บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
21.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บทวิเคราะห์ผลประกอบการของบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) (IVL) ในไตรมาส 2 ปี 2567
บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) (IVL) รายงานรายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2567 อยู่ที่ 3,986 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของปริมาณยอดขายที่เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 1% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดขายรวมอยู่ที่ 3.64 ล้านตันในไตรมาส 2 ปี 2567 กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (Adjusted EBITDA) อยู่ที่ 370 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 11% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีที่ผ่านมา
สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 ยังคงได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานที่ยังมีต่อเนื่อง และสภาวะอัตราดอกเบี้ยที่สูงในท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตช้า โดยเฉพาะในจีนและสหรัฐอเมริกา ซึ่งสะท้อนจากตัวเลขดัชนีภาคการผลิตที่อ่อนแอ สําหรับรอบระยะเวลาครึ่งปีแรกของปี 2567 ปริมาณยอดขายทั้งกลุ่มธุรกิจเติบโต 2% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีที่ผ่านมา ขณะที่รายได้และ Adjusted EBITDA ลดลง 3% และ 6% ตามลำดับ ยอดขายที่เติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ ส่งสัญญาณถึงการสิ้นสุดของสถานการณ์การลดสต็อก เร่งระบายสินค้าที่เป็นมายาวนาน เริ่มต้นในช่วงปลายปี 2565 อัตรากำลังการผลิตของกลุ่ม มีการเพิ่มขึ้นจาก 74% เป็น 76% สําหรับรอบระยะเวลานี้ ถึงแม้จะนับว่ายังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ซึ่งบ่งบอกถึงสภาวะเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ หากนำผลของการปรับปรุงสินทรัพย์มาพิจารณาร่วมด้วยแล้วอัตรากำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็น 81%
การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไรของบริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงในราคาวัตถุดิบ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการจัดการต้นทุน อัตราส่วนต่างกำไร (EBITDA) ของธุรกิจ Combined PET with intermediate Chemicals ลดลง 6% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 25% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักมาจากการปรับเข้าสู่ระดับปกติจากที่เคยได้กำไรสูงจากการดำเนินงาน ในไตรมาสที่ 1 ปี 2567 ในขณะที่ระดับอัตราส่วนต่างกำไรราคาอ้างอิงในตลาดของ Combined PET ยังน่าผิดหวัง ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และไตรมาสเดียวกันในปีก่อน อย่างไรก็ตาม ปริมาณยอดขายมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 3% เทียบกับไตรมาสก่อน และคงที่เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีที่ผ่านมา เนื่องจากการหยุดชะงักการผลิตชั่วคราวในช่วงฤดูหนาวในไตรมาสที่ 1 ปี 2567 ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ Combined PET
สินทรัพย์และหนี้สินของบริษัทฯ มีความแข็งแกร่ง โดยบริษัทฯ มีการจัดการเชิงรุกในการสรรหาแหล่งเงินทุน สามารถระดมทุนได้ 1.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ สําหรับเป็นค่าใช้จ่ายฝ่ายทุน เพื่อการลงทุน และเพื่อรีไฟแนนซ์หนี้สินที่ครบกำหนด และสามารถดำรงรักษาสภาพคล่องส่วนเพิ่ม บริษัทฯ ได้ดำเนินการระดมทุนนี้โดยได้เงินทุนที่มีอายุยาวนานขึ้น ด้วยอัตราส่วนต่างดอกเบี้ยชดเชยที่ลดลง และ ได้แหล่งเงินทุนระยะยาวกระจายหลากหลายแหล่งมากขึ้น ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 บริษัทฯ มีสภาพคล่องจํานวน 2.4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในรูปเงินสด และเงินสดภายใต้การจัดการ รวมถึงวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่เรียกใช้ บริษัทฯ มุ่งมันที่จะรักษาสภาพคล่องที่แข็งแกร่งนี้อย่างต่อเนื่อง
การเปลี่ยนแปลงในกระแสเงินสดของบริษัทฯ สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง โดยบริษัทฯ มีรายงานกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ 1.513 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีอัตราการแปลงเป็นเงินสด (Conversion Rate) อยู่ที่ 123% เฉพาะในไตรมาสที่ 2 ปี 2567 ไตรมาสเดียวมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 494 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีอัตรา Conversion Rate อยู่ที่ 134% ซึ่งมาจาก Adjusted EBITDA ที่ 374 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และเงินทุนหมุนเวียนสุทธิ (Net Working Capital) ที่ลดลง 266 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แม้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานจะแข็งแกร่งในไตรมาสที่ 2 ปี 2567 แต่ระดับหนี้สินสุทธิของบริษัทฯ มีการลดลง 32 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เนื่องจากมีจ่ายชำระเงินสําหรับการเข้าซื้อ Combined PET ที่ค้างไว้จํานวน 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
