KSL
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
KSL
บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.76
+0.01 (+0.57%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 2 ปี 2565

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4310 out_tok=2878 at=2026-07-25T19:48:38 --> # KSL กำไร Q3/2565 พุ่ง 463 ล้านบาท รับอานิสงส์ราคาน้ำตาลส่งออกโลกสูง ## รายได้-กำไรโตแรงจากน้ำตาลส่งออก ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบยังคุมได้ ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยบวกต่อเนื่อง บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 519 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 463 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายน้ำตาลทรายและกากน้ำตาลที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก ซึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ KSL ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายน้ำตาลทรายและกากน้ำตาล** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 463 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจาก **ราคาขายส่งออกน้ำตาลที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก** ควบคู่ไปกับ **ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น** นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างโดดเด่นจาก 9.5% เป็น 19.0% ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการทำกำไร ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุมาจากปัจจัยหลายประการที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจน้ำตาลของ KSL โดยตรง: * **ราคาขายส่งออกน้ำตาลที่สูงขึ้น:** ราคาขายเฉลี่ยทุกช่องทางการจำหน่ายเพิ่มขึ้น 22% โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาขายส่งออกที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นผลดีต่อ KSL ที่มีสัดส่วนการขายส่งออกถึง 85% ของปริมาณขายทั้งหมดในไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้นจาก 74% ในปีก่อน * **ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น:** ปริมาณการขายน้ำตาลในไตรมาส 3/2565 เพิ่มขึ้น 57% เป็น 245,925 ตัน ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจสนับสนุน (ปุ๋ย) ที่สะท้อนถึงกิจกรรมการเพาะปลูกอ้อยที่เพิ่มขึ้น * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ดีขึ้น:** แม้ต้นทุนวัตถุดิบ (อ้อย) จะปรับตัวสูงขึ้น แต่ราคาขายส่งออกที่สูงขึ้นกว่ามากทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 9.5% เป็น 19.0% ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 237% จาก 309 ล้านบาท เป็น 1,041 ล้านบาท * **ธุรกิจอื่นสนับสนุน:** รายได้จากธุรกิจไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3% จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น และรายได้จากธุรกิจสนับสนุน (ปุ๋ย) เพิ่มขึ้น 46% จากปริมาณและราคาขายที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 57% จากค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายในการขายส่งออกที่สูงขึ้นตามปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 46 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากรายการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย และการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้: * **ราคาน้ำตาลตลาดโลก:** ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาขายส่งออกที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นผลมาจากราคาน้ำตาลตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งหากแนวโน้มราคาน้ำตาลยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยบวกต่อ KSL * **สัดส่วนการขายส่งออก:** การที่สัดส่วนการขายส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 85% สะท้อนถึงการปรับตัวเข้าสู่ตลาดที่มีราคาสูงกว่า ซึ่งหากยังคงรักษาสัดส่วนนี้ไว้ได้ จะช่วยหนุนรายได้และกำไร * **ปริมาณการขาย:** การที่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการผลิตและจำหน่ายที่รองรับความต้องการของตลาดได้ อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบ (อ้อย) ที่อาจผันผวนตามฤดูกาลเพาะปลูกและสภาพอากาศ รวมถึงความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและรายการป้องกันความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการบริหาร ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/2565 พุ่ง 463 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 463 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ Q3/2564 * **รายได้จากการขายน้ำตาลโต 77%:** มาจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 57% และราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 22% โดยเฉพาะราคาขายส่งออกที่สูงขึ้นตามตลาดโลก * **สัดส่วนขายส่งออกสูงถึง 85%:** เพิ่มขึ้นจาก 74% ในปีก่อน สะท้อนการมุ่งเน้นตลาดต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ก้าวกระโดด:** เพิ่มขึ้นจาก 9.5% เป็น 19.0% หนุนโดยราคาขายส่งออกที่สูงกว่าต้นทุนวัตถุดิบ * **ธุรกิจไฟฟ้าและสนับสนุนเติบโต:** รายได้ไฟฟ้าเพิ่ม 3% และธุรกิจสนับสนุนเพิ่ม 46% จากปริมาณและราคาขายที่สูงขึ้น ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 7,132 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,285 ล้านบาท หรือ 22% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายน้ำตาลทรายและกากน้ำตาล 77% เป็น 4,920 ล้านบาท จากทั้งปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 57% และราคาขายส่งออกที่สูงขึ้น 22% รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 3% เป็น 335 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจสนับสนุนเพิ่มขึ้น 