บริษัท ลีพัฒนาผลิตภัณฑ์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
2.52
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3968 out_tok=1995 at=2026-07-25T19:42:17 -->
# LEE Q3/2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 4.82 ล้านบาท รับต้นทุนพุ่ง-ยอดขายวูบ
## รายได้-กำไรหดตัวแรง YoY เหตุต้นทุนวัตถุดิบ-พลังงานพุ่ง กดดัน GPM วูบ
บริษัท ลีพัฒนาผลิตภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ LEE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 4.82 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 21.08 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งฝ่ายจัดการอยู่ระหว่างการบริหารจัดการเพื่อบรรเทาผลกระทบ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ LEE ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายและอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** ซึ่งหดตัวลงจาก 7.26% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 4.99% ในไตรมาสนี้ คิดเป็นการลดลง 31.59 ล้านบาท ปัจจัยนี้เป็นแรงกดดันหลักที่ทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 4.82 ล้านบาท เทียบกับกำไร 21.08 ล้านบาทในปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ฝ่ายจัดการระบุ คือ **ปริมาณการขายที่ลดลง** ประกอบกับ **โครงสร้างต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก และการอ่อนค่าของเงินบาท ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์สูงขึ้น นอกจากนี้ ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและค่าไฟฟ้าก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน แม้บริษัทจะสามารถปรับขึ้นราคาขายอาหารสัตว์ได้โดยการขออนุมัติจากกรมการค้าภายใน แต่ราคาขายที่ปรับขึ้นบางช่วงเวลาอาจไม่สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบในตลาดโลกที่ผันผวนและปรับตัวขึ้นเร็วกว่ามาก ทำให้ GPM ถูกกดดันอย่างหนัก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุว่าสามารถปรับขึ้นราคาขายอาหารสัตว์ได้ แต่ก็ยอมรับว่าราคาขายอาจไม่สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนและปรับตัวขึ้นเร็วกว่ามาก ซึ่งบ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านต้นทุนและ GPM อาจยังคงอยู่หากสถานการณ์ราคาวัตถุดิบและค่าพลังงานไม่คลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทสามารถขออนุมัติปรับขึ้นราคาขายได้เป็นสัญญาณบวกที่อาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในระยะต่อไป แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบในตลาดโลกยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 4.82 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 21.08 ล้านบาทใน Q3/2564 คิดเป็นการลดลง 123%
* **รายได้จากการขายและ GPM ลดลง:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวจาก 7.26% เหลือ 4.99% คิดเป็นการลดลง 31.59 ล้านบาท
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานพุ่ง:** ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์, พลังงานเชื้อเพลิง และค่าไฟฟ้า ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **ปริมาณการขายลดลง:** เป็นปัจจัยร่วมที่ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการขาย
* **ผลขาดทุนจากเงินลงทุน:** บันทึกผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการลงทุนในตราสารทุน 7.88 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 4.82 ล้านบาท หรือ 0.01 บาทต่อหุ้น ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 21.08 ล้านบาท หรือ 0.02 บาทต่อหุ้น คิดเป็นการลดลง 25.90 ล้านบาท หรือประมาณ 123% โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมาก เนื่องจากปริมาณการขายที่ลดลงและต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ พลังงานเชื้อเพลิง และค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## โอกาส
* **การปรับขึ้นราคาขายอาหารสัตว์:** บริษัทสามารถขออนุมัติปรับขึ้นราคาขายอาหารสัตว์ให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นได้ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการอัตรากำไร
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น:** มีรายได้อื่นเพิ่มขึ้นประมาณ 1.92 ล้านบาท
* **การโอนกลับรายการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ:** มีการโอนกลับรายการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 2.62 ล้านบาท ช่วยลดค่าใช้จ่าย
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ผันผวนสูง:** ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ในตลาดโลกมีความผันผวนและปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ GPM แม้จะมีการปรับขึ้นราคาขายแล้วก็ตาม
