บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
1.77
0.03 (1.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=25978 out_tok=2669 at=2026-07-25T20:15:27 -->
# LOXLEY กำไรสุทธิ Q4/64 หดตัว 48% รับผลกระทบรายการพิเศษ – สรุป MD&A
## รายได้รวมโต 43% แต่กำไรสุทธิลดลงแรง เหตุรายการขาดทุนจากการด้อยค่าและมูลค่าเครื่องมือทางการเงิน
บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) หรือ LOXLEY รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 มีรายได้รวม 13,029 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลงถึง 48% มาอยู่ที่ 935 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์และผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเครื่องมือทางการเงิน ซึ่งเป็นรายการที่ไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ LOXLEY ในไตรมาส 4 ปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **รายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์และผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเครื่องมือทางการเงิน** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลงถึง 48% YoY แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ถึง 43% YoY ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การลดลงของกำไรสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2564 เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 เป็นผลมาจาก **การรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ และผลขาดทุนสุทธิที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเครื่องมือทางการเงิน** ซึ่งรายการเหล่านี้เป็นรายการทางบัญชีที่ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ ในทางกลับกัน การแข็งค่าของเงินบาทส่งผลให้บริษัทรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการแปลงค่าหนี้สินสกุลเงินต่างประเทศเป็นสกุลเงินบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยทั่วไปแล้ว รายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์และการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเครื่องมือทางการเงิน มักเป็นรายการที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวและขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยเฉพาะของสินทรัพย์นั้นๆ แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจนว่ารายการเหล่านี้จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ในอนาคต แต่จากลักษณะของรายการแล้ว คาดว่าผลกระทบดังกล่าวอาจไม่ต่อเนื่องในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของเงินบาทที่ส่งผลดีต่อกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนก็เป็นปัจจัยที่ต้องติดตามเช่นกัน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 43% YoY** ในไตรมาส 4 ปี 2564 อยู่ที่ 13,029 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิลดลง 48% YoY** อยู่ที่ 935 ล้านบาท
* **กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 97% YoY** อยู่ที่ 2,163 ล้านบาท
* **สาเหตุหลักที่กำไรสุทธิลดลง** มาจากรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์และผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเครื่องมือทางการเงิน
* **การลงทุนใหม่ๆ** เช่น การเข้าซื้อหุ้นใน Apex และ Linden Topco รวมถึงการได้รับใบอนุญาต LNG Shipper License และการจัดตั้งบริษัท Innopower เป็นการขยายธุรกิจในระยะยาว
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2564 กลุ่มเอ็กโกมีกำไรจากการดำเนินงาน 10,218 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับปี 2563 โดยมีปัจจัยหนุนจากการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของ Kason XPCL และ SBPL รวมถึงอัตราค่าไฟฟ้าและไอน้ำที่สูงขึ้นของ SEG และ SEGSd และการส่งออกถ่านหินที่เพิ่มขึ้นของ MME ประกอบกับการเข้าซื้อหุ้นใน Apex และ Linden Topco
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 4,104 ล้านบาท ลดลง 53% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีผลกระทบหลักจากการแปลงมูลค่าหนี้สินสกุลเงินต่างประเทศเป็นสกุลเงินบาทจากการอ่อนค่าของเงินบาท และจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเครื่องมือทางการเงิน ซึ่งเป็นรายการทางบัญชีที่ไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสด
ในไตรมาส 4 ปี 2564 กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 97% YoY เป็น 2,163 ล้านบาท จากปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของ B.GRIMM และ PAJU ES รวมถึงการส่งออกถ่านหินและราคาขายที่สูงขึ้นของ MME และการเข้าซื้อหุ้นใน Apex และ Linden Topco อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงานของ SBPL ลดลงเนื่องจากการซ่อมบำรุงตามแผน
เมื่อเทียบกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 4 ปี 2564 กับไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับลดลง 33% เป็น 2,163 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณการขายไฟฟ้าที่ลดลงของ SBPL, NTPC และ BLCP จากการซ่อมบำรุง และปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าของ XPCL ที่ลดลง
## โอกาส
* **การขยายการลงทุนในต่างประเทศ:** การเข้าซื้อหุ้นใน Apex (สหรัฐอเมริกา) และ Linden Topco (สหรัฐอเมริกา) เป็นการขยายการลงทุนในตลาดพลังงานขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพ
* **ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน:** การลงทุนใน Apex สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจ "Cleaner, Smarter and Stronger" และเป้าหมาย Carbon Neutral ภายในปี 2593
* **ธุรกิจเชื้อเพลิงและสาธารณูปโภค:** การได้รับใบอนุญาต LNG Shipper License จะช่วยบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงและเปิดโอกาสในการลงทุนในธุรกิจเชื้อเพลิงในอนาคต
* **ธุรกิจใหม่:** การจัดตั้ง Innopower เพื่อยกระดับงานวิจัยและต่อยอดเชิงพาณิชย์ รวมถึงการลงทุนใน Startup ด้านพลังงาน
* **เทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech):** การลงทุนใน Pear Power เพื่อนำเทคโนโลยี Blockchain มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายพลังงาน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** การเพิ่มขึ้นของราคาต้นทุนเชื้อเพลิงต่อหน่วยส่งผลกระทบต่อกำไรของบางโรงไฟฟ้า เช่น BLCP, MME
