KCG
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
KCG
บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
10.00
+0.00 (+0.00%)

สรุป Opportunity Day

วิเคราะห์ผลประกอบการโดย AI

1. สรุป OPPDAY (Q&A)

สรุป Oppday KCG Corporation ปี 2024: ทิศทางและโอกาสทางธุรกิจ



1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):



  • ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ดีของ KCG สามารถปิด All Time High ทั้งในส่วนของ Top Line และ Bottom Line

  • ในปี 2024 มี New High อีกครั้งในส่วนของ Bottom Line และ Top Line

  • กำไรขั้นต้นปรับปรุงดีขึ้น จาก 30% ในปี 2023 เป็น 30.9% ในปี 2024

  • สามารถลดค่าใช้จ่ายในการบริหาร (SG&A) ได้ จาก 24.1% ในปี 2023 เหลือ 23.9%

  • ไม่มีเงินกู้ระยะยาว เหลือแต่เงินกู้ระยะสั้น และมีการลดเงินกู้ระยะสั้นลง

  • ในปี 2024 เงินกู้คงเหลือ 1,523 ล้านบาท ต่ำกว่าปี 2023 ที่ 1,837 ล้านบาท

  • ได้รับการประเมิน ESG Rating จากตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เกรด 1A



ปี 2024 ถือเป็นปีที่ KCG Corporation ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยสามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งในด้านรายได้และกำไร ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน การลดต้นทุน และการได้รับการประเมินด้าน ESG ในระดับที่ดี



2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):



  • เน้นขยายตลาดชีสสำหรับผู้ที่ชื่นชอบชีส

  • ร่วมมือกับลูกค้าหลักในการสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ

  • ขยายส่วนของเครื่องดื่มมากขึ้น

  • มุ่งเน้นผู้บริโภควัยรุ่นที่ใส่ใจสุขภาพสำหรับสินค้าบิสกิต

  • สร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ Allowrie และ Imperial ในระดับภูมิภาคอาเซียน

  • รับจ้างผลิตสินค้า OEM ในตลาด Non-ASEAN เพื่อเติมเต็ม Capacity



บริษัทมองเห็นโอกาสในการเติบโตในตลาดชีส เบเกอรี่ และบิสกิต โดยมีแผนที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะขยายตลาดไปยังต่างประเทศ โดยเน้นตลาดอาเซียนและตลาด Non-ASEAN



3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):



ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วส่งผลกระทบต่อ Gross Profit Margin (GPM)



ความเสี่ยงหลักที่บริษัทกำลังเผชิญคือ ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้น บริษัทจึงมีแผนที่จะบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบจากความเสี่ยงนี้



4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):



  • ทำ Demand Supply Planning ให้แม่นยำมากขึ้น

  • เพิ่ม Production Efficiency

  • Product Utilization ให้สูงขึ้น

  • บริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ

  • ลดค่าใช้จ่าย SG&A โดยใช้ KCG Logistic Park และ Solar Cell



บริษัทมีแผนที่จะแก้ไขปัญหาต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยการปรับปรุงกระบวนการวางแผนการผลิต การเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้กำลังการผลิต และการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในระยะยาว



5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):



  • คาดการณ์ยอดขายปี 2025 จะเติบโตในระดับ Mid to High Single Digit

  • เน้นการเติบโตแบบ Organic Growth ผ่าน NPD, E-Commerce, และ Export

  • ทำ OEM กับ Partner และ M&A/JV

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน

  • มุ่งเน้นการทำ Sustainable Supply Chain และ ESG



บริษัทคาดการณ์ว่ายอดขายในปี 2025 จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนที่จะเน้นการเติบโตแบบ Organic Growth และการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และมุ่งเน้นการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว



6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): [เริ่ม Q&A นาทีที่ 42:02]




  1. แนวโน้มวัตถุดิบใน Q1-Q2 ปี 2568

    • ราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นใน Q4 ปีที่แล้ว

    • Q1 ปีนี้ยังคงใกล้เคียงกับ Q4 ปีที่แล้ว

    • Q2 เริ่มทรงตัวและลดลงบ้าง แต่ยังไม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

    • มีระบบการสั่งซื้อที่สามารถทราบข้อมูลล่วงหน้า และซื้อ Stock ล่วงหน้าเมื่อราคาถูก

    • ซื้อ Spot ระหว่างทางเพื่อเฉลี่ยต้นทุน



  2. เป้าหมายการลดค่าใช้จ่าย SG&A ในปี 2568

    • ตั้งเป้าลด 0.2-0.3%



  3. ยอดขายให้ NSL ลดลงหรือไม่

    • NSL ยังคงเป็น Top 5 ของลูกค้า

    • Category Dairy ที่ขายให้ NSL ยังเติบโตแบบ Double Digit



  4. แนวโน้มการจ่ายปันผลระหว่างกาลในปี 2568

    • ยังไม่มีนโยบาย แต่ยังอยู่ในระหว่างพิจารณา



  5. โอกาส M&A ในปีนี้

    • มีการคุยกันอยู่ 1-2 รายในธุรกิจกลางน้ำ

    • มีธุรกิจใกล้ปลายน้ำอีก 1 ราย

    • ยังไม่สามารถเปิดเผยได้



  6. แผน OEM Partnership

    • มีแผนทำทั้ง 3 Category (บิสกิต, FBI, Dairy)

    • มีคุยกับ Partner ในต่างประเทศ

    • Capacity ของ Partner เต็ม จึงสนใจให้ KCG ผลิตให้

    • อยู่ในช่วงส่งตัวอย่าง

    • คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปีนี้



  7. การใช้ประโยชน์จากการยกเลิกภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์นมจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

