KCAR
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
KCAR
บริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
4.80
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6713 out_tok=2711 at=2026-07-25T19:33:36 --> KCAR กำไรสุทธิ Q3/64 โต 6.3% รับยอดขายต่างประเทศฟื้นแรง ฝ่ายจัดการ KCAR เผยผลประกอบการไตรมาส 3/2564 รายได้รวมเติบโต 13.6% แตะ 1,083.9 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนหลักจากยอดขายในต่างประเทศที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง ขณะที่ยอดขายในประเทศชะลอตัวจากสถานการณ์โควิด-19 และน้ำท่วม ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 6.3% เป็น 143.0 ล้านบาท ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ KCAR ในไตรมาส 3/2564 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของยอดขายในต่างประเทศ** ซึ่งสามารถชดเชยยอดขายในประเทศที่ปรับตัวลดลงได้ ส่งผลให้รายได้รวมเติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และดันกำไรสุทธิให้เพิ่มขึ้น 6.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การฟื้นตัวของยอดขายในต่างประเทศเกิดจากปัจจัยหลักคือ **การฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก** ซึ่งส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะในเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของบริษัทฯ ฟื้นตัวอย่างชัดเจน แม้จะเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางที่สูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการโดยการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มจากลูกค้าต่างประเทศได้ และรับรู้เป็นรายได้อื่น ทำให้สามารถรักษาการเติบโตของยอดขายในต่างประเทศไว้ได้ ในทางกลับกัน ยอดขายในประเทศได้รับผลกระทบจาก **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย** และ **สถานการณ์น้ำท่วม** ในหลายพื้นที่ ส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคและการขนส่งสินค้า แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นยอดขายในประเทศ แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยยอดขายที่หายไปในช่องทาง Traditional Trade และ Modern Trade ได้ทั้งหมด นอกจากนี้ **ต้นทุนขายต่อรายได้รวมปรับลดลง** จาก 55.0% ในไตรมาส 3/2564 เทียบกับ 60.4% ในไตรมาส 3/2563 ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กำลังการผลิตจากการฟื้นตัวของยอดขายต่างประเทศ การอ่อนค่าของเงินบาท และการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของยอดขายต่างประเทศ ฝ่ายจัดการมองเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน และคาดการณ์ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงปี 2565 ประกอบกับการที่บริษัทฯ มีแผนการจัดจำหน่ายสินค้าใหม่ (NPD) อย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการลงทุนด้านการตลาดในต่างประเทศเพื่อสร้างการรับรู้และขยายฐานลูกค้า จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันจากยอดขายในประเทศยังคงต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และผลกระทบจากภัยธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ส่วนประเด็นค่าใช้จ่ายในการส่งออกที่เพิ่มขึ้นนั้น บริษัทฯ ได้มีการบริหารจัดการโดยเรียกเก็บจากลูกค้าได้ ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อกำไรสุทธิ ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์:** ไตรมาส 3/2564 ทำรายได้รวม 1,083.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6% YoY * **ยอดขายต่างประเทศฟื้นตัวโดดเด่น:** เติบโต 47.2% YoY แตะ 685.1 ล้านบาท เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก * **ยอดขายในประเทศชะลอตัว:** ลดลง 33.7% YoY เหลือ 315.0 ล้านบาท จากผลกระทบโควิด-19 และน้ำท่วม * **กำไรสุทธิเติบโต:** อยู่ที่ 143.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% YoY แม้รายได้ในประเทศลดลง * **ต้นทุนขายต่อรายได้ลดลง:** อยู่ที่ 55.0% จาก 60.4% YoY จากการบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิต * **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น:** สัดส่วน 20.4% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจาก 13.1% YoY หลักจากค่าใช้จ่ายส่งออกที่สูงขึ้น ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน) หรือ KCAR รายงานผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 1,083.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายในต่างประเทศที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากการฉีดวัคซีนทั่วโลก ในขณะที่ยอดขายในประเทศปรับตัวลดลง 33.7% เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และผลกระทบจากน้ำท่วม ต้นทุนขายต่อรายได้รวมลดลงมาอยู่ที่ 55.0% จาก 60.4% YoY เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กำลังการผลิตและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายต่อรายได้รวมปรับเพิ่มขึ้นเป็น 20.4% จาก 13.1% YoY ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายในการส่งออกที่สูงขึ้นจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ แต่ค่าใช้จ่ายส่วนนี้สามารถเรียกเก็บเพิ่มเติมจากลูกค้าต่างประเทศได้และรับรู้เป็นรายได้อื่น ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 143.