ITC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
ITC
บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
17.60
0.40 (2.22%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 3 ปี 2566

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=20573 out_tok=3357 at=2026-07-25T17:02:45 --> ITC กำไรสุทธิ Q3/66 ดิ่ง 56.1% รับผลกระทบยอดขายวูบ-ต้นทุนปลาทูน่าพุ่ง ITC Q3/66: รายได้-กำไรหดตัวแรง YoY เหตุลูกค้าเร่งระบายสต็อก-ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์เน้นบริหารต้นทุน-ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการขาย 3,999.5 ล้านบาท ลดลง 34.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 644.5 ล้านบาท ลดลง 56.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รายได้และกำไรจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยฝ่ายจัดการระบุว่าได้รับผลกระทบจากการระบายสินค้าคงค้างของลูกค้าในสหรัฐอเมริกาและยุโรป รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวจากการกลับมาสั่งซื้อของลูกค้าหลัก และการปรับกลยุทธ์ด้านราคาและการบริหารต้นทุน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่อธิบายการลดลงของกำไรสุทธิ ITC ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **ยอดขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 34.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงจาก 25.4% ในปีก่อน เหลือ 19.2% ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ **ต้นทุนวัตถุดิบทูน่าที่สูงขึ้น 8.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน** และ **การตั้งสำรองสินค้าคงเหลือ** ยังเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเติม แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากการเพิ่มขึ้นของรายได้อื่นจากการลงทุนในตราสารหนี้และเงินฝากประจำก็ตาม ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การลดลงของยอดขายเกิดจากหลายปัจจัยประดังเข้ามาในปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง **การที่ลูกค้าในสหรัฐอเมริกาและยุโรปเร่งระบายสินค้าคงค้าง (inventory overhang)** ที่สะสมมาตั้งแต่ปีก่อน ประกอบกับ **แรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อ** ที่ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ส่งผลให้คำสั่งซื้อโดยรวมชะลอตัวลง นอกจากนี้ **รายได้จากค่าระวางสินค้าที่ลดลง** ก็เป็นอีกปัจจัยที่กระทบต่อรายได้รวม แม้ว่าความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงโดยรวมจะยังคงสูงอยู่ก็ตาม ในส่วนของต้นทุนวัตถุดิบทูน่าที่สูงขึ้นนั้น เอกสารไม่ได้ระบุสาเหตุต้นทางที่ชัดเจน แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขาย ทำให้กำไรขั้นต้นต่อหน่วยลดลง ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลในเอกสาร บ่งชี้ว่าสถานการณ์การระบายสินค้าคงค้างของลูกค้าในสหรัฐอเมริกาและยุโรป **เริ่มคลี่คลายลง** โดยเห็นสัญญาณการกลับมาสั่งซื้อของลูกค้ารายหลัก และระดับสินค้าคงเหลือเริ่มกลับสู่ระดับปกติในไตรมาส 3 นี้ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าแรงกดดันด้านยอดขายจากการระบายสต็อกอาจจะลดลงในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบทูน่าที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา และฝ่ายจัดการได้ดำเนิน **แผนบริหารต้นทุนเพื่อรักษาผลกำไร (Profit Protection Plan - PPP)** ซึ่งเริ่มตั้งแต่ไตรมาส 2/2566 และสามารถช่วยเพิ่มอัตรากำไรได้ประมาณ 1% ในปี 2566 รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นยอดขายและเพิ่มสัดส่วนสินค้าพรีเมียม ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยบรรเทาผลกระทบและอาจทำให้ผลประกอบการมีแนวโน้มดีขึ้นในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **รายได้จากการขาย Q3/66 อยู่ที่ 3,999.5 ล้านบาท ลดลง 34.7% YoY** จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งในปีก่อนหน้า ซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบายสินค้าคงเหลือของลูกค้าในสหรัฐอเมริกาและยุโรป และแรงกดดันจากเงินเฟ้อ * **กำไรสุทธิ Q3/66 อยู่ที่ 644.5 ล้านบาท ลดลง 