    • ภาษีนำเข้าส่วนใหญ่เป็น 0% แล้ว

    • สินค้าที่เหลือ 3 ตัว (นมผง, นมพร้อมดื่ม, วิปปิ้งครีม) ยังติดเรื่องโควต้า

    • มีการพูดคุยกับ Principal ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์



  8. สินค้าที่ไม่ใช่กลุ่มหลัก (นมและชีส) มีการเติบโตหรือหดตัวในกลุ่มลูกค้าใด

    • Food and Bakery Ingredient เติบโต

    • Ready Meal, Ready to Eat, Ready to Use เติบโต

    • เน้นหนักไปทาง Frozen Product



  9. แนวทางการจัดกลุ่มสินค้า

    • แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก (บิสกิต, FBI, Dairy)

    • แต่ละ Category มีแบรนด์หลัก แบรนด์รอง และ Fighting Brand

    • แบ่งตาม Positioning ของ Product แต่ละตัว

    • แบ่งกลุ่ม Product Hero เพื่อให้ Sales ขายได้ง่ายขึ้น



  10. การสนับสนุนสินค้าให้ After You หรือ หมีเนย

    • มีการสนับสนุนให้ทั้งสองราย



  11. รายได้ Quarter to Date เป็นอย่างไร

    • เติบโตแบบ Double Digit เกินคาด

    • Performance ของ Top Line ดีมาก



  12. B2B มีลูกค้าประมาณกี่ราย

    • มีประมาณ 3,000 ราย

    • ยอดขายตั้งแต่หลักแสนถึงหลักร้อยล้าน



  13. ลูกค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็นรูปธรรมในปี 2568 หรือไม่

    • พยายามหาประเทศใหม่ๆ

    • พยายามขายให้ครบ Channel (B2B และ B2C)

    • ปีที่ผ่านมาเปิดตลาดใหม่ที่บรูไน

    • มาเลเซียเป็นตลาดที่มี Potential มาก

    • มีการคัดสรรลูกค้าภายในเอง โดยหา Key Person ในแต่ละประเทศ



  14. เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงมาก จะมีผลกับการจ่ายปันผลหรือไม่

    • ปี 2566 Reserve เงินจาก IPO เพื่อลงทุนต่อ

    • พยายาม Minimize Cash on Hand เพื่อลดเงินกู้ระยะสั้น

    • มีวงเงิน Short Term Facility เหลืออยู่มาก

    • ไม่มีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง



  15. ต้องการให้ KCG Educate ผู้บริโภคให้เข้าใจความเป็นเนยแท้มากขึ้น

    • จะ Comment ให้ฝ่ายการตลาด

    • มีทั้งเนยแท้และเนยผสม

    • Packaging คล้ายกันมาก อาจทำให้สับสน

    • มีโครงการปรับปรุง Packaging ให้ชัดเจนขึ้น



  16. แนวโน้มธุรกิจเบเกอรี่ในอีก 3 ปีข้างหน้า

    • เติบโตสูงขึ้นต่อเนื่อง

    • ปี 2566 มีมูลค่าประมาณ 4 หมื่นล้านบาท

    • คาดว่าจะเติบโต 7-8% ต่อปี

    • การท่องเที่ยวฟื้นตัว



  17. คู่แข่งที่ต้องกังวล

    • ไม่กังวล เพราะแข่งขันมาตลอด

    • มี Distribution ที่กว้างกว่าทุกแบรนด์

    • มี Cold Chain ของตัวเอง

    • Supply Cold Chain ได้ทั่วประเทศ



  18. ยอดขายที่ขายให้ NSL คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของยอดขายรวม

    • บอกเป็นรายตัวไม่ได้

    • NSL เป็น Top 5 ของลูกค้า

    • Top 5 ทั้งหมดคิดเป็นประมาณ 30% ของยอดขายรวม



  19. ความมั่นใจในการรักษาระดับ Gross Profit Margin

    • มีความมั่นใจ

    • พยายามปรับปรุงการบริหารจัดการภายใน, Sourcing, R&D

    • พัฒนาครบทุกด้าน

    • รักษา GP ไม่ให้ลดลง



  20. การนำเข้าเต้าหู้เข้ามาขาย

    • เป็นสินค้า Frozen นำเข้าจากมาเลเซีย

    • เป็น Ready to Cook

    • ใช้ในชาบู, เป็น Surimi, เหมือนลูกชิ้นปลา



  21. สมมุติว่าต้นทุนวัตถุดิบเท่ากับปีที่แล้ว จะเพิ่ม Margin ได้กี่เปอร์เซ็นต์

    • ประมาณ 0.5-0.6%

    • มาจาก SKU Rationalization ประมาณ 0.3%

    • มาจาก Production Efficiency และ Utilize Capacity อีกประมาณ 0.3%



  22. มีสินค้าอะไรที่เข้าไปขายใน 7-Eleven เพิ่มขึ้นอีกบ้าง

    • จะมีสินค้า Cheese Snack เข้าไปใน 7-Eleven และ Modern Trade

    • ติดตามรอชมเร็วๆ นี้






สรุปโดยรวม KCG Corporation ยังคงมีทิศทางการเติบโตที่ดี แม้จะมีความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น บริษัทมีแผนการที่ชัดเจนในการบริหารจัดการความเสี่ยง ขยายโอกาสทางธุรกิจ และปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น

ผู้เขียน: Admin AiO
2. Financial & KPI Analysis — Q4/2567