บริษัทฯ มีฐานการผลิตทั่วโลกที่แข็งแกร่งในท้องถิน ซึ่งเป็นความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ที่ทำให้บริษัทฯ สามารถรักษาระดับอัตราส่วนต่างกำไร (EBITDA) เหนือระดับอัตราส่วนต่างกำไรอ้างอิงของอุตสาหกรรมได้ สถานภาพนี้ทำให้กระแสเงินสดของบริษัทฯ เป็นบวกอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ผลิตหลายรายในประเทศจีนต้องเผชิญความท้าทายเพื่อให้ได้จุดคุ้มทุน อันเนื่องจากอัตราส่วนต่างกำไรอ้างอิงดังกล่าวที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์การหยุดชะงักในทะเลแดงเป็นเวลานานส่งผลให้ค่าขนส่งสูงขึ้น ทำให้ตั้งราคาสินค้าในฐานะผู้ผลิตในประเทศได้สูงขึ้น สถานการณ์นี้คาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจกลุ่มนี้ในไตรมาสต่อๆ ไป
ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัทฯ รวมถึง ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ความไม่แน่นอนของตลาด โอกาสการเติบโตของบริษัทฯ ได้แก่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การขยายตลาด และการพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรม แนวโน้มอนาคตของการลงทุนในบริษัทฯ มองในแง่ดีจากการปรับปรุงสินทรัพย์และการตั้งตังค้อยค่าที่ดำเนินการในไตรมาส 2 ปี 2567 ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินงานของบริษัทฯ มีความราบรื่น และเพิ่มประสิทธิภาพทางการเงินในระยะถัดไป บริษัทฯ ประเมินว่าจะสามารถเริ่มลดต้นทุนคงที่ลงได้ในไตรมาส 3 ปี 2567 การประหยัดต้นทุนคงที่จํานวน 170 ล้านเหรียญสหรัฐจะเริ่มเห็นผลในปี 2568 ซึ่งจะทําให้ Adjusted EBITDA ดีขึ้นประมาณ 150-160 ล้านเหรียญสหรัฐ
บริษัทฯ ยังคงดำเนินตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนต่อไป โดยเน้นไปที่การสร้างพันธมิตรใหม่กับผู้ร่วมทุนในอินเดียเพื่อจัดตั้งโรงงานรีไซเคิล PET สองแห่งในประเทศอินเดีย โครงการนี้เกิดจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในผลิตภัณฑ์ PET และการมีข้อกำหนดกฎระเบียบด้านความยั่งยืน โรงงานทั้งสองแห่งแรก คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2568 ซึ่งจะส่งเสริมความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ต่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ PET ที่รีไซเคิลได้ในอินเดีย
บริษัทฯ คาดว่าฐานะทางการเงินและกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานจะยังคงความแข็งแกร่งและเพียงพอต่อการลงทุนตามแผนเพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโตในอนาคต
สรุปสั้น ๆ บริษัทฯ มีการเติบโตของรายได้และปริมาณยอดขายในไตรมาส 2 ปี 2567 แต่อัตราส่วนต่างกำไร (EBITDA) ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าและไตรมาสเดียวกันในปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักมาจากระดับอัตราส่วนต่างกำไรราคาอ้างอิงในตลาดที่ตกต่ำและการปรับเข้าสู่ระดับปกติหลังจากที่เคยได้กำไรสูงจากการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ปี 2567 บริษัทฯ มีความแข็งแกร่งทางการเงิน มีการจัดการเชิงรุกในการสรรหาแหล่งเงินทุนเพื่อรักษาสภาพคล่อง และมีการปรับปรุงสินทรัพย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการเงิน บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะรักษาความสามารถในการทำกำไรและการเติบโตในอนาคต โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การขยายตลาด และการพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรม
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ IVL ไตรมาส 2/2567
รายได้รวม
104,269.18
ล้านบาท
↓ 14.6% YoY
กำไรขั้นต้น
8,556.72
ล้านบาท
↓ 49.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.21
%
กำไรสุทธิ
-4,697.19
ล้านบาท
↓ 528.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.50
%
D/E Ratio
3.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
104,269
↓ -14.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,557
↓ -49.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-4,697
↓ -528.7%
YoY
D/E Ratio
3.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — IVL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.06
ROE (%)
-6.04
ROA (%)
1.40
Book Value/หุ้น
22.09
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — IVL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-19,470
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+19,800
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — IVL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-19,469.98
-31.60%
|
-28,465.50
+86.81%
|
-15,237.69
|
0.00
-100.00%
|
-15,250.11
-135.11%
|
43,436.05
+6.34%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
19,799.79
+25.83%
|
15,735.73
+20.44%
|
13,065.11
|
0.00
-100.00%
|
8,193.44
-110.42%
|
-78,602.12
+210.70%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-8,321.67
-723.99%
|
1,333.63
-2.12%
|
1,362.57
|
0.00
-100.00%
|
8,390.00
-80.82%
|
43,737.12
-505.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-7,528.18
-25.98%
|
-10,169.93
+3,524.35%
|
-280.60
|
0.00
-100.00%
|
1,243.02
-85.38%
|
8,501.81
-2,006.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
17,495.53
-6.35%
|
18,682.61
-11.92%
|
21,211.15
+30.81%
|
0.00
-100.00%
|
18,948.52
+81.38%
|
10,446.71
+87.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
27,356.13
+56.36%
|
17,495.53
-6.35%
|
18,682.61
-11.92%
|
0.00
-100.00%
|
16,215.26
-14.42%
|
18,948.52
+81.38%
|