปีก่อนสูงกว่า ส่งผลให้กำไรสุทธิ YoY ยังคงต่ำกว่า แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจาก **ภาระภาษีเงินได้ที่ลดลง 69.32%** ในงวด 9 เดือน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากการดำเนินงานปกติ ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการเพิ่มศักยภาพการให้บริการและขยายโครงการใหม่เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เติบโตต่อเนื่อง การปรับเพิ่มค่าบริการจากสำนักงานประกันสังคมยังเป็นปัจจัยบวกต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพื่อรองรับการขยายธุรกิจอาจส่งผลต่ออัตรากำไรในระยะสั้น การฟื้นตัวของกำไรสุทธิให้กลับไปเท่าปีก่อนหน้าอาจต้องใช้เวลาและขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการต้นทุนควบคู่กับการเติบโตของรายได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2566 เติบโต 14.21% QoQ และ 5.54% YoY** โดยมีรายได้หลักจากกิจการโรงพยาบาลและบริษัทย่อย AMARC
* **กำไรสุทธิ (ส่วนบริษัทใหญ่) Q3/2566 อยู่ที่ 34.26 ล้านบาท** ดีขึ้น 4.72% QoQ แต่ยังต่ำกว่า YoY 5.15%
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/2566 อยู่ที่ 24.30%** ดีขึ้น QoQ แต่ต่ำกว่า YoY 3.86%
* **รายได้จากการรักษาพยาบาลทั่วไป Q3/2566 เติบโต 11.58% YoY** และรายได้ประกันสังคมเติบโต 11.56% YoY
* **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น** เพื่อรองรับการขยายศักยภาพและโครงการใหม่ๆ
* **ภาระภาษีเงินได้สำหรับงวด 9 เดือนลดลง 69.32%** เมื่อเทียบกับปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 597.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.21% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และเพิ่มขึ้น 5.54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีสัดส่วนรายได้หลักจากกิจการโรงพยาบาล 84.8% ซึ่งเติบโต 13.38% QoQ และ 3.09% YoY และบริการของบริษัทย่อย AMARC 13.6% เติบโต 14.48% QoQ และ 12.55% YoY ขณะที่รายได้ค่าเช่าและรายได้อื่นที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพเติบโตอย่างก้าวกระโดด 82.76% QoQ และ 297.16% YoY
อย่างไรก็ตาม สำหรับรายได้รวมสะสม 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 รายได้กิจการโรงพยาบาลเติบโตน้อยกว่าปีก่อน 16.51% โดยมีสาเหตุหลักจากการสิ้นสุดภาวะการระบาดของ COVID-19 แต่รายได้จาก AMARC และรายได้ค่าเช่า/อื่นยังคงเติบโต 6.07% และ 28.86% YoY ตามลำดับ
ในด้านกำไร บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีอัตรากำไรขั้นต้น 24.30% ดีขึ้น QoQ 3.67% แต่ต่ำกว่า YoY 3.86% ส่งผลให้มีกำไรสุทธิรวม (ส่วนของบริษัทใหญ่) 34.26 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 5.80% ดีขึ้น QoQ 4.72% แต่ยังคงน้อยกว่า YoY 5.15% โดยมีปัจจัยหลักจากการสิ้นสุดภาวะ COVID-19 และการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้จากการรักษาพยาบาลทั่วไป:** สะท้อนการกลับมาใช้บริการทางการแพทย์ตามปกติ และการขยายฐานลูกค้า
* **การปรับเพิ่มค่าบริการจากสำนักงานประกันสังคม:** เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากโครงการประกันสังคมอย่างต่อเนื่อง
* **การเติบโตของบริษัทย่อย AMARC:** แสดงถึงความต้องการบริการที่เพิ่มขึ้นและศักยภาพของธุรกิจ
* **รายได้ค่าเช่าและรายได้อื่นที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพเติบโตสูง:** บ่งชี้ถึงการขยายธุรกิจใหม่ๆ หรือการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่มีอยู่
* **การลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพและขยายโครงการ:** เป็นการเตรียมพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมบริการสุขภาพ:** อาจส่งผลต่อการกำหนดราคาและอัตรากำไร
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ทั้งต้นทุนบุคลากร วัสดุทางการแพทย์ และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ อาจกดดันอัตรากำไร
* **ผลกระทบเชิงเปรียบเทียบจากฐานกำไรปีก่อน:** การสิ้นสุดภาวะ COVID-19 ทำให้ฐานกำไรปี 2565 สูงกว่า ซึ่งอาจส่งผลต่อการเติบโตของกำไร YoY ในระยะสั้น
* **ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ:** อาจส่งผลต่อกำลังซื้อและการใช้บริการทางการแพทย์ของประชาชน
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** การควบคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญท่ามกลางการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของรายได้กิจการโรงพยาบาลและบริษัทย่อย AMARC ในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย เพื่อรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นและสุทธิ
