บริษัท แอลดีซี เด็นทัล จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.23
0.02 (8.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5737 out_tok=2818 at=2026-07-25T20:32:10 -->
# LDC Q3/2564 ขาดทุนสุทธิพุ่ง 313% รับผลกระทบโควิด-19 ฉุดรายได้วูบ
## รายได้หดต่อเนื่อง 38% ฝ่ายจัดการชี้โควิดระลอกใหม่กระทบกำลังซื้อ ขณะที่ต้นทุนการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
บริษัท แอลดีซี เด็นทัล จำกัด (มหาชน) หรือ LDC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีผลขาดทุนสุทธิ 9.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 313.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 4.36 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการบริการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 38.85% สวนทางกับต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยตรง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให LDC พลิกขาดทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การลดลงอย่างรุนแรงของรายได้จากการบริการถึง 38.85% (YoY)** ซึ่งส่งผลให้ **อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างมากจาก 17.03% ในปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 4.82% ในไตรมาสนี้** แม้ว่าต้นทุนบริการจะลดลงตามสัดส่วนรายได้ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่หายไปได้ทั้งหมด ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่** ในไตรมาส 3 ปี 2564 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ **ผู้รับบริการลดลง** ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รายได้จากการบริการหดตัวลงอย่างมาก เมื่อรายได้ลดลง ต้นทุนบริการซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าตอบแทนแพทย์ ค่าใช้จ่ายพนักงาน ต้นทุนเวชภัณฑ์และวัสดุสิ้นเปลือง และค่าแลปทันตกรรม แม้จะลดลงตามสัดส่วนรายได้ แต่ก็ยังคงมีอยู่ ทำให้ **อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 6.33% (YoY) มาจากดอกเบี้ยจ่ายหนี้สินตามสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากได้รับส่วนลดค่าเช่าจากสถานการณ์ Covid-19 น้อยกว่าปีก่อน ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันผลกำไร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากเอกสารระบุว่าผลกระทบหลักมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก และฝ่ายจัดการได้พยายามบริหารจัดการต้นทุน เช่น การปิดสาขาที่ไม่ส่งผลกระทบต่อลูกค้า การลดค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายบริหาร อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของรายได้จะขึ้นอยู่กับการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 และกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนสูง
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 313.30% YoY:** ไตรมาส 3/2564 ขาดทุนสุทธิ 9.30 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 4.36 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการบริการหดตัว 38.85% YoY:** อยู่ที่ 73.80 ล้านบาท จาก 120.68 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:** เหลือเพียง 4.82% จาก 17.03% ในปีก่อน
* **ต้นทุนบริการลดลง 29.62% YoY:** สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายบริหารและต้นทุนจัดจำหน่ายลดลง:** สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท แอลดีซี เด็นทัล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการบริการรวม 73.80 ล้านบาท ลดลง 46.89 ล้านบาท หรือ 38.85% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ทำให้ผู้รับบริการลดลง ต้นทุนบริการอยู่ที่ 70.24 ล้านบาท ลดลง 29.56 ล้านบาท หรือ 29.62% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 3.56 ล้านบาท หรือ 4.82% ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 20.88 ล้านบาท หรือ 17.03% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงตามลำดับ แต่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนก่อนภาษี 9.83 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 9.30 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 253.46 ล้านบาท ลดลง 18.56% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้ทันตกรรมลดลง 59.75 ล้านบาท แต่มีรายได้บริการความงามและรายได้ขายสินค้าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ต้นทุนบริการอยู่ที่ 234.69 ล้านบาท ลดลง 15.62% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 15.08 ล้านบาท หรือ 6.04% ลดลงจากปีก่อนที่ 29.85 ล้านบาท หรือ 12.26% บริษัทมีผลขาดทุนก่อนภาษี 29.97 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 28.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.28% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทมีการปรับลดค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายบริหารอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากรายได้ที่ลดลง
* **การขยายบริการความงาม:** แม้รายได้ทันตกรรมจะลดลง แต่รายได้จากการให้บริการความงามมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการกระจายความเสี่ยง
* **การปรับโครงสร้างสาขา:** การปิดสาขาเสรีไทยที่ไม่มีผลกระทบต่อลูกค้า แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการเครือข่ายสาขาให้มีประสิทธิภาพ
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดและการควบคุมโรคยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจคลินิกทันตกรรมมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** แม้จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินในภาวะที่บริษัทมีผลขาดทุนอาจเป็นแรงกดดันเพิ่มเติม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้:** การคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะส่งผลต่อการกลับมาใช้บริการของลูกค้า
