KCG
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
KCG
บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
10.00
+0.00 (+0.00%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 2 ปี 2566

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=21957 out_tok=2556 at=2026-07-25T07:03:18 --> KCG โชว์กำไร Q2/2566 พุ่ง 13% รับยอดขายทุกกลุ่มโต - สรุป MD&A KCG Q2/2566 กำไรสุทธิโต 13% YoY รับแรงหนุนยอดขายทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ขณะที่ GPM ฟื้นตัวจากต้นทุนวัตถุดิบที่เริ่มลดลง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ KCG ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือการเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แม้จะเผชิญกับต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น **1) หัวใจคืออะไร:** ผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2566 มีปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิเติบโต 13.0% YoY มาจาก **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย 15.1% YoY** และ **การปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) 1.5% YoY** โดย GPM ที่ดีขึ้นนี้เกิดขึ้นแม้ต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการนำเข้าจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า **2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** * **รายได้จากการขายที่เติบโต:** มาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายในทุกประเภทผลิตภัณฑ์ (ผลิตภัณฑ์นม, FBI, บิสกิต) และทุกช่องทางการจำหน่าย (B2B, B2C, ส่งออก) ปัจจัยสนับสนุนคือความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ นอกจากนี้ การรวมผลประกอบการของบริษัท อินโดกูนา (ประเทศไทย) จำกัด (IDG) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยใหม่ที่เข้าซื้อในปี 2565 ก็มีส่วนช่วยหนุนรายได้รวมในรอบ 6 เดือนแรกของปี 2566 ด้วย * **GPM ที่ฟื้นตัว:** แม้ต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการนำเข้าจะสูงขึ้น แต่ GPM ก็ยังสามารถปรับเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากบริษัทฯ ได้มีการปรับราคาขายสินค้าไปแล้วในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 ประกอบกับการบริหารจัดการอัตราการใช้กำลังการผลิต (Capacity Utilization Rate) ที่เพิ่มขึ้น และการบริหารต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เอกสารยังระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบและการนำเข้าสินค้าเริ่มปรับตัวลดลงตั้งแต่ช่วงต้นปี 2566 ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อ GPM ในอนาคต **3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของ GPM ที่มีแนวโน้มดีขึ้น เนื่องจากบริษัทฯ ได้ทยอยใช้วัตถุดิบที่มีต้นทุนสูงไปจนเกือบหมดแล้ว และต้นทุนวัตถุดิบกับต้นทุนการนำเข้าเริ่มทรงตัวและปรับลดลง นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าการใช้กำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของทุกปีตามฤดูกาลขาย ซึ่งจะช่วยให้เกิด Economies of Scale มากขึ้น และส่งผลให้ GPM ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องจับตาคือต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 99.0% YoY จากการกู้ยืมเพื่อซื้อวัตถุดิบและลงทุนในโครงการต่างๆ ซึ่งบริษัทฯ มีแผนจะนำเงิน IPO มาใช้ชำระหนี้ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินลงได้ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q2/2566 เติบโต 13.0% YoY** อยู่ที่ 50.8 ล้านบาท จาก 44.9 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้จากการขาย Q2/2566 เพิ่มขึ้น 15.1% YoY** แตะ 1,561.0 ล้านบาท จากการเติบโตทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์และช่องทางขาย * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q2/2566 ปรับดีขึ้นเป็น 29.6%** เพิ่มขึ้น 1.5% YoY จาก 28.1% ในปีก่อน แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้น * **ต้นทุนทางการเงินพุ่งสูง 99.0% YoY** เป็น 22.9 ล้านบาท จากการกู้ยืมเพิ่มเพื่อซื้อวัตถุดิบและลงทุน * **ยอดขาย 6 เดือนแรกปี 2566 เติบโต 23.2% YoY** แตะ 3,268.9 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากบริษัทลูก IDG ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 KCG มีรายได้รวม 1,570.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.9% YoY แต่ลดลง 8.9% QoQ โดยมีกำไรสุทธิ 50.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.0% YoY แต่ลดลง 13.1% QoQ อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 3.2% ลดลงเล็กน้อยจาก 3.3% ในปีก่อน สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,293.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.1% YoY และมีกำไรสุทธิ 109.