* ผลตอบรับจากการขยายโครงการใหม่ๆ และการเพิ่มศักยภาพการให้บริการ
* ทิศทางของรายได้ค่าเช่าและรายได้อื่นที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ
* การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรืออัตราค่าบริการจากสำนักงานประกันสังคม
* ความคืบหน้าของการตลาดสำหรับลูกค้าต่างประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้:** รายได้รวม Q3/2566 อยู่ที่ 597.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.21% QoQ และ 5.54% YoY โดยรายได้กิจการโรงพยาบาลเติบโต 13.38% QoQ และ 3.09% YoY ส่วนบริษัทย่อย AMARC เติบโต 14.48% QoQ และ 12.55% YoY รายได้ค่าเช่าและอื่นเติบโตโดดเด่น 82.76% QoQ และ 297.16% YoY
* **การรักษาพยาบาลทั่วไป:** เติบโต 12.70% QoQ และ 11.58% YoY ใน Q3/2566 และ 8.00% YoY ใน 9 เดือนแรก
* **ประกันสังคม:** เติบโต 11.56% YoY ใน Q3/2566 และ 4.64% YoY ใน 9 เดือนแรก
* **ต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ต้นทุนรักษาพยาบาลและบริการ AMARC เพิ่มขึ้น 7.83% QoQ และ 11.97% QoQ ตามลำดับ เพื่อรองรับการขยายงาน ค่าใช้จ่ายบริหารจัดการและโครงการขยายเพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้น 24.30% (ดีขึ้น QoQ, ต่ำกว่า YoY) อัตรากำไรสุทธิ 5.80% (ดีขึ้น QoQ, ต่ำกว่า YoY)
* **ภาษีเงินได้:** ภาระภาษีเงินได้สำหรับ 9 เดือนลดลง 69.32% YoY
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง
## สรุปท้าย
LPH ในไตรมาส 3 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงานปกติ โดยเฉพาะจากกิจการโรงพยาบาลและบริษัทย่อย AMARC ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการให้เติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้ว่ากำไรสุทธิจะยังคงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน อันเป็นผลมาจากผลกระทบเชิงเปรียบเทียบหลังยุค COVID-19 และการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง การบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางการเติบโตของค่าใช้จ่ายจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา เพื่อผลักดันอัตรากำไรให้กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต ควบคู่ไปกับการใช้ประโยชน์จากโอกาสในการขยายธุรกิจและบริการต่างๆ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LPH ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
640.46
ล้านบาท
↓ 0.1% YoY
กำไรขั้นต้น
186.99
ล้านบาท
↑ 41.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.20
%
กำไรสุทธิ
45.92
ล้านบาท
↑ 192.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.17
%
D/E Ratio
0.37
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
640
↓ -0.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
187
↑ + 41.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
46
↑ + 192.1%
YoY
D/E Ratio
0.37
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LPH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.37
ROE (%)
10.14
ROA (%)
8.94
Book Value/หุ้น
2.77
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LPH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-239
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+122
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LPH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-239.17
+10.49%
|
-216.46
+59.01%
|
-136.13
-59.30%
|
-334.45
-335.93%
|
141.76
-51.10%
|
289.92
+152.68%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
121.73
+10.66%
|
110.00
-16.78%
|
132.18
-163.29%
|
-208.85
-586.49%
|
42.93
-129.32%
|
-146.43
+261.38%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
58.41
+18.53%
|
49.28
-51.05%
|
100.67
-81.52%
|
544.70
-758.96%
|
-82.66
+59.85%
|
-51.71
-34.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-59.03
+3.27%
|
-57.16
-159.10%
|
96.71
-374.12%
|
-35.28
-134.57%
|
102.04
+11.18%
|
91.78
+977.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
94.70
+12.59%
|
84.11
-49.69%
|
167.20
+14.01%
|
146.65
-8.16%
|
159.68
+135.17%
|
67.90
+14.35%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
98.36
+3.50%
|
95.03
+12.98%
|
84.11
-49.69%
|
167.20
+14.01%
|
146.65
-8.16%
|
159.68
+135.17%
|