บริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
4.94
0.02 (0.40%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8087 out_tok=2575 at=2026-07-25T18:02:17 -->
# KCAR กำไรสุทธิ Q3/2566 หดตัว 38.49% รับรายได้บริการวูบ
## รายได้หดตัวกระทบกำไรสุทธิ ขณะที่ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากภาวะเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวฟื้นตัว
บริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน) หรือ KCAR รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 42.46 ล้านบาท ลดลง 38.49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการให้บริการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ต้นทุนบางส่วนปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรโดยรวม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ KCAR ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลง 38.49% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **รายได้จากการให้บริการที่ลดลง 20.77%** ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังกำไรขั้นต้นที่หดตัวตามไปด้วย แม้ว่าบริษัทจะสามารถควบคุมต้นทุนการให้บริการได้ในระดับหนึ่ง แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **รายได้จากการให้บริการที่ลดลง** มีสาเหตุหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังไม่แน่นอน ประกอบกับสถานการณ์การท่องเที่ยวที่เริ่มกลับมาเป็นปกติ ทำให้ประชาชนบางส่วนเลือกที่จะเดินทางท่องเที่ยวมากกว่าการทำศัลยกรรม ซึ่งแตกต่างจากช่วงปี 2563-2565 ที่การเดินทางระหว่างประเทศถูกจำกัด ทำให้ประชาชนหันมาทำศัลยกรรมในช่วงวันหยุดยาวมากขึ้น นอกจากนี้ **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 20.10%** เกิดจากการเพิ่มค่าใช้จ่ายในการโฆษณาส่งเสริมการขายเพื่อสร้างแบรนด์ และ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 3.84%** ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน เช่น การจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 รายได้จากการให้บริการลดลง 15.00% โดยมีสาเหตุคล้ายคลึงกัน แต่มีปัจจัยเพิ่มเติมคือสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศที่ยังไม่แน่นอน และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 25.55% จากการว่าจ้างพนักงานและฝ่ายบริหารเพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 23.71% จากดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อที่ดินสำหรับก่อสร้างอาคารโรงพยาบาล
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** จากคำอธิบายของฝ่ายจัดการที่ระบุว่าภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์การท่องเที่ยวเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก และการที่ประชาชนหันไปให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวมากขึ้นหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย อาจเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่าสำหรับไตรมาสนี้มีผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบวกเล็กน้อยที่ต้องติดตามต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 38.49% YoY** อยู่ที่ 42.46 ล้านบาท จาก 69.03 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการให้บริการ Q3/2566 ลดลง 20.77% YoY** อยู่ที่ 172.80 ล้านบาท จาก 218.11 ล้านบาท
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่าย Q3/2566 เพิ่มขึ้น 20.10% YoY** จากการเพิ่มค่าโฆษณาส่งเสริมการขาย
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร Q3/2566 เพิ่มขึ้น 3.84% YoY** จากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน
* **ต้นทุนทางการเงิน Q3/2566 ลดลง 87.41% YoY** เนื่องจากดอกเบี้ยเงินกู้ยืมสถาบันการเงินลดลง
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 ลดลง 30.47% YoY** อยู่ที่ 147.94 ล้านบาท จาก 212.78 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวมลดลง 20.15%** จาก 802.81 ล้านบาท เป็น 641.06 ล้านบาท โดยหลักจากเงินสดลดลงหลังจ่ายปันผล
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 13.01%** จาก 569.33 ล้านบาท เป็น 450.25 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผล
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 KCAR มีรายได้จากการให้บริการรวม 172.80 ล้านบาท ลดลง 45.31 ล้านบาท หรือ 20.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากบริการหัตถการเกี่ยวกับการผ่าตัดที่ลดลง 21.22% โดยเฉพาะศัลยกรรมดึงหน้าและศัลยกรรมตา แม้ว่าศัลยกรรมจมูกและการผ่าตัดอื่นๆ จะมีการเติบโตเล็กน้อยก็ตาม ต้นทุนการให้บริการลดลง 18.64% สอดคล้องกับรายได้ ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 22.49%
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 20.10% จากการลงทุนด้านการโฆษณาส่งเสริมการขาย และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 3.84% จากค่าใช้จ่ายพนักงาน ทำให้กำไรก่อนภาษีลดลง 36.00% และกำไรสุทธิลดลง 38.49% มาอยู่ที่ 42.46 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 รายได้จากการให้บริการรวม 541.40 ล้านบาท ลดลง 15.00% เมื่อเทียบกับปีก่อน ต้นทุนการให้บริการลดลง 13.40% กำไรขั้นต้นลดลง 16.26% แต่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 21.51% ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 25.55% และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 23.71% ส่งผลให้กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 147.94 ล้านบาท ลดลง 30.47%
