บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.76
+0.01 (+0.57%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4100 out_tok=2432 at=2026-07-25T19:05:31 -->
# KSL กำไรสุทธิปี 65 พุ่ง 115% รับอานิสงส์ราคาน้ำตาลโลกพุ่ง-ส่งออกโต
## รายได้-กำไร KSL ปี 65 เติบโตโดดเด่น รับปัจจัยบวกจากราคาขายน้ำตาลส่งออกที่สูงขึ้น ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL รายงานผลประกอบการปีบัญชี 2565 (1 พ.ย. 64 - 31 ต.ค. 65) มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 1,321 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 705 ล้านบาท หรือ 115% เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่มีกำไรสุทธิ 616 ล้านบาท โดยการเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลมาจากราคาขายน้ำตาลที่ปรับตัวสูงขึ้นและการขยายตัวของตลาดส่งออก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ KSL ในปีบัญชี 2565 ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายน้ำตาลทรายและกากน้ำตาล และการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือการเติบโตของรายได้จากการขายน้ำตาลทรายและกากน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นถึง 63% คิดเป็น 5,468 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากทั้งปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 44% และราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 14% นอกจากนี้ รายได้จากการขายไฟฟ้าก็ปรับเพิ่มขึ้น 14% และธุรกิจสนับสนุนเพิ่มขึ้น 50% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 125% จาก 1,240 ล้านบาท เป็น 2,789 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยับจาก 12% เป็น 17%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายน้ำตาลทรายและกากน้ำตาลเป็นผลโดยตรงจากราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่ง KSL ได้ใช้โอกาสนี้ในการเพิ่มสัดส่วนการขายน้ำตาลส่งออกเป็น 80% ของปริมาณขายทั้งหมด จากเดิม 67% ในปี 2564 ประกอบกับการที่ปริมาณการขายน้ำตาลโดยรวมเพิ่มขึ้นถึง 220,157 ตัน ทำให้รายได้จากการขายน้ำตาลเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สำหรับรายได้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นมาจากปริมาณขายและราคาขายที่สูงขึ้น ส่วนธุรกิจสนับสนุนที่เติบโตเกิดจากการสนับสนุนกิจกรรมเพิ่มผลผลิตอ้อยในฤดูการเพาะปลูกใหม่
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น คือ ราคาขายน้ำตาลโดยเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าต้นทุนวัตถุดิบ (อ้อย) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงราคาขายไฟฟ้าที่สูงขึ้นจากค่า Ft ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ GPM ขยายตัวจาก 12% เป็น 17% แม้ว่าต้นทุนในการจัดจำหน่ายจะเพิ่มขึ้น 48% ตามปริมาณการขายส่งออกที่มากขึ้น แต่ก็ไม่กระทบต่อภาพรวมกำไรที่เติบโต
อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลงถึง 85% ซึ่งเป็นปัจจัยลบ แต่ผลกระทบถูกหักล้างด้วยการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจหลัก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะปัจจัยด้านราคาขายน้ำตาลที่ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำตาลตลาดโลกที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และการที่บริษัทมีสัดส่วนการขายส่งออกเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นช่องทางที่ได้รับประโยชน์จากราคาตลาดโลกโดยตรง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านปริมาณการผลิตอ้อยยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องติดตาม รวมถึงความผันผวนของราคาโภคภัณฑ์ในตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาขายในอนาคตได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 65 พุ่ง 115%:** บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 1,321 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 705 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2564
* **รายได้จากการขายโต 63%:** รายได้จากการขายน้ำตาลทรายและกากน้ำตาลเพิ่มขึ้น 5,468 ล้านบาท เป็น 14,188 ล้านบาท จากปริมาณขายและราคาขายที่สูงขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แข็งแกร่ง:** GPM เพิ่มขึ้นจาก 12% เป็น 17% เนื่องจากราคาขายน้ำตาลส่งออกสูงกว่าต้นทุนวัตถุดิบ
* **สัดส่วนส่งออกน้ำตาลเพิ่ม:** สัดส่วนการขายน้ำตาลส่งออกเพิ่มเป็น 80% ของปริมาณขายทั้งหมด
* **ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมลดลง:** ลดลง 85% จากผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปีบัญชี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 16,178 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,852 ล้านบาท หรือ 57% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้หลักมาจากการขายน้ำตาลทรายและกากน้ำตาลที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 63% ตามมาด้วยรายได้จากการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 14% และรายได้จากธุรกิจสนับสนุนที่เพิ่มขึ้น 50% การเติบโตของรายได้นี้ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 125% เป็น 2,789 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 115% เป็น 1,321 ล้านบาท
## โอกาส
* **ราคาน้ำตาลตลาดโลก:** ราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่ยังคงอยู่ในระดับสูง เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มรายได้และกำไรจากการขาย
* **การขยายตลาดส่งออก:** การเพิ่มสัดส่วนการขายน้ำตาลส่งออกเป็น 80% แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเข้าถึงตลาดต่างประเทศและรับประโยชน์จากราคาตลาดโลก