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% YoY ## โอกาส * **การฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศ:** การฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกส่งผลดีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของบริษัทฯ * **การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPD):** บริษัทฯ มีการออกสินค้าใหม่ต่อเนื่องตั้งแต่ปลายไตรมาส 2/2564 และในไตรมาส 3/2564 ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายในประเทศให้กลับมาเติบโตได้ * **การบริหารจัดการต้นทุน:** การเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กำลังการผลิตและการบริหารต้นทุนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดต้นทุนขายต่อรายได้ * **การเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่งออกเพิ่มเติม:** สามารถบริหารจัดการต้นทุนค่าระวางที่สูงขึ้นจากการเรียกเก็บจากลูกค้าต่างประเทศได้ ## ความเสี่ยง * **สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศ:** การแพร่ระบาดที่ยังไม่คลี่คลายส่งผลกระทบต่อยอดขายในประเทศ โดยเฉพาะช่องทาง Modern Trade และ Traditional Trade * **ภัยธรรมชาติ:** สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าและพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค * **การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางขนส่ง:** แม้จะมีการบริหารจัดการ แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามและอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและระยะเวลาการขนส่ง * **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันด้านราคาสินค้าและโปรโมชั่นทางการตลาดอาจส่งผลต่ออัตรากำไร ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มการฟื้นตัวของยอดขายในประเทศหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย * ผลตอบรับของผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPD) ที่ออกสู่ตลาด * สถานการณ์การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางขนส่งในตลาดโลก * การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและการตลาด เพื่อสร้างการรับรู้ในตลาดต่างประเทศ * ผลประกอบการของบริษัทร่วม (ดาน่อน เซ็ปเป้ เบฟเวอเรจส์) และแนวโน้มการลดลงของผลขาดทุนในปี 2565 ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) * **รายได้รวม:** 1,083.9 ล้านบาท (+13.6% YoY) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ * **รายได้จากการขาย:** 1,000.1 ล้านบาท (+6.4% YoY) * รายได้ในประเทศ: 315.0 ล้านบาท (-33.7% YoY) * รายได้ต่างประเทศ: 685.1 ล้านบาท (+47.2% YoY) * **ต้นทุนขาย:** 595.6 ล้านบาท (+3.3% YoY) คิดเป็น 55.0% ของรายได้รวม (ลดลงจาก 60.4% YoY) * **กำไรขั้นต้น:** 488.3 ล้านบาท (+29.2% YoY) คิดเป็น 45.0% ของรายได้รวม (เพิ่มขึ้นจาก 39.6% YoY) * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** 305.6 ล้านบาท (+54.4% YoY) คิดเป็น 28.2% ของรายได้รวม (เพิ่มขึ้นจาก 20.7% YoY) * ค่าใช้จ่ายในการขาย: 221.2 ล้านบาท (+77.2% YoY) คิดเป็น 20.4% ของรายได้รวม (เพิ่มขึ้นจาก 13.1% YoY) * ค่าใช้จ่ายในการบริหาร: 81.3 ล้านบาท (+11.1% YoY) คิดเป็น 7.5% ของรายได้รวม (ใกล้เคียง 7.7% YoY) * **กำไรจากกิจกรรมดำเนินงาน:** 182.7 ล้านบาท (+1.5% YoY) * **กำไรก่อนภาษีเงินได้:** 178.6 ล้านบาท (+5.2% YoY) * **ภาษีเงินได้นิติบุคคล:** 35.6 ล้านบาท (+1.3% YoY) * **กำไรสุทธิ:** 143.0 ล้านบาท (+6.3% YoY) คิดเป็น 13.2% ของรายได้รวม (ใกล้เคียง 14.1% YoY) * **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่:** 142.0 ล้านบาท (+6.9% YoY) ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด (เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรงในส่วน MD&A นี้ จึงขอข้ามส่วนนี้ไป) ## สรุปท้าย KCAR โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2564 ทำรายได้รวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 1,083.9 ล้านบาท เติบโต 13.6% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของยอดขายในต่างประเทศที่เติบโตถึง 47.2% จากการคลายล็อกดาวน์และการฉีดวัคซีนทั่วโลก แม้ว่ายอดขายในประเทศจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และน้ำท่วม แต่การบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงเหลือ 55.0% และการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่งออกเพิ่มเติมจากลูกค้าต่างประเทศได้ ช่วยหนุนให้กำไรสุทธิเติบโต 6.3% YoY แตะ 143.0 ล้านบาท ฝ่ายจัดการมองว่าแนวโน้มการเติบโตในต่างประเทศจะต่อเนื่อง ขณะที่การฟื้นตัวในประเทศต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกับการออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อกระตุ้นตลาด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KCAR ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
547.00 ล้านบาท
↑ 1.1% YoY
กำไรขั้นต้น
79.65 ล้านบาท
↓ 6.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
14.56 %
กำไรสุทธิ
24.05 ล้านบาท
↓ 10.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.40 %
D/E Ratio
1.09
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
547
↑ + 1.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
80
↓ -6.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
24
↓ -10.3% YoY
D/E Ratio
1.09