* **การซ่อมบำรุงตามแผน:** การซ่อมบำรุงตามแผนของโรงไฟฟ้าบางแห่งส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าลดลงและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เช่น SBPL, BLCP, NTPC, SPP
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาส 4/64 จะมีกำไรจาก FX แต่การอ่อนค่าของเงินบาทในภาพรวมปี 2564 ส่งผลกระทบต่อการแปลงมูลค่าหนี้สินสกุลเงินต่างประเทศ
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและไทย:** การแพร่ระบาดของ COVID-19 และการกลายพันธุ์ของไวรัสยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลประกอบการของโรงไฟฟ้าใหม่:** การรับรู้รายได้และกำไรจากการลงทุนใน Apex และ Linden Topco
* **ความคืบหน้าโครงการก่อสร้าง:** โครงการขยายระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (TPN) และโครงการโรงไฟฟ้า Yunlin, Nam Theun 1
* **การบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิง:** โดยเฉพาะการนำเข้า LNG ที่จะเริ่มในปี 2568
* **การดำเนินงานของ Innopower:** ในการยกระดับงานวิจัยและต่อยอดเชิงพาณิชย์
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงาน:** ที่สอดคล้องกับการประชุม COP26 และการมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในส่วนของกลุ่มธุรกิจบริการนั้น เอกสารที่ให้มาไม่ได้ลงรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจบริการของ LOXLEY โดยตรง แต่ได้ให้ข้อมูลภาพรวมของกลุ่มบริษัท EGCO ซึ่งมีธุรกิจหลักคือการผลิตไฟฟ้าเป็นส่วนใหญ่ และมีธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น เหมืองถ่านหิน, บริการขนส่งน้ำมัน, O&M, Fintech, Innovation และ Clean Energy Project Development
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากข้อมูลภาพรวมของกลุ่ม EGCO จะพบว่า:
* **รายได้รวม** ของกลุ่ม EGCO ในไตรมาส 4 ปี 2564 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 43% YoY เป็น 13,029 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในภาพรวม
* **กำไรจากการดำเนินงาน** เพิ่มขึ้นถึง 97% YoY เป็น 2,163 ล้านบาทในไตรมาส 4 ปี 2564 บ่งชี้ถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ดีขึ้น
* **ธุรกิจอื่น (OTH)** ซึ่งรวมถึง MME (เหมืองถ่านหิน) และ Apex (พัฒนาโครงการพลังงานสะอาด) มีการเติบโตของกำไรจากการดำเนินงานที่โดดเด่นถึง 465% YoY ในไตรมาส 4 ปี 2564 และ 381% YoY สำหรับทั้งปี 2564 โดยมีปัจจัยหนุนจากการเข้าซื้อหุ้นใน Apex และปริมาณการผลิตและยอดขายถ่านหินที่เพิ่มขึ้น รวมถึงราคาขายที่สูงขึ้นของ MME
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 กลุ่มเอ็กโกมีสินทรัพย์รวม 241,932 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า 24% และสินทรัพย์หมุนเวียน 10%
หนี้สินรวมอยู่ที่ 127,895 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้ 18% เพื่อใช้ในการลงทุนใหม่ๆ
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 114,037 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการบันทึกกำไรสะสม
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 10,453 ล้านบาท แต่มีการใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 14,191 ล้านบาท โดยมีรายการหลักคือการลงทุนในกิจการร่วมค้า และมีการได้มาในกิจกรรมจัดหาเงิน 3,440 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 298 ล้านบาท ก่อนจะเพิ่มขึ้นสุทธิ 661 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564
## สรุปท้าย
LOXLEY (EGCO) ในไตรมาส 4 ปี 2564 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากการดำเนินงานหลัก โดยเฉพาะในธุรกิจพลังงานและธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากรายการทางบัญชีที่ไม่ใช่เงินสด เช่น การด้อยค่าสินทรัพย์และมูลค่าเครื่องมือทางการเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราว การลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจใหม่ในต่างประเทศ รวมถึงการได้รับใบอนุญาต LNG Shipper License เป็นการวางรากฐานเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ขณะที่ความเสี่ยงด้านต้นทุนเชื้อเพลิงและการดำเนินงานยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LOXLEY ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
3,401.87
ล้านบาท
↑ 0% YoY
กำไรขั้นต้น
571.13
ล้านบาท
↑ 73.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.79
%
กำไรสุทธิ
194.40
ล้านบาท
↓ 388.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.71
%
D/E Ratio
1.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,402
↑ + -0%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
571
↑ + 73.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
194
↓ -388.3%
YoY
D/E Ratio
1.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LOXLEY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.05
ROE (%)
7.62
ROA (%)
6.02
Book Value/หุ้น
2.91
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LOXLEY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+47
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+665
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LOXLEY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
47.48
-93.64%
|
746.05
-469.04%
|
-202.16
-120.09%
|
1,006.03
-18.10%
|
1,228.31
+10.55%
|
1,111.10
-291.53%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
664.78
+429.54%
|
125.54
-186.45%
|
-145.22
-76.16%
|
-609.09
+8,857.21%
|
-6.80
-101.99%
|
341.45
-62.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
523.94
+9.47%
|
478.60
+14.20%
|
419.09
+159.51%
|
161.49
-203.32%
|
-156.30
-87.26%
|
-1,227.04
-267.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,359.80
+42.21%
|
956.22
+1,233.27%
|
71.72
-87.16%
|
558.42
-47.58%
|
1,065.25
+372.37%
|
225.51
-79.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,523.34
+3.00%
|
2,449.93
+7.65%
|
2,275.86
+10.65%
|
2,056.77
-16.76%
|
2,471.03
+10.04%
|
2,245.50
+100.91%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,074.27
-17.80%
|
2,523.34
+3.00%
|
2,449.93
+7.65%
|
2,275.86
+10.65%
|
2,056.77
-16.76%
|
2,471.03
+10.04%
|