LALIN
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
LALIN
บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
4.26
0.02 (0.47%)

สรุป Opportunity Day

วิเคราะห์ผลประกอบการโดย AI

1. สรุป OPPDAY (Q&A)

สรุป Oppday หุ้น LALIN: ปี 2567 ฝ่าความท้าทาย สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน


สวัสดีครับท่านนักลงทุน นักวิเคราะห์ รวมถึงผู้ถือหุ้นทุกท่าน ขอต้อนรับเข้าสู่งาน Opportunity Day 2024 ของบริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด มหาชน



1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):

ปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เผชิญกับความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้ต้องชะลอการเปิดโครงการใหม่ แม้จะเปิดไปเพียง 8 โครงการ มูลค่ารวม 5,120 ล้านบาท ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับปี 2566 และ 2565 ที่มีมูลค่าประมาณ 8,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงรักษาระดับ Gross Profit Margin ไว้ได้ค่อนข้างดีที่ 39% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ลดลงมาอยู่ที่ 30-31% เท่านั้น


ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2567 มียอดรับรู้รายได้ 930 ล้านบาท ลดลง 9.7% (QoQ) และ 20% (YoY) ต้นทุนขายอยู่ที่ 568.8 ล้านบาท กำไรขั้นต้น 360.9 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขาย 55.7 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายบริหาร 73.6 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายภาษีและค่าธรรมเนียมโอน 30.7 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายทางการเงิน 9 ล้านบาท ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 153.4 ล้านบาท ลดลง 15% (QoQ) และ 25% (YoY)


ภาพรวมทั้งปี 2567 มียอดรับรู้รายได้ 3,697 ล้านบาท ลดลง 22.9% จากปี 2566 กำไรขั้นต้น 1,440.8 ล้านบาท Gross Profit Margin อยู่ที่ 39% ค่าใช้จ่ายในการขาย 263.9 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 290 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายภาษีและค่าธรรมเนียมโอน 124.3 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายทางการเงิน 26.4 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 588 ล้านบาท คิดเป็น Net Profit Margin 15.9%



  • สรุปตัวเลขสำคัญ:


    1. ยอดรับรู้รายได้ปี 2567: 3,697 ล้านบาท (ลดลง 22.9% YoY)

    2. กำไรสุทธิปี 2567: 588 ล้านบาท

    3. Gross Profit Margin: 39%

    4. Net Profit Margin: 15.9%




2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):

แม้สภาวะตลาดจะไม่เอื้ออำนวย แต่ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ยังคงมองเห็นโอกาสในการเติบโต โดยมีแผนเปิดโครงการใหม่ 6-8 โครงการ มูลค่ารวม 4,000-5,000 ล้านบาทในปี 2024 เน้นโครงการ Replace ในทำเลเดิมที่มี Demand อยู่แล้ว



  • โครงการใหม่ที่เปิดตัวในปี 2024:


    1. Lio ราชพฤกษ์ 345: ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ใกล้ถนนราชพฤกษ์ ทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์ และรถไฟฟ้าสายสีแดง/ชมพู พื้นที่โครงการ 23 ไร่ จำนวน 249 ยูนิต มูลค่า 600 ล้านบาท เป็นทาวน์โฮมสไตล์ฝรั่งเศส ราคาเริ่มต้น 5.7 เมตร

    2. Lansio The Prestige บางนา-ศรีวารี: ตั้งอยู่บนทำเลบางนา-ศรีวารี ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิและ King Power พื้นที่โครงการ 34 ไร่ จำนวน 182 ยูนิต มูลค่า 820 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดแนวคิดใหม่สไตล์ฝรั่งเศส




3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):

ความเสี่ยงหลักที่บริษัทกำลังเผชิญคือ สภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และการแข่งขันที่สูงขึ้น รวมถึงปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลกและอัตราดอกเบี้ย



4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):

บริษัทใช้กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ โดยชะลอการลงทุนในโครงการใหม่ที่ไม่จำเป็น และเน้นการ Replace โครงการเดิมในทำเลที่มี Demand อยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและรักษาระดับ Gross Profit Margin ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี



5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):

แม้ปี 2567 จะเป็นปีที่ท้าทาย แต่ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เชื่อว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มฟื้นตัวในปี 2568 โดยมีปัจจัยบวกจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง และ Supply สินค้าใหม่ในตลาดที่ลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทจะยังคงดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง และให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง


บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 5,000 ล้านบาท และยอดรับรู้รายได้ 4,050 ล้านบาทในปี 2568



  • อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ:


    1. Earning per share ปี 2567: 0.636 บาท

    2. DE Ratio (สิ้นปี 2567): 0.84 เท่า

    3. Net DE Ratio (สิ้นปี 2567): 0.63 เท่า




6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): [01:03:47]

  • ทิศทางตลาดอสังหาฯ และการปรับตัวของ LALIN

  • บริษัทมีการปรับธุรกิจโดยการขยายธุรกิจ สอดคล้องกับภาพของตลาดอยู่แล้ว มีการเผื่อทั้งรุกและรับ ในส่วน DE บริษัทเริ่มปรับลดลงมา ชะลอการซื้อที่ดินใหม่ และขยายธุรกิจตั้งแต่ช่วง Q3 ปีที่แล้ว การเปิดโครงการใหม่เป็นการ Replace โครงการเดิม


  • สถานการณ์ปัจจุบันได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วหรือยัง และแนวโน้มปี 2568

  • บริษัทมีมุมมองว่าปี 2567 น่าจะเป็น Bottom Out ไปแล้ว ปี 2568 น่าจะมีการฟื้นตัว แต่ไม่เติบโตอะไรมากมาย มีปัจจัยบวกหลายตัว เช่น ดอกเบี้ย, ธนาคารชาติปรับลดดอกเบี้ย, Supply ลดลง, absorption rate ลดลง


  • CapEx สำหรับปีนี้ และที่ดินที่จะใช้พัฒนาโครงการ

  • ที่ดินสำหรับปีนี้ส่วนใหญ่มีเกือบครบแล้ว อาจจะต้องซื้อใหม่ 2-3 แปลง ที่ดินตั้งงบประมาณไว้ที่ 600-800 ล้านบาท Cash flow จาก Operation น่าจะบวกไปค่อนข้างเยอะ


  • Backlog ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2567

  • Backlog อยู่ที่ 8-900 ล้านบาท




* การจ่ายปันผล (Dividend Payment):

บอร์ดของบริษัทได้อนุมัติการจ่ายปันผลทั้งปีที่ 0.34 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield 6.4% โดยมีการจ่าย Interim ไปแล้ว 0.165 บาท และส่วนที่เหลือ 0.175 บาท จะรออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และจ่ายจริงในวันที่ 16 พฤษภาคม 2024


XD ขึ้นเครื่องหมายวันที่ 13 ปิดสมุดทะเบียนวันที่ 14 พฤษภาคม 2024



โดยสรุป ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ โดยให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ตลาด และการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น

ผู้เขียน: Admin AiO
2. Financial & KPI Analysis — Q4/2567