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KCAR

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
547.00
+1.08%
541.17
+9.72%
493.21
-13.06%
567.32
-10.64%
634.84
+17.60%
539.85
+11.03%
กำไรขั้นต้น —
79.65
-6.57%
85.25
+5.10%
81.11
-24.51%
107.44
-16.42%
128.55
+44.47%
88.98
-8.07%
ค่าใช้จ่ายรวม —
34.61
-5.88%
36.77
+6.34%
34.58
-8.47%
37.78
+19.64%
31.58
-21.71%
40.33
+0.02%
กำไรสุทธิ —
24.05
-10.30%
26.81
-6.56%
28.69
-38.50%
46.65
-45.14%
85.04
+71.85%
49.48
-10.97%
กำไรต่อหุ้น —
0.10
-10.28%
0.11
-6.96%
0.12
-38.50%
0.19
-45.00%
0.34
+71.72%
0.20
-10.81%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
14.56
-7.56%
15.75
-4.26%
16.45
-13.15%
18.94
-6.47%
20.25
+22.88%
16.48
-17.23%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
6.33
-6.77%
6.79
-3.14%
7.01
+5.26%
6.66
+34.00%
4.97
-33.47%
7.47
-9.89%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
4.40
-11.11%
4.95
-14.95%
5.82
-29.20%
8.22
-38.61%
13.39
+46.02%
9.17
-19.77%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
6.83
+70.75%
4.00
-51.10%
8.18
+2.38%
7.99
-22.58%
10.32
-2.46%
10.58
+156.80%
ROA(%) —
5.55
+42.31%
3.90
-31.58%
5.70
+3.83%
5.49
-9.11%
6.04
+21.04%
4.99
+24.75%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.09
-22.14%
1.40
-4.76%
1.47
+5.00%
1.40
-8.50%
1.53
-1.29%
1.55
+6.90%
P/E —
7.79
-32.79%
11.59
+26.81%
9.14
-6.35%
9.76
-10.38%
10.89
+10.11%
9.89
-14.52%
P/BV —
0.54
+14.89%
0.47
-42.68%
0.82
-13.68%
0.95
-1.04%
0.96
-11.11%
1.08
-20.59%
BV —
9.98
+3.85%
9.61
+2.13%
9.41
+3.18%
9.12
+4.95%
8.69
+4.57%
8.31
+3.75%
YIELD(%) —
3.55
-56.44%
8.15
+28.14%
6.36
+27.97%
4.97
-6.23%
5.30
-31.88%
7.78
+5.99%
ราคาหุ้น —
5.35
+17.84%
4.54
-41.04%
7.70
-10.98%
8.65
+4.22%
8.30
-7.78%
9.00
-17.43%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.09
ROE (%)
6.83
ROA (%)
5.55
Book Value/หุ้น
10.26

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KCAR

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
771.36
-16.67%
925.64
+53.38%
603.50
-18.29%
738.58
-10.28%
823.17
+70.95%
481.54
-30.62%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
4,479.86
-8.78%
4,911.19
-6.95%
5,278.01
+8.66%
4,857.19
-0.47%
4,880.22
-1.10%
4,934.48
+2.02%
รวมสินทรัพย์ —
5,251.22
-10.03%
5,836.83
-0.76%
5,881.51
+5.11%
5,595.76
-1.89%
5,703.38
+5.31%
5,416.02
-2.07%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
1,302.43
-4.57%
1,364.86
+37.56%
992.22
-37.33%
1,583.24
+21.18%
1,306.53
+101.95%
646.95
-51.05%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
1,431.15
-29.96%
2,043.38
-18.52%
2,507.86
+48.95%
1,683.70
-21.32%
2,140.06
-18.99%
2,641.69
+22.66%
รวมหนี้สิน —
2,733.58
-19.79%
3,408.24
-2.62%
3,500.08
+7.14%
3,266.93
-5.21%
3,446.59
+4.80%
3,288.64
-5.37%
รวมส่วนของเจ้าของ —
2,517.64
+3.67%
2,428.59
+1.98%
2,381.43
+2.26%
2,328.83
+3.19%
2,256.79
+6.08%
2,127.37
+3.50%
D/E —
1.09
1.40
1.47
1.40
1.53
1.55
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
6.83
4.00
8.18
7.99
10.32
10.58
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
5.55
3.90
5.70
5.49
6.04
4.99
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.74
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.06
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-858
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-56
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KCAR

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-857.67
+439.75%
-158.90
-80.01%
-794.84
+90.39%
-417.49
-12.31%
-476.12
-167.21%
708.44
-1,079.05%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-55.87
-233.72%
41.78
-89.79%
409.26
-247.24%
-277.96
-10,062.72%
2.79
-94.84%
54.04
-619.12%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
907.06
+529.16%
144.17
-69.21%
468.24
-22.44%
603.72
+52.78%
395.15
-148.80%
-809.66
-977.39%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-6.46
-123.88%
27.05
-67.28%
82.68
-190.16%
-91.70
+30.42%
-70.31
+49.03%
-47.18
+1,251.86%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
52.11
-11.09%
58.61
-20.79%
73.99
+136.31%
31.31
-20.11%
39.19
-54.63%
86.37
-3.88%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
92.20
+76.93%
52.11
-11.09%
58.61
-20.79%
73.99
+136.31%
31.31
-20.11%
39.19
-54.63%