## โอกาส
* การท่องเที่ยวเริ่มกลับมาเป็นปกติ อาจส่งผลดีต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคในภาพรวม
* การเพิ่มค่าใช้จ่ายในการโฆษณาส่งเสริมการขายและการสร้างแบรนด์ อาจช่วยกระตุ้นการรับรู้และดึงดูดลูกค้าในระยะยาว
* การมีผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน อาจเป็นสัญญาณของการฟื้นตัวในระยะสั้น
## ความเสี่ยง
* ภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* การแข่งขันในอุตสาหกรรมความงามและการแพทย์ที่สูง
* การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวมากขึ้น
* การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้จากการให้บริการในไตรมาสถัดไป ว่าจะสามารถฟื้นตัวได้หรือไม่
* ผลตอบรับจากการเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านการโฆษณาส่งเสริมการขาย
* การบริหารจัดการต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร
* การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคระหว่างการท่องเที่ยวและการทำศัลยกรรม
* ความคืบหน้าของการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลใหม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในกลุ่มบริการทางการแพทย์ด้านความงาม KCAR มีโครงสร้างรายได้หลักมาจากการให้บริการหัตถการเกี่ยวกับการผ่าตัด โดยเฉพาะศัลยกรรมดึงหน้าและศัลยกรรมตา ซึ่งเป็นบริการที่มีมูลค่าสูง อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 3 ปี 2566 รายได้จากบริการเหล่านี้ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงผลกระทบจากปัจจัยมหภาค
แม้ว่า KCAR จะมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ค่อนข้างสูง (55.06% ณ สิ้น ก.ย. 66) ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการตั้งราคาและควบคุมต้นทุนการให้บริการได้ดี แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรสุทธิลดลง โดยอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 27.30% ณ สิ้น ก.ย. 66
การที่บริษัทมีการจ่ายเงินปันผลจำนวนมากในช่วงต้นปี ส่งผลให้สินทรัพย์หมุนเวียนและส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลต่ออัตราส่วนสภาพคล่องที่ลดลงจาก 2.91 เท่า เป็น 1.62 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 0.42 เท่า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 641.06 ล้านบาท ลดลง 20.15% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 56.28% เนื่องจากเงินสดและเงินฝากธนาคารลดลงหลังจากการจ่ายเงินปันผล 267.02 ล้านบาทในเดือนมีนาคม 2566 ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 9.53% จากการลงทุนในสินทรัพย์ระหว่างก่อสร้างอาคารโรงพยาบาล
หนี้สินรวมอยู่ที่ 190.81 ล้านบาท ลดลง 18.23% จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 450.25 ล้านบาท ลดลง 13.01% จากการจ่ายเงินปันผล
อัตราส่วนสภาพคล่องลดลงมาอยู่ที่ 1.62 เท่า จาก 2.91 เท่า เนื่องจากเงินสดลดลง อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 0.42 เท่า จาก 0.41 เท่า
## สรุปท้าย
KCAR เผชิญกับความท้าทายในไตรมาส 3 ปี 2566 จากรายได้จากการให้บริการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยภายนอกทั้งภาวะเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวมากขึ้น แม้ว่าบริษัทจะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นบางส่วนก็กดดันกำไรสุทธิให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ การบริหารจัดการต้นทุน การสร้างแบรนด์ และการติดตามแนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KCAR ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
547.00
ล้านบาท
↑ 1.1% YoY
กำไรขั้นต้น
79.65
ล้านบาท
↓ 6.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
14.56
%
กำไรสุทธิ
24.05
ล้านบาท
↓ 10.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.40
%
D/E Ratio
1.09
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
547
↑ + 1.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
80
↓ -6.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
24
↓ -10.3%
YoY
D/E Ratio
1.09
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KCAR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.09
ROE (%)
6.83
ROA (%)
5.55
Book Value/หุ้น
10.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KCAR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-858
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-56
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KCAR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-857.67
+439.75%
|
-158.90
-80.01%
|
-794.84
+90.39%
|
-417.49
-12.31%
|
-476.12
-167.21%
|
708.44
-1,079.05%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-55.87
-233.72%
|
41.78
-89.79%
|
409.26
-247.24%
|
-277.96
-10,062.72%
|
2.79
-94.84%
|
54.04
-619.12%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
907.06
+529.16%
|
144.17
-69.21%
|
468.24
-22.44%
|
603.72
+52.78%
|
395.15
-148.80%
|
-809.66
-977.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-6.46
-123.88%
|
27.05
-67.28%
|
82.68
-190.16%
|
-91.70
+30.42%
|
-70.31
+49.03%
|
-47.18
+1,251.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
52.11
-11.09%
|
58.61
-20.79%
|
73.99
+136.31%
|
31.31
-20.11%
|
39.19
-54.63%
|
86.37
-3.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
92.20
+76.93%
|
52.11
-11.09%
|
58.61
-20.79%
|
73.99
+136.31%
|
31.31
-20.11%
|
39.19
-54.63%
|