บริษัท แอลดีซี เด็นทัล จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.23
0.02 (8.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6211 out_tok=2582 at=2026-07-25T19:03:35 -->
# LDC กำไรสุทธิ Q3/2566 หดตัว 67% รับรายได้บริการวูบ เหตุเศรษฐกิจชะลอ
## รายได้บริการหดตัวต่อเนื่อง ฝ่ายบริหารชี้เศรษฐกิจกระทบกำลังซื้อ ขณะต้นทุนการเงินพุ่งกดดันกำไร
บริษัท แอลดีซี เด็นทัล จำกัด (มหาชน) หรือ LDC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 3.45 ล้านบาท ลดลง 7.25 ล้านบาท หรือ 67.74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการบริการที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อกำลังซื้อของลูกค้า ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนขยายสาขาใหม่
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ LDC ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **รายได้จากการบริการที่หดตัวลงอย่างต่อเนื่อง** ประกอบกับ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากการบริการที่ลดลงในไตรมาส 3 ปี 2566 ทั้งในส่วนของทันตกรรมและความงาม เป็นผลมาจาก **สภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจใช้บริการ** ส่งผลให้จำนวนลูกค้าลดลง นอกจากนี้ การปิดดำเนินการในส่วนของรายได้ความงามก็เป็นอีกปัจจัยที่กระทบโดยตรง
ในขณะเดียวกัน ต้นทุนบริการและต้นทุนจัดจำหน่ายปรับลดลงตามรายได้ที่ลดลง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่หายไปได้ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 23.05%** ในไตรมาส 3 ปี 2566 หรือ 0.82 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลมาจากการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อที่ดินและอาคารสำหรับสาขาแจ้งวัฒนะ ซึ่งส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้ลดลงถึง 52.65%
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
จากถ้อยคำของฝ่ายจัดการที่ระบุว่า "สภาพเศรษฐกิจลูกค้าชะลอการซื้อส่งผลให้จำนวนลูกค้าลดลง" และการที่บริษัทกำลังอยู่ในช่วง **เตรียมความพร้อมสู่การขยายสาขาในโซนภาคใต้** ซึ่งต้องมีการลงทุนและมีต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น **มีโอกาสที่แรงกดดันด้านรายได้และต้นทุนทางการเงินจะยังคงมีอยู่** อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารมีแผนยกระดับสาขาเดิมให้ Premium และมองหาโอกาสธุรกิจใหม่เพื่อเพิ่มรายได้ ซึ่งต้องติดตามผลการดำเนินงานในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 67.74%** เหลือ 3.45 ล้านบาท จาก 10.70 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q3/2566 ลดลง 5.04%** เหลือ 105.69 ล้านบาท จาก 111.29 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการบริการ Q3/2566 ลดลง 4.97%** เหลือ 104.14 ล้านบาท โดยระบุสาเหตุจากเศรษฐกิจชะลอตัวและลูกค้าลดลง
* **ต้นทุนทางการเงิน Q3/2566 เพิ่มขึ้น 23.05%** เป็น 4.37 ล้านบาท จาก 3.55 ล้านบาทในปีก่อน เพื่อรองรับการลงทุน
* **ค่าใช้จ่ายบริหาร Q3/2566 เพิ่มขึ้น 15.65%** เป็น 11.34 ล้านบาท จาก 9.80 ล้านบาทในปีก่อน จากการปรับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายอื่น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 105.69 ล้านบาท ลดลง 5.04% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการบริการ 104.14 ล้านบาท ลดลง 4.97% ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้ลูกค้าลดการใช้บริการ และการปิดดำเนินการในส่วนรายได้ความงาม ขณะที่รายได้อื่นลดลงเล็กน้อย 9.45%
ต้นทุนบริการลดลง 3.83% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง แต่กำไรขั้นต้นลดลง 9.34% เนื่องจากรายได้ลดลงมากกว่าต้นทุนที่ลดลง อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 19.79% ลดลงจาก 20.43% ในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 15.65% จากการปรับค่าตอบแทนพนักงานและการตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์ ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 23.05% จากการกู้ยืมเพื่อซื้ออาคาร ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้ลดลง 52.65% และกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 3.45 ล้านบาท ลดลง 67.74% โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 3.27% ลดลงจาก 9.62% ในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 322.78 ล้านบาท ลดลง 3.09% กำไรสุทธิอยู่ที่ 17.77 ล้านบาท ลดลง 14.68% โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 5.51% ลดลงจาก 6.25% ในปีก่อน
## โอกาส
* **การขยายสาขาใหม่ในภาคใต้:** บริษัทมีแผนขยายสาขาในรูปแบบโรงพยาบาลขนาดเล็กที่ชูความปลอดภัยขั้นสูง โดยจะนำร่องที่จังหวัดตรัง คาดว่าจะรับรู้รายได้ต้นไตรมาส 2 ปี 2567 ซึ่งจะเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้และฐานลูกค้า
* **ยกระดับสาขาเดิมให้ Premium:** มุ่งเน้นการพัฒนาและยกระดับสาขาเดิมให้มีมาตรฐานสูงขึ้น เพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย
* **มองหาโอกาสธุรกิจใหม่:** เตรียมพร้อมมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อเพิ่มแหล่งรายได้นอกเหนือจากบริการทันตกรรมหลัก
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** ความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของลูกค้า และอาจทำให้จำนวนลูกค้าลดลงต่อเนื่อง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจบริการทันตกรรมมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การลงทุนขยายสาขาใหม่และการกู้ยืมเพื่อการลงทุน อาจส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต
* **การตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์:** การตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์สิทธิการใช้สาขาที่อาจเกิดขึ้น เป็นค่าใช้จ่ายที่ส่งผลกระทบต่อกำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการบริการ:** ติดตามว่าภาวะเศรษฐกิจจะส่งผลกระทบต่อจำนวนลูกค้าและรายได้ในไตรมาสถัดไปอย่างไร
* **ความคืบหน้าการเปิดสาขาใหม่:** ความคืบหน้าของการเปิดสาขาที่จังหวัดตรัง และการรับรู้รายได้ตามแผน
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนบริการและค่าใช้จ่ายในการบริหารให้มีประสิทธิภาพ
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การบริหารจัดการภาระดอกเบี้ยจ่ายจากการกู้ยืมเพื่อการลงทุน
* **กลยุทธ์การยกระดับสาขา:** ความสำเร็จของแผนยกระดับสาขาเดิมให้ Premium และการดึงดูดลูกค้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการบริการ:** ลดลง 4.97% ใน Q3/2566 เนื่องจากลูกค้าชะลอการใช้จ่ายตามภาวะเศรษฐกิจ และการปิดดำเนินการในส่วนรายได้ความงาม
* **ต้นทุนบริการ:** ลดลง 3.83% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง โดยหลักๆ มาจากต้นทุนค่าตอบแทนแพทย์ ต้นทุนเวชภัณฑ์ และต้นทุนค่าแลปทันตกรรม
* **ต้นทุนจัดจำหน่าย:** ลดลง 22.58% ส่วนใหญ่มาจากค่าโฆษณาและการส่งเสริมการขายที่ลดลง และเงินรางวัลการขายที่ลดลงตามรายได้
* **ค่าใช้จ่ายบริหาร:** เพิ่มขึ้น 15.65% จากการปรับค่าตอบแทนพนักงานประจำปี การตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าสินทรัพย์สิทธิการใช้สาขานครราชสีมา และค่าใช้จ่ายในการขายที่ดินและอาคารเสรีไทย
* **รายได้อื่น:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 98.71% ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 จากรายได้ค่าเช่า-ค่าบริการพื้นที่ในสาขา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 565.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.92% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (เพิ่มขึ้น 81.18%) จากการซื้อที่ดินและอาคารสาขาแจ้งวัฒนะ และสินทรัพย์สิทธิการใช้ (เพิ่มขึ้น 10.51%) จากการทำสัญญาเช่าเพื่อเปิดศูนย์ทันตกรรมใหม่
หนี้สินรวมอยู่ที่ 310.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.89% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะยาว (เพิ่มขึ้น 38.46 ล้านบาท) เพื่อซื้อที่ดินและอาคารสาขาแจ้งวัฒนะ และหนี้สินตามสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้น
ส่วนของเจ้าของมีจำนวน 255.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.49% จากผลการดำเนินงานที่มีกำไร
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current ratio) อยู่ที่ 1.98 เท่า ลดลงจาก 2.40 เท่าในปีก่อน แต่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to equity ratio) อยู่ที่ 1.14 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.06 เท่าในปีก่อน สะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของการกู้ยืมเพื่อการลงทุน
## สรุปท้าย
LDC ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากรายได้จากการบริการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของลูกค้า ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนขยายสาขาใหม่ ทำให้กำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมาก แม้ว่าบริษัทจะมีการบริหารจัดการต้นทุนบริการและต้นทุนจัดจำหน่ายให้ลดลงตามรายได้ และมีรายได้อื่นที่เติบโตโดดเด่น แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนการเติบโตในระยะยาวผ่านการขยายสาขาใหม่และการยกระดับสาขาเดิม ซึ่งต้องติดตามความสามารถในการสร้างรายได้และบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LDC ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
78.23
ล้านบาท
↓ 62.4% YoY
กำไรขั้นต้น
10.02
ล้านบาท
↓ 75.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.80
%
กำไรสุทธิ
-8.17
ล้านบาท
↓ 476.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-10.44
%
D/E Ratio
1.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
78
↓ -62.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
10
↓ -75.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-8
↓ -476.4%
YoY
D/E Ratio
1.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LDC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.14
ROE (%)
-7.44
ROA (%)
0.19
Book Value/หุ้น
0.38
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LDC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-46
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LDC
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-45.73
+54.91%
|
-29.52
-252.64%
|
19.34
-38.43%
|
31.41
+38.68%
|
22.65
+72.77%
|
13.11
-232.16%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
24.98
+566.13%
|
3.75
-82.28%
|
21.16
+123.21%
|
9.48
-143.15%
|
-21.97
-516.10%
|
5.28
-165.19%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-19.37
-252.28%
|
12.72
+22.43%
|
10.39
-153.92%
|
-19.27
+62.75%
|
-11.84
+56.41%
|
-7.57
+8.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-40.13
+207.98%
|
-13.03
-125.62%
|
50.86
+135.25%
|
21.62
+467.45%
|
3.81
-64.75%
|
10.81
-143.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
110.74
+56.72%
|
70.66
-5.00%
|
74.38
+40.98%
|
52.76
-17.46%
|
63.92
+20.38%
|
53.10
-32.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|