46% เป็น 191 ล้านบาท กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 237% เป็น 1,041 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นจาก 9.5% เป็น 19.0% เนื่องจากราคาขายส่งออกที่ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 57% เป็น 149 ล้านบาท จากค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายในการขายส่งออกที่สูงขึ้นตามปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 46 ล้านบาท จากผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากรายการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย และการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 519 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 463 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 สำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 1,266 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 799 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ## โอกาส * **ราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนรายได้และอัตรากำไรจากการขายน้ำตาล โดยเฉพาะการขายส่งออก * **การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย:** ทั้งในส่วนของน้ำตาล, ไฟฟ้า และธุรกิจสนับสนุน แสดงถึงความสามารถในการผลิตและตอบสนองความต้องการของตลาด * **การขยายสัดส่วนการขายส่งออก:** การมุ่งเน้นตลาดต่างประเทศที่มีราคาสูงกว่า ช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำกำไร * **การเติบโตของธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจสนับสนุน:** เป็นการกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้เสริมให้กับบริษัท ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** ราคาน้ำตาลในตลาดโลกมีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในอนาคต * **ต้นทุนวัตถุดิบ (อ้อย):** ราคาและปริมาณผลผลิตอ้อยอาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศและฤดูกาลเพาะปลูก ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการผลิต * **อัตราแลกเปลี่ยน:** การขายส่งออกในสกุลเงินต่างประเทศมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน * **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากรายการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย และการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ อาจส่งผลกระทบต่อกำไรในบางช่วงเวลา ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาน้ำตาลในตลาดโลก:** จะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องหรือไม่ * **ปริมาณผลผลิตอ้อยและต้นทุนวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาและปริมาณอ้อยในฤดูกาลเพาะปลูกถัดไป * **สัดส่วนการขายส่งออก:** จะสามารถรักษาสัดส่วนการขายในตลาดต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนดีได้ต่อเนื่องหรือไม่ * **ประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตและต้นทุนการจัดจำหน่าย * **ผลกระทบจากรายการป้องกันความเสี่ยง:** ความผันผวนของผลขาดทุน/กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากรายการป้องกันความเสี่ยง ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) * **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายส่งออกน้ำตาลเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก โดยปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลก ส่งผลดีต่อรายได้และ GPM อย่างมีนัยสำคัญ * **Volume:** ปริมาณการขายน้ำตาลเพิ่มขึ้น 57% เป็น 245,925 ตัน ในขณะที่ธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจสนับสนุนก็มียอดขายเพิ่มขึ้นเช่นกัน * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นก้าวกระโดดจาก 9.5% เป็น 19.0% เนื่องจากราคาขายส่งออกที่สูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับต้นทุนวัตถุดิบ * **ช่องทางขาย:** สัดส่วนการขายส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 85% ซึ่งเป็นตลาดที่ให้ราคาดีกว่า * **สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกสินค้าในเอกสาร * **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** การขายส่งออกเป็นสัดส่วนหลัก ทำให้ได้รับผลดีจากราคาตลาดโลก แต่ก็มีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน * **ฤดูกาลผลิต:** มีการกล่าวถึงกิจกรรมเพิ่มผลผลิตอ้อยในฤดูเพาะปลูกหน้า ซึ่งส่งผลดีต่อปริมาณวัตถุดิบ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 44,128 ล้านบาท หนี้สินรวม 22,530 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 21,598 ล้านบาท อัตราหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/Equity Ratio) อยู่ที่ 0.85 เท่า ซึ่งแสดงถึงระดับหนี้สินที่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่บริหารจัดการได้ ## สรุปท้าย KSL โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 519 ล้านบาท จากปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือราคาขายส่งออกน้ำตาลที่ปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลก ประกอบกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาน้ำตาลในตลาดโลก ต้นทุนวัตถุดิบ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KSL ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
3,996.85 ล้านบาท
↓ 55.8% YoY
กำไรขั้นต้น
-47.76 ล้านบาท
↓ 104.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-1.19 %
กำไรสุทธิ
-955.55 ล้านบาท
↓ 1296.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-23.91 %
D/E Ratio
1.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,997
↓ -55.8% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-48
↓ -104.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-956
↓ -1296.4% YoY
D/E Ratio
1.07

