บริษัท แอลดีซี เด็นทัล จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.23
0.02 (8.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5049 out_tok=2629 at=2026-07-25T19:19:50 -->
LDC กำไรสุทธิปี 2564 ขาดทุนเพิ่ม 35% รับผลกระทบโควิด-19 ปิดสาขา
LDC (บริษัท แอลดีซี เด็นทัล จำกัด (มหาชน)) รายงานผลประกอบการปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 35.43% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการบริการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการปิดสาขาบางส่วน ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้นจากการตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ LDC เปลี่ยนแปลงในปี 2564 คือ **การลดลงของรายได้จากการบริการ ประกอบกับการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์** ซึ่งส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการปี 2564 คือ **การลดลงของรายได้จากการบริการ 55.32 ล้านบาท (-13.09%)** และ **การตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์บนพื้นที่เช่า 8.84 ล้านบาท** ปัจจัยทั้งสองนี้ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับปีเพิ่มขึ้น 6.24 ล้านบาท หรือ 35.43% จาก 17.60 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 23.84 ล้านบาทในปี 2564
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้จากการบริการลดลง** เป็นผลโดยตรงจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการตัดสินใจปิดสาขาที่ไม่ส่งผลกระทบต่อลูกค้า 4 สาขา และคลินิกความงาม 3 สาขา โดยเฉพาะรายได้ทันตกรรมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ส่วน **การตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์** เกิดขึ้นกับสาขาที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ได้แก่ สาขามุกดาหาร, สาขานครราชสีมา และสาขาเชียงใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงความไม่แน่นอนของผลประกอบการในระยะยาวของสาขาเหล่านั้น
แม้ว่าบริษัทจะมีการปรับโครงสร้างต้นทุนค่าตอบแทนแพทย์ ทำให้ต้นทุนบริการลดลงตามสัดส่วนรายได้ และส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 12.07% แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการตั้งสำรองได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องจับตาต่อเนื่อง
การลดลงของรายได้จากการบริการส่วนใหญ่เป็นผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่คาดการณ์ได้ยาก อย่างไรก็ตาม การปิดสาขาบางส่วนอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะสั้น
ส่วนการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์ เป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวในปีนี้ แต่สะท้อนถึงความท้าทายในการบริหารจัดการสาขาที่ได้รับผลกระทบหนัก ซึ่งอาจต้องมีการพิจารณาปรับกลยุทธ์ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการบริการลดลง 13.09%** เหลือ 367.44 ล้านบาทในปี 2564 จากผลกระทบโควิด-19 และการปิด 7 สาขา
* **ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 35.43%** เป็น 23.84 ล้านบาทในปี 2564
* **ต้นทุนบริการลดลงตามสัดส่วนรายได้** ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 12.07%
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 9.86%** เป็น 48.80 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าสินทรัพย์ 8.84 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวมลดลง 9.33%** เป็น 467.92 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์สิทธิการใช้ลดลงมากจากการคิดค่าเสื่อมราคาและการปิดสาขา
* **หนี้สินรวมลดลง 8.40%** เป็น 257.54 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของหนี้สินตามสัญญาเช่าจากการยกเลิกสัญญา 3 สาขา
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2564 บริษัท แอลดีซี เด็นทัล จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวมจากการบริการ 367.44 ล้านบาท ลดลง 55.32 ล้านบาท หรือ 13.09% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีรายได้ 422.75 ล้านบาท การลดลงนี้เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการปิดสาขาจำนวน 7 สาขา (คลินิกทันตกรรม 4 สาขา และคลินิกความงาม 3 สาขา) โดยส่วนใหญ่เป็นการลดลงของรายได้ทันตกรรม
ต้นทุนบริการในปี 2564 อยู่ที่ 323.08 ล้านบาท คิดเป็น 87.93% ของรายได้จากการบริการ ซึ่งลดลงตามสัดส่วนของรายได้ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการปรับโครงสร้างต้นทุนค่าตอบแทนแพทย์ ทำให้ต้นทุนบริการลดลงในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 11.48% ในปีก่อน เป็น 12.07%
ต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลง 4.18% เป็น 12.46 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตจากการเปลี่ยนช่องทางการชำระเงิน แต่มีเงินรางวัลจากการขายเพิ่มขึ้นจากยอดขายบางสาขาในไตรมาส 4/2564
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9.86% เป็น 48.80 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์สิทธิการใช้ (สินทรัพย์บนพื้นที่เช่า) ของ 3 สาขา ได้แก่ สาขามุกดาหาร, สาขานครราชสีมา และสาขาเชียงใหม่ รวมเป็นเงิน 8.84 ล้านบาท
ส่งผลให้ปี 2564 บริษัทมีผลขาดทุนก่อนภาษีเงินได้ 27.75 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับปี 23.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.24 ล้านบาท หรือ 35.43% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน 17.60 ล้านบาท
## โอกาส
* **การปรับโครงสร้างต้นทุนค่าตอบแทนแพทย์:** ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรขั้นต้น แม้รายได้จะลดลง
* **การเพิ่มช่องทางการชำระเงิน:** การเปลี่ยนไปใช้การโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคารช่วยลดค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต
* **การมีเครือข่ายสาขาที่รองรับลูกค้า:** การปิดสาขาที่ไม่ทำกำไรโดยมีสาขาใกล้เคียงรองรับ ช่วยลดภาระต้นทุนโดยไม่กระทบฐานลูกค้าหลัก
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19:** ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อกำลังซื้อและพฤติกรรมผู้บริโภค
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมบริการทันตกรรม:** มีผู้ประกอบการจำนวนมาก ทำให้การรักษาฐานลูกค้าและขยายตลาดเป็นความท้าทาย
* **การตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าสินทรัพย์:** สะท้อนถึงความไม่แน่นอนของผลประกอบการในบางสาขา ซึ่งอาจต้องมีการปรับแผนธุรกิจเพิ่มเติม
* **ต้นทุนทางการเงิน:** แม้จะลดลงเล็กน้อย แต่ยังคงเป็นภาระต่อผลประกอบการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการบริการ:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและสถานการณ์โควิด-19 จะส่งผลต่อปริมาณลูกค้าและรายได้
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนบริการและค่าใช้จ่ายในการบริหารให้มีประสิทธิภาพ
* **กลยุทธ์การบริหารสาขา:** การปรับแผนธุรกิจสำหรับสาขาที่ได้รับผลกระทบหนัก หรือการพิจารณาขยายสาขาใหม่
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การยอมรับบริการออนไลน์ หรือการเปลี่ยนแปลงความต้องการบริการทันตกรรม
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การชำระคืนหนี้สินตามสัญญาเช่าและการบริหารต้นทุนทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้และปริมาณการให้บริการ:** รายได้จากการบริการลดลง 13.09% โดยส่วนใหญ่มาจากรายได้ทันตกรรม ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมของอุตสาหกรรมบริการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 การปิดสาขา 7 แห่ง ส่งผลให้จำนวนสาขาที่ให้บริการลดลงจากเดิม
**ต้นทุนบริการและอัตรากำไรขั้นต้น:** แม้รายได้จะลดลง แต่บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนบริการได้ดีขึ้น โดยเฉพาะค่าตอบแทนแพทย์ ทำให้สัดส่วนต้นทุนบริการต่อรายได้ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยเป็น 12.07%
**ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายบริหารส่วนใหญ่มาจากการตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์ 8.84 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในปีนี้ หากไม่รวมรายการนี้ ผลขาดทุนสุทธิจะลดลง
**จำนวนสาขา:** ปัจจุบันบริษัทมีคลินิกทันตกรรม LDC 26 สาขา และคลินิกความงาม LDC Esthetics 4 สาขา หลังจากการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไรไป 7 สาขา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 467.92 ล้านบาท ลดลง 9.33% จากปีก่อน โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 3.72 ล้านบาท แต่มีเงินฝากประจำเพิ่มขึ้น 15.74 ล้านบาท สินทรัพย์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญคือสินทรัพย์สิทธิการใช้ ซึ่งลดลง 43.05 ล้านบาท จากการคิดค่าเสื่อมราคาและการปิดสาขา
หนี้สินรวมอยู่ที่ 257.54 ล้านบาท ลดลง 8.40% โดยหนี้สินตามสัญญาเช่าลดลง 24.93 ล้านบาท จากการยกเลิกสัญญาเช่า 3 สาขา
ส่วนของเจ้าของลดลง 10.45% เป็น 210.38 ล้านบาท เนื่องจากผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิ
## สรุปท้าย
ปี 2564 เป็นปีที่ LDC เผชิญความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้รายได้จากการบริการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และต้องตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างต้นทุนค่าตอบแทนแพทย์และการบริหารจัดการต้นทุนบริการอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นได้บ้าง การบริหารจัดการหนี้สินและการปรับลดจำนวนสาขาที่ไม่ทำกำไร เป็นการปรับตัวเพื่อลดภาระต้นทุนในระยะยาว นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้และประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LDC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
78.23
ล้านบาท
↓ 62.4% YoY
กำไรขั้นต้น
10.02
ล้านบาท
↓ 75.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.80
%
กำไรสุทธิ
-8.17
ล้านบาท
↓ 476.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-10.44
%
D/E Ratio
1.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
78
↓ -62.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
10
↓ -75.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-8
↓ -476.4%
YoY
D/E Ratio
1.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LDC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.14
ROE (%)
-7.44
ROA (%)
0.19
Book Value/หุ้น
0.38
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LDC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-46
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LDC
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-45.73
+54.91%
|
-29.52
-252.64%
|
19.34
-38.43%
|
31.41
+38.68%
|
22.65
+72.77%
|
13.11
-232.16%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
24.98
+566.13%
|
3.75
-82.28%
|
21.16
+123.21%
|
9.48
-143.15%
|
-21.97
-516.10%
|
5.28
-165.19%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-19.37
-252.28%
|
12.72
+22.43%
|
10.39
-153.92%
|
-19.27
+62.75%
|
-11.84
+56.41%
|
-7.57
+8.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-40.13
+207.98%
|
-13.03
-125.62%
|
50.86
+135.25%
|
21.62
+467.45%
|
3.81
-64.75%
|
10.81
-143.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
110.74
+56.72%
|
70.66
-5.00%
|
74.38
+40.98%
|
52.76
-17.46%
|
63.92
+20.38%
|
53.10
-32.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|