KSL
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
KSL
บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.76
+0.01 (+0.57%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 4 ปี 2564

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5283 out_tok=3300 at=2026-07-25T19:17:34 --> # KSL พลิกขาดทุนยับปี 63 สู่กำไร 616 ล้านบาทปี 64 รับราคาอ้อย-น้ำตาลโลกพุ่ง ## รายได้รวมหด 12% แต่บริหารต้นทุน-ค่าใช้จ่ายได้ดี หนุนกำไรสุทธิโตแรง บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL พลิกฟื้นผลประกอบการปีบัญชี 2564 (สิ้นสุด 31 ต.ค. 64) กลับมามีกำไรสุทธิ 616 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุนสุทธิ 83 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากราคาขายน้ำตาลที่สูงขึ้นตามตลาดโลก แม้รายได้จากการดำเนินงานรวมจะลดลง 12% จากปริมาณการขายที่ลดลงก็ตาม ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้ KSL พลิกจากขาดทุนสุทธิ 83 ล้านบาทในปี 2563 มามีกำไรสุทธิ 616 ล้านบาทในปี 2564 คือ **การปรับตัวสูงขึ้นของราคาขายน้ำตาลเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นถึง 23%** ซึ่งชดเชยผลกระทบจากปริมาณการขายน้ำตาลที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ลดลง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเงินนำส่งเข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย ซึ่งมีรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวในปี 2563 ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไร ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ราคาขายน้ำตาลที่ปรับตัวสูงขึ้น 23% เป็นผลโดยตรงจาก **ราคาน้ำตาลตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น** ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลบวกต่อรายได้จากการขายน้ำตาล แม้ว่าปริมาณการขายน้ำตาลจะลดลง 27% จากปริมาณอ้อยเข้าหีบที่ลดลงในฤดูการผลิต 2563/2564 และปริมาณน้ำตาลยกมาจากปีก่อนที่ลดลงอันเป็นผลจากภัยแล้ง แต่ราคาขายที่สูงขึ้นก็สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ ในส่วนของต้นทุนและค่าใช้จ่าย ฝ่ายจัดการได้บริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนการขายน้ำตาลที่สูงขึ้นประมาณ 22% นั้น ส่วนหนึ่งมาจากราคาวัตถุดิบ (อ้อย) ที่สูงขึ้นตามปริมาณอ้อยที่ลดลง แต่ก็ถูกชดเชยด้วยราคาขายที่สูงขึ้นเช่นกัน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายลดลง 35% สอดคล้องกับปริมาณการขายที่ลดลง โดยเฉพาะการส่งออก ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ลดลงอย่างมากถึง 292 ล้านบาท เนื่องจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายเงินกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายของปีก่อนๆ ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** ราคาขายน้ำตาลที่ปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลกเป็นปัจจัยที่ฝ่ายจัดการคาดว่าจะส่งผลดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านปริมาณการผลิตอ้อยยังคงเป็นความท้าทายจากผลกระทบภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นอีก การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่ส่งผลต่อการรับรู้รายการเครื่องมือทางการเงินและการป้องกันความเสี่ยงราคาโภคภัณฑ์ อาจทำให้การเปรียบเทียบอัตรากำไรขั้นต้นระหว่างปี 2563 และ 2564 ไม่ตรงไปตรงมานัก หากไม่ปรับผลกระทบดังกล่าวออกไป ## Highlight สำคัญ * **พลิกกำไรสุทธิ:** KSL มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 616 ล้านบาท ในปี 2564 เพิ่มขึ้น 699 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 83 ล้านบาทในปี 2563 * **รายได้รวมลดลง:** รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 10,470 ล้านบาท ลดลง 1,383 ล้านบาท หรือ 12% จากปีก่อน * **ราคาขายน้ำตาลพุ่ง:** ราคาขายน้ำตาลเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 23% จากราคาน้ำตาลตลาดโลกที่สูงขึ้น ชดเชยปริมาณขายที่ลดลง 27% * **ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น:** ต้นทุนขายน้ำตาลสูงขึ้น 22% จากราคาอ้อยที่ปรับตัวสูงขึ้นตามปริมาณอ้อยที่ลดลง * **ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายอื่นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวในปี 2563 * **ส่วนแบ่งกำไรโต:** ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 58% จากธุรกิจเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์ชีวภาพของ BBGI ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปีบัญชี 2564 บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 10,470 ล้านบาท ลดลง 12% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการขายน้ำตาลทรายและกากน้ำตาลที่ลดลง 1,323 ล้านบาท หรือ 13% เนื่องจากปริมาณการขายน้ำตาลที่ลดลง 180,860 ตัน หรือ 27% จากปริมาณอ้อยเข้าหีบที่ลดลงและปริมาณน้ำตาลยกมาจากปีก่อนที่น้อยลง อย่างไรก็ตาม ราคาขายน้ำตาลเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 23% จากราคาน้ำตาลตลาดโลกที่สูงขึ้น รายได้จากการขายไฟฟ้าลดลง 75 ล้านบาท หรือ 6% จากปริมาณการขายที่ลดลง แต่รายได้จากธุรกิจสนับสนุนเพิ่มขึ้น 52 ล้านบาท หรือ 14% บริษัทมีกำไรขั้นต้นลดลง 30% จาก 1,771 ล้านบาท เป็น 1,240 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากปริมาณการขายน้ำตาลที่ลดลง แม้ว่าราคาขายน้ำตาลและกากน้ำตาลเฉลี่ยจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ต้นทุนขายน้ำตาลก็สูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ (อ้อย) ที่เพิ่มขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 15% ในปี 2563 เป็น 12% ในปี 2564 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่ทำให้การรับรู้รายการเครื่องมือทางการเงินและผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงราคาโภคภัณฑ์ (น้ำตาล) และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 215 ล้านบาท ถูกจัดประเภทเป็นส่วนหนึ่งของรายได้จากการขายในปี 2564 หากไม่รวมผลกระทบนี้ อัตรากำไรขั้นต้นจะใกล้เคียงเดิม กำไรขั้นต้นของธุรกิจไฟฟ้าลดลงจาก 31% เป็น 13% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นจากการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพอื่นทดแทนกากอ้อยที่ไม่เพียงพอ รายได้อื่นๆ มีกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้น 86 ล้านบาท ต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลง 157 ล้านบาท หรือ 35% สอดคล้องกับปริมาณการขายที่ลดลง โดยเฉพาะการส่งออก ค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายอื่นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและกรรมการลดลง 93 ล้านบาท และที่สำคัญคือค่าใช้จ่ายเงินนำส่งเข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายลดลง 292 ล้านบาท เนื่องจากปี 2563 มีการรับรู้ค่าใช้จ่ายเงินกองทุนฯ ของปีก่อนๆ เป็นรายการพิเศษครั้งเดียว ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง และขาดทุนจากสัญญาป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำตาลลดลงทั้งจำนวน หนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น 127 ล้านบาท ส่วนหนึ่งจากการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ต้นทุนทางการเงินลดลง 14% จาก 497 ล้านบาท เป็น 425 ล้านบาท เนื่องจากการทยอยชำระคืนเงินต้นและอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 58% เป็น 511 ล้านบาท จากธุรกิจเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์ชีวภาพของ บมจ. บีบีจีไอ ## โอกาส * **ราคาน้ำตาลตลาดโลก:** แนวโน้มราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มรายได้และอัตรากำไรจากการขายน้ำตาล * **ธุรกิจไฟฟ้าและชีวภาพ:** การเติบโตของธุรกิจไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ผ่านการลงทุนใน บมจ. บีบีจีไอ เป็นอีกช่องทางในการสร้างรายได้และกำไรที่มั่นคง * **การบริหารต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยหนุนผลกำไรในระยะยาว * **การเพาะปลูกอ้อย:** การที่ชาวไร่มีกิจกรรมเพิ่มผลผลิตอ้อยในฤดูการเพาะปลูกหน้า เป็นสัญญาณที่ดีต่อปริมาณวัตถุดิบในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ภัยแล้งและปริมาณอ้อย:** ความเสี่ยงจากภาวะภัยแล้งที่อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณอ้อยเข้าหีบ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตน้ำตาล * **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** ราคาน้ำตาลและกากน้ำตาลมีความผันผวนตามปัจจัยตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไร * **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบหลัก (อ้อย) ที่สูงขึ้นจากการลดลงของปริมาณการผลิต อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร * **อัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ โดยเฉพาะในส่วนของการส่งออก * **การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานบัญชี:** การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการรายงานทางการเงินอาจส่งผลต่อการรับรู้รายการทางการเงินบางประเภท ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาน้ำตาลตลาดโลก:** ติดตามทิศทางราคาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก * **ปริมาณอ้อยเข้าหีบในฤดูการผลิตถัดไป:** ประเมินผลกระทบจากสภาพอากาศและมาตรการส่งเสริมการเพาะปลูก * **ต้นทุนวัตถุดิบและเชื้อเพลิง:** จับตาการเปลี่ยนแปลงของราคาอ้อยและต้นทุนเชื้อเพลิงชีวภาพอื่นๆ * **ผลประกอบการของ บมจ. บีบีจีไอ:** ติดตามการเติบโตของธุรกิจเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์ชีวภาพ * **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ประเมินความสามารถในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) * **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายน้ำตาลเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 23% ตามตลาดโลก ราคาขายกากน้ำตาลเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 41% ต้นทุนอ้อยสำหรับค่าความหวาน (10 CCS) ปี 2564 อยู่ในช่วง 975.43 - 1,019.62 บาท/ตันอ้อย เทียบกับปี 2563 ที่ 813.85 - 825.93 บาท/ตันอ้อย * **Volume:** ปริมาณการขายน้ำตาลลดลง 27% (180,860 ตัน) จากปริมาณอ้อยเข้าหีบที่ลดลงและน้ำตาลยกมาจากปีก่อนน้อยลง ปริมาณการขายไฟฟ้าลดลง 6% * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 15% เป็น 12% โดยธุรกิจน้ำตาลได้รับผลกระทบจากปริมาณขายลดลง แม้ราคาขายสูงขึ้น ขณะที่ธุรกิจไฟฟ้า GPM ลดลงจาก 31% เป็น 13% จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น * **ช่องทางขาย:** การส่งออกมีสัดส่วนลดลง ส่งผลให้ค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายในการส่งออกลดลง * **สต็อก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกสินค้าโดยตรง * **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 15 ล้านบาท ในขณะที่ปีก่อนมีกำไร 29 ล้านบาท การส่งออกที่ลดลงส่งผลให้ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องลดลง * **ฤดูกาลผลิต:** ฤดูการผลิต 2563/2564 มีปริมาณอ้อยเข้าหีบลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตน้ำตาล ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 41,521 ล้านบาท หนี้สินรวม 21,410 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 20,111 ล้านบาท อัตราหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/Equity Ratio) อยู่ที่ 0.92 เท่า ต้นทุนทางการเงินลดลง 14% จาก 497 ล้านบาท เป็น 425 ล้านบาท เนื่องจากการทยอยชำระคืนเงินต้นของเงินกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของเงินกู้ระยะสั้นที่ลดลง เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง ## สรุปท้าย KSL สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการในปี 2564 กลับมามีกำไรสุทธิ 616 ล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการที่ราคาขายน้ำตาลเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลกถึง 23% ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจากปริมาณการขายที่ลดลงได้ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการลดลงของรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวในปี 2563 แม้ว่าภาพรวมรายได้จะลดลง 12% และอัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวลดลง แต่การเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์ชีวภาพ รวมถึงโอกาสจากแนวโน้มราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่ยังคงแข็งแกร่ง เป็นปัจจัยที่น่าจับตา อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากภัยแล้ง ปริมาณอ้อย และความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KSL ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
3,996.85 ล้านบาท
↓ 55.8% YoY
กำไรขั้นต้น
-47.76 ล้านบาท
↓ 104.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-1.19 %
กำไรสุทธิ
-955.55 ล้านบาท
↓ 1296.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-23.91 %
D/E Ratio
1.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,997
↓ -55.8% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-48
↓ -104.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-956
↓ -1296.4% YoY
D/E Ratio
1.07