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 41.6% YoY อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 3.3% เพิ่มขึ้นจาก 2.9% ในปีก่อน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของ GPM:** ต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการนำเข้าเริ่มทรงตัวและลดลง ประกอบกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการทยอยใช้สต็อกวัตถุดิบต้นทุนสูงหมดไป จะช่วยหนุน GPM ให้ดีขึ้นต่อเนื่อง * **การใช้กำลังการผลิตตามฤดูกาล:** ช่วงครึ่งหลังของปี (Q3-Q4) เป็นช่วงที่ยอดขายเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตและสร้าง Economies of Scale * **การฟื้นตัวของภาคบริการและการบริโภค:** การขยายตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ รวมถึงความชัดเจนทางการเมือง คาดว่าจะส่งผลดีต่อภาคบริการและการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งจะผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจและผลประกอบการของบริษัทฯ * **การใช้เงิน IPO ชำระหนี้:** เงินที่ได้จากการ IPO ในไตรมาส 3/2566 จะถูกนำไปใช้ชำระหนี้เงินกู้ ซึ่งจะช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ปัจจุบันต้นทุนวัตถุดิบจะเริ่มลดลง แต่ความผันผวนของราคาในตลาดโลกและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตในประเทศและต่างประเทศ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้ม GPM:** การปรับตัวเพิ่มขึ้นของ GPM จะต่อเนื่องหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับต้นทุนวัตถุดิบที่อาจผันผวน * **ผลของการใช้เงิน IPO:** การนำเงิน IPO ไปชำระหนี้จะช่วยลดต้นทุนทางการเงินได้มากน้อยเพียงใด และจะส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาวอย่างไร * **การเติบโตของยอดขายในช่องทางต่างๆ:** โดยเฉพาะการส่งออก และการเติบโตของบริษัทลูก IDG * **การบริหารจัดการต้นทุนการขายและบริหาร:** แม้จะมีการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายบางรายการยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) * **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ไขมันนม ชีส และนมผง รวมถึงต้นทุนสินค้าที่นำเข้า เริ่มทรงตัวและปรับลดลงตั้งแต่ต้นปี 2566 หลังจากที่เคยปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในปี 2565 * **Volume:** ยอดขายเติบโตในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม (Dairy Products) และผลิตภัณฑ์อาหารและเบเกอรี่ (FBI) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของความต้องการของผู้บริโภค * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้นใน Q2/2566 เป็น 29.6% จาก 27.0% ใน Q1/2566 และ 28.1% ใน Q2/2565 ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับราคาขายและการบริหารต้นทุน * **ช่องทางขาย:** ยอดขาย B2B เติบโต 17.2% YoY, B2C เติบโต 11.2% YoY และส่งออกเติบโตโดดเด่น 48.3% YoY * **สต็อก:** มีการลดลงของสินค้าคงเหลือ เนื่องจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบที่ลดลง ทำให้บริษัทฯ ส ารองวัตถุดิบลดลง * **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ยอดขายส่งออกเติบโตสูง สะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ * **ฤดูกาลผลิต:** ฝ่ายจัดการระบุว่าช่วง Q3-Q4 เป็นช่วงที่ยอดขายเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล ซึ่งจะส่งผลดีต่อการใช้กำลังการผลิตและ GPM ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,076.2 ล้านบาท ลดลง 8.4% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ เงินสด และสินทรัพย์สิทธิการใช้ หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,908.0 ล้านบาท ลดลง 10.3% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการลดลงของเจ้าหนี้การค้า เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และหนี้สินตามสัญญาเช่า ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,168.2 ล้านบาท ลดลง 1.3% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลมากกว่ากำไรที่เกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนแรกของปี ## สรุปท้าย KCG ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนที่เริ่มส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น แต่แนวโน้ม GPM ที่ดีขึ้น และแผนการใช้เงิน IPO เพื่อลดภาระหนี้สิน เป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตา การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคจะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการเติบโตในระยะต่อไป ขณะที่ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและอัตราดอกเบี้ยยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KCG ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
2,751.98 ล้านบาท
↑ 8.8% YoY
กำไรขั้นต้น
881.07 ล้านบาท
↑ 13.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
32.02 %
กำไรสุทธิ
193.45 ล้านบาท
↑ 18.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.03 %
D/E Ratio
0.98
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,752
↑ + 8.8% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
881
↑ + 13.1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
193
↑ + 18.7% YoY
D/E Ratio
0.98

