บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
1.77
0.03 (1.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5660 out_tok=2126 at=2026-07-25T07:30:39 -->
# LOXLEY Q2/2566 กำไรสุทธิพุ่ง 90% รับแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม-ธุรกิจบริการฟื้นตัว
## รายได้รวมหดตัว 20% แต่กำไรสุทธิโตแรง 90% จากการกลับรายการด้อยค่าและส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น
บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) หรือ LOXLEY รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 155 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะลดลง 20% โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญมาจากรายการพิเศษและการฟื้นตัวของธุรกิจบางส่วน ซึ่งฝ่ายจัดการได้ชี้แจงรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ LOXLEY ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การกลับรายการบัญชีผลขาดทุนจากการด้อยค่าตาม TFRS9 และส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากบริษัทร่วม** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของสายธุรกิจบริการและงานโครงการ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **การกลับรายการผลขาดทุนจากการด้อยค่าตาม TFRS9:** ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทมีการบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่า อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทได้รับชำระคืนดอกเบี้ยค้างรับและลูกหนี้การค้าจากบริษัทร่วม ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทร่วมได้รับชดเชยค่าเสียหายตามคำพิพากษาจากหน่วยงานของรัฐเพิ่มเติมเป็นจำนวนเงิน 91 ล้านบาท ส่งผลให้เกิดการกลับรายการบัญชีดังกล่าวและบันทึกเป็นกำไร
* **ส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมและการร่วมค้า-สุทธิ:** ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นถึง 82 ล้านบาท หรือ 70% โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เหล็กเคลือบที่ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากการบริหารจัดการต้นทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้นหลังผลกระทบจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบลดลง
* **กำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นของสายธุรกิจงานโครงการ:** แม้รายได้รวมจะลดลง แต่กำไรขั้นต้นเฉลี่ยของสายธุรกิจงานโครงการเพิ่มขึ้นจาก 11% เป็น 17% ซึ่งช่วยสนับสนุนผลประกอบการโดยรวม
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** การกลับรายการผลขาดทุนจากการด้อยค่าเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการได้รับชดเชยค่าเสียหาย ในขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นนั้น มีปัจจัยสนับสนุนจากการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นในกลุ่มธุรกิจเหล็กเคลือบ ซึ่งอาจมีโอกาสต่อเนื่องได้หากภาวะราคาวัตถุดิบยังคงมีเสถียรภาพ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มที่ชัดเจนในระยะยาวสำหรับปัจจัยนี้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 155 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 90% YoY จาก 81 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565
* **รายได้จากการขายและบริการ 2,428 ล้านบาท:** ลดลง 20% YoY จาก 3,049 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้น 417 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 22% YoY จาก 340 ล้านบาท
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม 198 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 70% YoY จาก 116 ล้านบาท
* **การกลับรายการผลขาดทุนจากการด้อยค่า 91 ล้านบาท:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## ภาพรวมผลประกอบการ
LOXLEY รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,428 ล้านบาท ลดลง 621 ล้านบาท หรือ 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการลดลงส่วนใหญ่มาจากสายธุรกิจเทรดดิ้งที่รายได้หดตัว 614 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจากการแข่งขันในตลาดเคมีภัณฑ์และการหดตัวของความต้องการผลิตภัณฑ์น้ำมันถั่วเหลือง อย่างไรก็ตาม สายธุรกิจเน็ตเวิร์คโซลูชั่นส์และสายธุรกิจบริการยังคงมีการเติบโต โดยมีรายได้รวม 521 ล้านบาท และ 355 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภาคบริการและการคลี่คลายของปัญหาความล่าช้าในห่วงโซ่อุปทาน
แม้รายได้รวมจะลดลง แต่กำไรขั้นต้นกลับเพิ่มขึ้น 22% เป็น 417 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 11% เป็น 17% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสายธุรกิจงานโครงการที่มียอดขายและกำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น
กำไรจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของยอดขายและกำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นของสายธุรกิจงานโครงการ
เมื่อรวมรายการพิเศษต่างๆ เช่น การกลับรายการผลขาดทุนจากการด้อยค่าตาม TFRS9 จำนวน 91 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้น 82 ล้านบาท เป็น 198 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2566 เท่ากับ 155 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 74 ล้านบาท หรือ 90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจภาคบริการ:** ส่งผลดีต่อรายได้ของสายธุรกิจบริการ