* **ต้นทุนพลังงานสูงต่อเนื่อง:** ราคาพลังงานเชื้อเพลิงและค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตโดยรวม
* **การอ่อนค่าของเงินบาท:** ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าสูงขึ้น
* **ผลขาดทุนจากเงินลงทุน:** มีการบันทึกผลขาดทุนจากเงินลงทุนในตราสารทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรในแต่ละไตรมาส
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ในตลาดโลก และผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* ความสามารถในการปรับขึ้นราคาขายอาหารสัตว์ให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง
* ทิศทางต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและค่าไฟฟ้า
* ผลกระทบจากการอ่อนค่าของเงินบาทต่อต้นทุนนำเข้า
* การบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคา
* ผลการดำเนินงานของเงินลงทุนในตราสารทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
ในไตรมาส 3 ปี 2565 ธุรกิจอาหารสัตว์ของ LEE เผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ตลาดโลก ประกอบกับการอ่อนค่าของเงินบาท ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ ต้นทุนพลังงาน ทั้งเชื้อเพลิงและค่าไฟฟ้า ก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงอย่างมากจาก 7.26% ในปีก่อน เหลือเพียง 4.99% ในไตรมาสนี้ แม้บริษัทจะมีความพยายามในการปรับขึ้นราคาขายอาหารสัตว์เพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ยอมรับว่าราคาขายที่ปรับขึ้นอาจไม่สามารถตามทันความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ปริมาณการขายที่ลดลงก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้โดยรวม
อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยบวกบางประการ เช่น รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น และการโอนกลับรายการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ซึ่งช่วยบรรเทาผลขาดทุนได้บ้าง นอกจากนี้ บริษัทมีการบันทึกผลขาดทุนจากเงินลงทุนในตราสารทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจำนวน 7.88 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการทางบัญชีที่สะท้อนมูลค่ายุติธรรมตามราคาตลาด ณ สิ้นงวด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลส่วนนี้)
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ LEE ในไตรมาส 3 ปี 2565 ได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะวัตถุดิบอาหารสัตว์และพลังงาน ประกอบกับปริมาณการขายที่ลดลง ส่งผลให้ GPM หดตัวและบริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการปรับขึ้นราคาขายอาหารสัตว์เป็นโอกาสสำคัญในการบริหารจัดการผลกระทบในระยะต่อไป แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบในตลาดโลกยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LEE ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
666.62
ล้านบาท
↓ 14.3% YoY
กำไรขั้นต้น
90.80
ล้านบาท
↓ 8.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.62
%
กำไรสุทธิ
43.79
ล้านบาท
↓ 3.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.57
%
D/E Ratio
0.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
667
↓ -14.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
91
↓ -8.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
44
↓ -3.5%
YoY
D/E Ratio
0.12
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LEE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.12
ROE (%)
9.31
ROA (%)
9.01
Book Value/หุ้น
3.29
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LEE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-709
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+560
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LEE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-709.01
+104.53%
|
-346.65
-664.03%
|
61.46
-2,932.26%
|
-2.17
-110.40%
|
20.86
-85.84%
|
147.28
-12.96%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
560.09
+111.87%
|
264.36
-3,355.67%
|
-8.12
-89.26%
|
-75.58
-63.73%
|
-208.39
+803.29%
|
-23.07
-81.25%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
108.37
-4.04%
|
112.93
+2,569.74%
|
4.23
-96.65%
|
126.30
-27.17%
|
173.41
-236.92%
|
-126.65
+69.48%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-40.53
-232.32%
|
30.63
-46.80%
|
57.58
+18.60%
|
48.55
-443.60%
|
-14.13
+481.48%
|
-2.43
-91.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
72.24
+31.06%
|
55.12
-32.81%
|
82.04
+34.73%
|
60.89
+103.71%
|
29.89
-7.55%
|
32.33
-46.91%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
30.71
-57.49%
|
72.24
+31.06%
|
55.12
-32.81%
|
82.04
+34.73%
|
60.89
+103.71%
|
29.89
-7.55%
|