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KCG

รายการ 2569 2568 2567 2566
รายได้รวม
2,751.98
+8.77%
2,530.00
-35.79%
3,940.29
กำไรขั้นต้น
881.07
+13.13%
778.84
-34.11%
1,182.09
ค่าใช้จ่ายรวม
639.21
+10.82%
576.81
-37.43%
921.82
กำไรสุทธิ
193.45
+18.73%
162.94
-18.45%
199.81
กำไรต่อหุ้น
0.36
+18.73%
0.30
-18.53%
0.37
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
32.02
+4.03%
30.78
+2.60%
30.00
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
23.23
+1.89%
22.80
-2.52%
23.39
อัตรากำไรสุทธิ(%)
7.03
+9.16%
6.44
+27.02%
5.07
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-2.23
+89.88%
-22.03
-148.65%
-8.86
ROE(%)
16.40
+13.89%
14.40
-8.75%
15.78
ROA(%)
10.92
+14.83%
9.51
+16.40%
8.17
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.98
-5.77%
1.04
-11.86%
1.18
P/E
9.51
-18.23%
11.63
-33.24%
17.42
P/BV
1.49
-7.45%
1.61
-16.58%
1.93
BV
5.55
+8.82%
5.10
+10.39%
4.62
YIELD(%)
4.97
+35.79%
3.66
-28.24%
5.10
ราคาหุ้น
8.25
+0.61%
8.20
-7.87%
8.90
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.98
ROE (%)
16.40
ROA (%)
10.92
Book Value/หุ้น
5.86

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KCG

รายการ 2569 2568 2567 2566
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
3,465.27
+9.16%
3,174.55
-4.00%
3,306.71
-0.76%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
2,850.59
+1.11%
2,819.23
+9.90%
2,565.30
+16.21%
รวมสินทรัพย์
6,315.85
+5.37%
5,993.78
+2.07%
5,872.01
+6.00%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
2,828.57
+0.75%
2,807.55
-4.01%
2,924.81
-25.11%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
290.68
+18.73%
244.82
-3.35%
253.30
-43.76%
รวมหนี้สิน
3,119.24
+2.19%
3,052.37
-3.96%
3,178.11
-27.04%
รวมส่วนของเจ้าของ
3,196.61
+8.68%
2,941.41
+9.19%
2,693.90
+127.62%
D/E
0.98
1.04
1.18
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
16.40
14.40
15.78
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
10.92
9.51
8.17
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.23
1.13
1.13
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.70
0.69
0.67
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
79.75
82.22
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
79.31
83.99
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
87.40
72.22
0.00
วงจรเงินสด
71.66
93.99
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-727
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+421
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KCG

รายการ 2569 2568 2567 2566
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-727.14
-43.76%
-1,292.95
+119.68%
-588.57
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
420.51
+88.90%
222.61
+70.99%
130.19
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
136.70
-90.12%
1,383.19
+159.95%
532.09
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-169.90
-154.31%
312.83
+324.46%
73.70
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
64.01
-80.86%
334.49
-10.68%
374.50
+7.29%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
67.81
+5.94%
64.01
-80.86%
334.49
-10.69%