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KSL

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
3,996.85
-55.75%
9,032.61
3,285.25
+3.01%
3,189.17
-73.64%
12,100.34
-14.81%
กำไรขั้นต้น
-47.76
-104.62%
1,033.31
454.71
+711.94%
56.00
-96.84%
1,770.97
-37.51%
ค่าใช้จ่ายรวม
323.91
-51.96%
674.25
349.46
-15.20%
412.09
-66.30%
1,222.77
-45.10%
กำไรสุทธิ
-955.55
-1,296.45%
79.87
55.48
-62.73%
148.85
+279.89%
-82.74
-113.68%
กำไรต่อหุ้น
-0.22
-1,305.56%
0.02
0.01
-61.76%
0.03
+278.95%
-0.02
-113.87%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
-1.19
-110.40%
11.44
13.84
+686.36%
1.76
-87.98%
14.64
-26.62%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
8.10
+8.58%
7.46
10.64
-17.65%
12.92
+27.79%
10.11
-35.52%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-23.91
-2,817.05%
0.88
1.69
-63.81%
4.67
+786.76%
-0.68
-115.96%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
7.36
+100.89%
-826.08
-755.39
+33.89%
-1,142.63
-16,556.41%
-6.86
-111.59%
ROE(%)
-3.06
-171.33%
4.29
6.53
+104.70%
3.19
-25.64%
4.29
ROA(%)
0.24
-94.09%
4.06
5.17
+88.69%
2.74
-32.51%
4.06
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.07
+10.31%
0.97
0.95
-10.38%
1.06
+9.28%
0.97
P/E
-100.00
-1,218.57%
8.94
12.35
-52.37%
25.93
0.00
-100.00%
P/BV
0.26
-31.58%
0.38
0.78
-4.88%
0.82
+54.72%
0.53
BV
4.88
-0.61%
4.91
4.74
+6.76%
4.44
+3.02%
4.31
+2.13%
YIELD(%)
3.97
+47.58%
2.69
2.27
0.00
-100.00%
2.17
-2.69%
ราคาหุ้น
1.26
-32.26%
1.86
3.70
+2.21%
3.62
+57.39%
2.30
+2.68%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.07
ROE (%)
-3.06
ROA (%)
0.24
Book Value/หุ้น
4.93

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KSL

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
6,939.70
+23.67%
5,611.69
+22.77%
5,813.52
+21.61%
4,780.61
+11.86%
4,273.64
-43.13%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
38,588.78
+1.67%
37,956.50
+7.75%
35,836.42
-2.46%
36,740.82
-0.29%
36,847.91
+0.66%
รวมสินทรัพย์
45,528.48
+4.50%
43,568.19
+9.47%
41,649.94
+0.31%
41,521.42
+0.97%
41,121.56
-6.80%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
11,888.70
+4.68%
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
11,601.33
+15.50%
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน
23,490.03
+9.76%
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมส่วนของเจ้าของ
22,038.45
-0.58%
0.00
0.00
0.00
0.00
D/E
1.07
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
-3.06
4.29
6.53
3.19
4.29
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
0.24
4.06
5.17
2.74
4.06
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.58
0.49
0.65
0.40
0.49
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.19
0.16
0.15
0.11
0.16
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
40.83
31.27
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
83.62
67.22
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
24.83
35.85
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
99.61
62.64
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+6,928
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+860
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KSL

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
6,927.53
+127.41%
3,046.32
4,991.73
-27.98%
6,930.84
+351.57%
1,534.82
-73.16%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
859.93
-123.20%
-3,706.92
-683.89
+11.31%
-614.38
+169.04%
-228.36
+162.21%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-8,247.24
-1,797.17%
485.94
-4,549.95
-26.64%
-6,202.05
+72.71%
-3,590.96
-13.79%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-485.42
+189.23%
-167.83
-257.42
-382.85%
91.01
-103.97%
-2,292.66
-256.13%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
0.00
-100.00%
206.39
-19.01%
224.06
+62.68%
137.73
-94.33%
2,430.39
+1,780.52%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
0.00
-100.00%
210.95
+2.21%
254.85
+13.74%
0.00
0.00