* **ธุรกิจไฟฟ้า:** การเติบโตของรายได้ไฟฟ้าจากปริมาณขายและราคาที่สูงขึ้น เป็นอีกแหล่งรายได้ที่มั่นคง
* **ธุรกิจสนับสนุน:** การเติบโตของธุรกิจสนับสนุนจากการสนับสนุนกิจกรรมเพิ่มผลผลิตอ้อย เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มในห่วงโซ่อุปทาน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาโภคภัณฑ์:** ราคาน้ำตาลในตลาดโลกมีความผันผวนสูง อาจส่งผลกระทบต่อราคาขายในอนาคต
* **ต้นทุนวัตถุดิบ (อ้อย):** ความผันผวนของราคาและปริมาณผลผลิตอ้อย ซึ่งเป็นต้นทุนหลัก อาจส่งผลต่ออัตรากำไร
* **ผลการดำเนินงานบริษัทร่วม:** การลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม เป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ว่าการส่งออกจะได้รับประโยชน์จากราคา แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนก็อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาน้ำตาลในตลาดโลก และผลกระทบต่อราคาขายส่งออก
* ปริมาณผลผลิตอ้อยและต้นทุนวัตถุดิบในฤดูกาลเพาะปลูกถัดไป
* ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม และโอกาสในการฟื้นตัว
* การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและการขนส่งเพื่อรักษาระดับอัตรากำไร
* การเปลี่ยนแปลงของนโยบายการค้าและภาษีที่อาจส่งผลต่อการส่งออก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายน้ำตาลโดยรวมเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 14% โดยราคาขายส่งออกปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยบวกหลัก ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบ (อ้อย) ก็ปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ราคาขายที่สูงกว่าทำให้ GPM ขยายตัว
**Volume:** ปริมาณการขายน้ำตาลเพิ่มขึ้น 44% หรือ 220,157 ตัน ส่วนปริมาณขายไฟฟ้าก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 12% เป็น 17% เนื่องจากราคาขายน้ำตาลส่งออกที่สูงขึ้นสามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นได้
**ช่องทางขาย:** สัดส่วนการขายส่งออกน้ำตาลเพิ่มขึ้นเป็น 80% ของปริมาณขายทั้งหมด ซึ่งสะท้อนการใช้ประโยชน์จากตลาดต่างประเทศ
**สต็อก:** ข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกไม่ได้ระบุไว้ในเอกสาร
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** การส่งออกเป็นสัดส่วนหลักของรายได้น้ำตาล (80%) และได้รับประโยชน์จากราคาตลาดโลกที่สูงขึ้น
**ฤดูกาลผลิต:** มีการกล่าวถึงการสนับสนุนกิจกรรมเพิ่มผลผลิตอ้อยในฤดูการเพาะปลูกหน้า ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณผลผลิตในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 41,650 ล้านบาท หนี้สินรวม 20,287 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 21,363 ล้านบาท อัตราหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest-Bearing Debt to Equity Ratio) อยู่ที่ 0.78 เท่า ซึ่งแสดงถึงระดับหนี้สินที่อยู่ในเกณฑ์ที่บริหารจัดการได้ ข้อมูลเกี่ยวกับกระแสเงินสดไม่ได้ระบุไว้ในเอกสาร
## สรุปท้าย
KSL โชว์ผลประกอบการปีบัญชี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 115% เป็นผลมาจากปัจจัยบวกด้านราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่สูงขึ้น และการเพิ่มสัดส่วนการขายส่งออกอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการบริหารต้นทุนวัตถุดิบที่ดี ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวได้อย่างน่าพอใจ แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาโภคภัณฑ์และต้นทุนวัตถุดิบ แต่แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจหลัก โดยเฉพาะการส่งออกน้ำตาล และธุรกิจไฟฟ้า ยังคงเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตาในปีถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KSL ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
3,996.85
ล้านบาท
↓ 55.8% YoY
กำไรขั้นต้น
-47.76
ล้านบาท
↓ 104.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-1.19
%
กำไรสุทธิ
-955.55
ล้านบาท
↓ 1296.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-23.91
%
D/E Ratio
1.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,997
↓ -55.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-48
↓ -104.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-956
↓ -1296.4%
YoY
D/E Ratio
1.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KSL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.07
ROE (%)
-3.06
ROA (%)
0.24
Book Value/หุ้น
4.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KSL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+6,928
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+860
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KSL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
6,927.53
+127.41%
|
3,046.32
|
— |
4,991.73
-27.98%
|
6,930.84
+351.57%
|
1,534.82
-73.16%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
859.93
-123.20%
|
-3,706.92
|
— |
-683.89
+11.31%
|
-614.38
+169.04%
|
-228.36
+162.21%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-8,247.24
-1,797.17%
|
485.94
|
— |
-4,549.95
-26.64%
|
-6,202.05
+72.71%
|
-3,590.96
-13.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-485.42
+189.23%
|
-167.83
|
— |
-257.42
-382.85%
|
91.01
-103.97%
|
-2,292.66
-256.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
206.39
-19.01%
|
— |
224.06
+62.68%
|
137.73
-94.33%
|
2,430.39
+1,780.52%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
210.95
+2.21%
|
— |
254.85
+13.74%
|
0.00
|
0.00
|