* **การบริหารจัดการต้นทุนบริการ:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนส่วนเพิ่มเมื่อรายได้เริ่มฟื้นตัว
* **การเติบโตของธุรกิจความงาม:** ศักยภาพในการขยายฐานลูกค้าและรายได้จากกลุ่มบริการความงาม
* **การปรับโครงสร้างสาขา:** การประเมินประสิทธิภาพของสาขาที่เหลืออยู่ และแผนการขยายสาขาในอนาคต (หากมี)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการบริการ:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 38.85% YoY ในไตรมาส 3/2564 และ 18.56% YoY ในงวด 9 เดือนปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลกระทบของโควิด-19 ที่ส่งผลต่อกำลังซื้อและจำนวนผู้เข้ารับบริการ
* **ต้นทุนบริการ:** ลดลง 29.62% YoY ในไตรมาส 3/2564 และ 15.62% YoY ในงวด 9 เดือนปี 2564 ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับรายได้ที่ลดลง โดยต้นทุนส่วนใหญ่เป็นค่าตอบแทนแพทย์ ค่าใช้จ่ายพนักงาน และต้นทุนเวชภัณฑ์
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** หดตัวลงอย่างมากในไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 4.82% จาก 17.03% ในปีก่อน เนื่องจากต้นทุนบริการลดลงไม่ทันกับรายได้ที่หายไป
* **ต้นทุนจัดจำหน่าย:** ลดลง 46.92% YoY ในไตรมาส 3/2564 และ 22.31% YoY ในงวด 9 เดือนปี 2564 จากการลดลงของเงินรางวัลขายและค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตจากการเพิ่มช่องทางการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน
* **ค่าใช้จ่ายบริหาร:** ลดลง 21.48% YoY ในไตรมาส 3/2564 และ 7.12% YoY ในงวด 9 เดือนปี 2564 จากค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าเช่าที่ลดลง และการบันทึกค่าใช้จ่ายบางส่วนเป็นต้นทุนบริการ
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 6.33% YoY ในไตรมาส 3/2564 และ 5.16% YoY ในงวด 9 เดือนปี 2564 จากดอกเบี้ยจ่ายหนี้สินตามสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากได้รับส่วนลดค่าเช่าจากสถานการณ์ Covid-19 น้อยกว่าปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 461.14 ล้านบาท ลดลง 10.64% จากสิ้นปี 2563 โดยเงินสดลดลงจากการนำไปฝากประจำ ลูกหนี้การค้าลดลง ที่ดินอาคารและอุปกรณ์ลดลงจากการคิดค่าเสื่อมราคา แต่สินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเปิดบัญชีเงินฝากประจำ สินทรัพย์สิทธิการใช้ลดลงจากการคิดค่าเสื่อมราคาและการปิดสาขา
หนี้สินรวมอยู่ที่ 254.51 ล้านบาท ลดลง 9.48% จากสิ้นปี 2563 โดยเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลงจากการสั่งซื้อสินค้าและบริการที่ลดลง หนี้สินตามสัญญาเช่าลดลงจากการยกเลิกสัญญาเช่าบางส่วน
ส่วนของเจ้าของมีจำนวน 206.63 ล้านบาท ลดลง 12.04% จากสิ้นปี 2563 เนื่องจากผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิ
## สรุปท้าย
LDC ในไตรมาส 3/2564 เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้ที่ลดลงอย่างหนักถึง 38.85% YoY อันเป็นผลโดยตรงจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและจำนวนผู้เข้ารับบริการ แม้บริษัทจะพยายามบริหารจัดการต้นทุนอย่างเต็มที่ ทั้งการลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงต้นทุนบริการที่ลดลงตามสัดส่วนรายได้ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่หายไปได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ และพลิกเป็นขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 313.30% YoY การฟื้นตัวของผลประกอบการในอนาคตจึงขึ้นอยู่กับการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 และความสามารถในการดึงดูดผู้เข้ารับบริการกลับมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มบริการทันตกรรม ขณะที่การเติบโตของบริการความงามอาจเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยกระจายความเสี่ยงได้ในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LDC ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
78.23
ล้านบาท
↓ 62.4% YoY
กำไรขั้นต้น
10.02
ล้านบาท
↓ 75.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.80
%
กำไรสุทธิ
-8.17
ล้านบาท
↓ 476.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-10.44
%
D/E Ratio
1.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
78
↓ -62.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
10
↓ -75.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-8
↓ -476.4%
YoY
D/E Ratio
1.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LDC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.14
ROE (%)
-7.44
ROA (%)
0.19
Book Value/หุ้น
0.38
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LDC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-46
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LDC
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-45.73
+54.91%
|
-29.52
-252.64%
|
19.34
-38.43%
|
31.41
+38.68%
|
22.65
+72.77%
|
13.11
-232.16%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
24.98
+566.13%
|
3.75
-82.28%
|
21.16
+123.21%
|
9.48
-143.15%
|
-21.97
-516.10%
|
5.28
-165.19%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-19.37
-252.28%
|
12.72
+22.43%
|
10.39
-153.92%
|
-19.27
+62.75%
|
-11.84
+56.41%
|
-7.57
+8.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-40.13
+207.98%
|
-13.03
-125.62%
|
50.86
+135.25%
|
21.62
+467.45%
|
3.81
-64.75%
|
10.81
-143.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
110.74
+56.72%
|
70.66
-5.00%
|
74.38
+40.98%
|
52.76
-17.46%
|
63.92
+20.38%
|
53.10
-32.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|