* **การคลี่คลายของปัญหาห่วงโซ่อุปทาน:** ช่วยให้การขนส่งและการดำเนินงานราบรื่นขึ้น
* **ผลประกอบการที่ดีขึ้นของกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เหล็กเคลือบ:** จากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
* **การเติบโตของสายธุรกิจเน็ตเวิร์คโซลูชั่นส์:** สะท้อนถึงความต้องการโซลูชั่นด้านเทคโนโลยีที่ยังคงมีอยู่
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในตลาดเคมีภัณฑ์:** ส่งผลกระทบต่อรายได้ของสายธุรกิจเทรดดิ้ง
* **การหดตัวของความต้องการผลิตภัณฑ์น้ำมันถั่วเหลือง:** เป็นปัจจัยกดดันรายได้ในธุรกิจเทรดดิ้ง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้จะลดลงในปัจจุบัน แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
* **ความล่าช้าของโครงการ:** แม้จะคลี่คลาย แต่ยังคงเป็นความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ของสายธุรกิจเทรดดิ้ง:** จะสามารถฟื้นตัวหรือรักษาฐานรายได้ได้หรือไม่ ท่ามกลางการแข่งขันและภาวะตลาด
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม โดยเฉพาะกลุ่มเหล็กเคลือบ:** จะสามารถรักษาประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและผลกำไรได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การเติบโตของสายธุรกิจบริการและเน็ตเวิร์คโซลูชั่นส์:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 9%
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตรากำไรขั้นต้น:** โดยเฉพาะในสายธุรกิจงานโครงการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
สำหรับกลุ่มธุรกิจบริการของ LOXLEY ในไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้ 355 ล้านบาท ซึ่งยังคงมีการเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยสนับสนุนมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภาคบริการโดยรวม และการคลี่คลายของปัญหาความล่าช้าในห่วงโซ่อุปทานที่ส่งผลดีต่อการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับจำนวนสาขา, occupancy rate, หรือ utilization rate ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับกลุ่มธุรกิจบริการนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท LOXLEY ในไตรมาส 2 ปี 2566
## สรุปท้าย
LOXLEY ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการพลิกฟื้นของกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 90% แม้รายได้รวมจะเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันและภาวะตลาดในธุรกิจเทรดดิ้ง แต่ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายการพิเศษจากการกลับรายการผลขาดทุนจากการด้อยค่า และส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทร่วม โดยเฉพาะกลุ่มเหล็กเคลือบที่บริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น ประกอบกับการฟื้นตัวของธุรกิจบริการและงานโครงการที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ความเสี่ยงยังคงอยู่ที่การแข่งขันในธุรกิจเทรดดิ้งและภาวะราคาวัตถุดิบ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มรายได้ของธุรกิจเทรดดิ้งและการรักษาประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนของบริษัทร่วมในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LOXLEY ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
3,401.87
ล้านบาท
↑ 0% YoY
กำไรขั้นต้น
571.13
ล้านบาท
↑ 73.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.79
%
กำไรสุทธิ
194.40
ล้านบาท
↓ 388.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.71
%
D/E Ratio
1.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,402
↑ + -0%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
571
↑ + 73.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
194
↓ -388.3%
YoY
D/E Ratio
1.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LOXLEY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.05
ROE (%)
7.62
ROA (%)
6.02
Book Value/หุ้น
2.91
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LOXLEY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+47
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+665
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LOXLEY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
47.48
-93.64%
|
746.05
-469.04%
|
-202.16
-120.09%
|
1,006.03
-18.10%
|
1,228.31
+10.55%
|
1,111.10
-291.53%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
664.78
+429.54%
|
125.54
-186.45%
|
-145.22
-76.16%
|
-609.09
+8,857.21%
|
-6.80
-101.99%
|
341.45
-62.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
523.94
+9.47%
|
478.60
+14.20%
|
419.09
+159.51%
|
161.49
-203.32%
|
-156.30
-87.26%
|
-1,227.04
-267.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,359.80
+42.21%
|
956.22
+1,233.27%
|
71.72
-87.16%
|
558.42
-47.58%
|
1,065.25
+372.37%
|
225.51
-79.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,523.34
+3.00%
|
2,449.93
+7.65%
|
2,275.86
+10.65%
|
2,056.77
-16.76%
|
2,471.03
+10.04%
|
2,245.50
+100.91%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,074.27
-17.80%
|
2,523.34
+3.00%
|
2,449.93
+7.65%
|
2,275.86
+10.65%
|
2,056.77
-16.76%
|
2,471.03
+10.04%
|