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KSL

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
3,996.85
-55.75%
9,032.61
3,285.25
+3.01%
3,189.17
-73.64%
12,100.34
-14.81%
กำไรขั้นต้น
-47.76
-104.62%
1,033.31
454.71
+711.94%
56.00
-96.84%
1,770.97
-37.51%
ค่าใช้จ่ายรวม
323.91
-51.96%
674.25
349.46
-15.20%
412.09
-66.30%
1,222.77
-45.10%
กำไรสุทธิ
-955.55
-1,296.45%
79.87
55.48
-62.73%
148.85
+279.89%
-82.74
-113.68%
กำไรต่อหุ้น
-0.22
-1,305.56%
0.02
0.01
-61.76%
0.03
+278.95%
-0.02
-113.87%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
-1.19
-110.40%
11.44
13.84
+686.36%
1.76
-87.98%
14.64
-26.62%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
8.10
+8.58%
7.46
10.64
-17.65%
12.92
+27.79%
10.11
-35.52%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-23.91
-2,817.05%
0.88
1.69
-63.81%
4.67
+786.76%
-0.68
-115.96%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
7.36
+100.89%
-826.08
-755.39
+33.89%
-1,142.63
-16,556.41%
-6.86
-111.59%
ROE(%)
-3.06
-171.33%
4.29
6.53
+104.70%
3.19
-25.64%
4.29
ROA(%)
0.24
-94.09%
4.06
5.17
+88.69%
2.74
-32.51%
4.06
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.07
+10.31%
0.97
0.95
-10.38%
1.06
+9.28%
0.97
P/E
-100.00
-1,218.57%
8.94
12.35
-52.37%
25.93
0.00
-100.00%
P/BV
0.26
-31.58%
0.38
0.78
-4.88%
0.82
+54.72%
0.53
BV
4.88
-0.61%
4.91
4.74
+6.76%
4.44
+3.02%
4.31
+2.13%
YIELD(%)
3.97
+47.58%
2.69
2.27
0.00
-100.00%
2.17
-2.69%
ราคาหุ้น
1.26
-32.26%
1.86
3.70
+2.21%
3.62
+57.39%
2.30
+2.68%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.07
ROE (%)
-3.06
ROA (%)
0.24
Book Value/หุ้น
4.93

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KSL

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
6,939.70
+23.67%
5,611.69
+22.77%
5,813.52
+21.61%
4,780.61
+11.86%
4,273.64
-43.13%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
38,588.78
+1.67%
37,956.50
+7.75%
35,836.42
-2.46%
36,740.82
-0.29%
36,847.91
+0.66%
รวมสินทรัพย์
45,528.48
+4.50%
43,568.19
+9.47%
41,649.94
+0.31%
41,521.42
+0.97%
41,121.56
-6.80%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
11,888.70
+4.68%
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
11,601.33
+15.50%
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน
23,490.03
+9.76%
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมส่วนของเจ้าของ
22,038.45
-0.58%
0.00
0.00
0.00
0.00
D/E
1.07
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
-3.06
4.29
6.53
3.19
4.29
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
0.24
4.06
5.17
2.74
4.06
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.58
0.49
0.65
0.40
0.49
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.19
0.16
0.15
0.11
0.16
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
40.83
31.27
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
83.62
67.22
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
24.83
35.85
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
99.61
62.64
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+6,928
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+860
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KSL

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
6,927.53
+127.41%
3,046.32
4,991.73
-27.98%
6,930.84
+351.57%
1,534.82
-73.16%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
859.93
-123.20%
-3,706.92
-683.89
+11.31%
-614.38
+169.04%
-228.36
+162.21%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-8,247.24
-1,797.17%
485.94
-4,549.95
-26.64%
-6,202.05
+72.71%
-3,590.96
-13.79%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-485.42
+189.23%
-167.83
-257.42
-382.85%
91.01
-103.97%
-2,292.66
-256.13%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
0.00
-100.00%
206.39
-19.01%
224.06
+62.68%
137.73
-94.33%
2,430.39
+1,780.52%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
0.00
-100.00%
210.95
+2.21%
254.85
+13.74%
0.00
0.00