56.1% YoY** โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 16.1% ลดลงจาก 24.0% ในปีก่อน แต่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (13.7%) * **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/66 อยู่ที่ 19.2% ลดลงจาก 25.4% YoY** สาเหตุหลักมาจากการปรับตัวลดลงของปริมาณการขาย ต้นทุนวัตถุดิบทูน่าที่สูงขึ้น และการตั้งสำรองสินค้าคงเหลือ * **ยอดขายในทวีปอเมริกาและยุโรปลดลง 47.6% และ 50.9% ตามลำดับ YoY** แต่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าจากการกลับมาสั่งซื้อของลูกค้า * **รายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 215.2% YoY** เป็น 182.5 ล้านบาท จากรายได้ดอกเบี้ยรับจากการลงทุนในตราสารหนี้และเงินฝากประจำ * **บริษัทฯ ปรับลดเป้าหมายรายได้จากการขายปี 2566 ลงมาอยู่ที่ 26-27%** จากเดิมที่คาดว่าจะลดลง 15-17% ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC มีรายได้จากการขาย 3,999.5 ล้านบาท ลดลง 34.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวลดลงจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งในปีก่อนหน้า เนื่องจากการระบายสินค้าคงเหลือของลูกค้าในสหรัฐอเมริกาและยุโรป แรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และรายได้จากค่าระวางสินค้าที่ลดลง อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 23.3% โดยเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวจากการกลับมาสั่งซื้อของลูกค้ารายหลัก และระดับสินค้าคงเหลือของลูกค้าเริ่มกลับสู่ระดับปกติ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและยุโรป รวมถึงเป็นผลจากกลยุทธ์การปรับราคาของบริษัทฯ กำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้อยู่ที่ 768.4 ล้านบาท ลดลง 50.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการปรับตัวลดลงจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งในปีก่อน ปริมาณการขายที่ลดลง ต้นทุนวัตถุดิบทูน่าที่สูงขึ้น และการตั้งสำรองสินค้าคงเหลือ แต่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 19.2% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (18.4%) จากราคาขายที่สูงขึ้น มาตรการบริหารต้นทุน และอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ดีขึ้น กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 644.5 ล้านบาท ลดลง 56.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 44.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 16.1% ลดลงจาก 24.0% ในปีก่อน แต่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับ 13.7% ในไตรมาส 2 ปี 2566 สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2566 รายได้จากการขายอยู่ที่ 10,829.0 ล้านบาท ลดลง 31.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,514.5 ล้านบาท ลดลง 59.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ## โอกาส * **การกลับมาสั่งซื้อของลูกค้าหลักและระดับสินค้าคงเหลือที่กลับสู่ภาวะปกติ:** เป็นสัญญาณบวกที่บ่งชี้ว่าอุปสงค์ในตลาดหลักเริ่มฟื้นตัว * **การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง:** บริษัทฯ มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่มากกว่า 330 รายการในไตรมาส 3 ทั้งในส่วน OEM และแบรนด์ของตนเอง โดยเน้นนวัตกรรม โภชนาการ และความพรีเมียม * **โครงการใหม่ๆ กับลูกค้า:** มีโครงการใหม่ๆ กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และมีแผนดำเนินโครงการใหม่ๆ ในช่วงไตรมาส 4 และปี 2567 เพื่อกระตุ้นยอดขาย * **การลงทุนในตราสารหนี้และเงินฝากประจำ:** สร้างรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยชดเชยผลกระทบจากธุรกิจหลักที่ชะลอตัว * **แผนบริหารต้นทุนเพื่อรักษาผลกำไร (PPP):** มาตรการนี้ช่วยบรรเทาผลกระทบจากการดำเนินงานที่ชะลอตัว และช่วยเพิ่มอัตรากำไร ## ความเสี่ยง * **การระบายสินค้าคงเหลือของลูกค้า:** แม้จะเริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป * **แรงกดดันจากเงินเฟ้อและเศรษฐกิจชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการใช้จ่ายของผู้บริโภค * **ต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน:** โดยเฉพาะต้นทุนปลาทูน่าที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น * **การแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง:** ยังคงมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตรายเดิมและผู้เล่นรายใหม่ * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะขาดทุนเล็กน้อย แต่การแข็งค่าของเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากการส่งออกได้ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการกลับมาสั่งซื้อของลูกค้าหลัก:** ติดตามว่าการฟื้นตัวของยอดขายจะต่อเนื่องและแข็งแกร่งขึ้นหรือไม่ * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะราคาปลาทูน่า และผลของมาตรการ PPP ในการควบคุมต้นทุน * **การเติบโตของผลิตภัณฑ์ใหม่และสินค้าพรีเมียม:** ประสิทธิภาพในการผลักดันยอดขายและเพิ่มอัตรากำไร * **สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อของผู้บริโภค:** ปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ * **การขยายตลาดในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย:** ซึ่งยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนวัตถุดิบทูน่าปรับสูงขึ้น 8.0% YoY ซึ่งเป็นปัจจัยกดดัน GPM โดยตรง ขณะที่บริษัทฯ มีการปรับราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น **Volume:** ปริมาณการขายโดยรวมลดลง YoY เนื่องจากลูกค้าเร่งระบายสต็อก แต่เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว QoQ จากการกลับมาสั่งซื้อ **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 25.4% ใน Q3/65 เหลือ 19.2% ใน Q3/66 เนื่องจากปริมาณขายลดลง ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น และการตั้งสำรองสินค้าคงเหลือ อย่างไรก็ตาม GPM ดีขึ้นเมื่อเทียบกับ Q2/66 (18.4%) จากราคาขายที่สูงขึ้นและมาตรการบริหารต้นทุน **ช่องทางขาย:** ยอดขายจากทุกช่องทางลดลง YoY แต่ฟื้นตัว QoQ โดยเฉพาะแบรนด์ระดับโลก และเจ้าของแบรนด์สินค้า **สต็อก:** ระดับสินค้าคงเหลือของลูกค้าเริ่มกลับสู่ระดับปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณบวก **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ในไตรมาส 3/66 ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 11.7 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่กำไร 227.3 ล้านบาท เนื่องจากเงินบาทแข็งค่าขึ้น **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะในส่วนนี้ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 สินทรัพย์รวมของ ITC อยู่ที่ 24,732.3 ล้านบาท ลดลง 4.0% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ลดลง (7,050.6 ล้านบาท) และลูกหนี้การค้าที่ลดลง ส่วนสินทรัพย์ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการลงทุนในเครื่องจักร หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,965.2 ล้านบาท ลดลง 5.7% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น ส่วนของเจ้าของอยู่ที่ 21,767.1 ล้านบาท ลดลง 3.7% จากสิ้นปี 2565 สาเหตุหลักมาจากการจ่ายเงินปันผล กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 1,974.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าเงินสดสุทธิจะใช้ไปในกิจกรรมลงทุนจำนวนมากถึง 4,359.1 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในตราสารหนี้และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.14 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำมาก สะท้อนถึงโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญของผลประกอบการ ITC ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือการลดลงของยอดขาย YoY ที่ 34.7% และอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจัยกดดันหลักคือการระบายสต็อกของลูกค้าในตลาดตะวันตกและต้นทุนวัตถุดิบทูน่าที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวจากการกลับมาสั่งซื้อของลูกค้า และได้ดำเนินกลยุทธ์ปรับราคาและบริหารต้นทุนอย่างเข้มข้น พร้อมกับการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตในอนาคต แม้ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนวัตถุดิบยังคงอยู่ แต่การบริหารจัดการทางการเงินที่แข็งแกร่งและแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการประคองผลประกอบการและสร้างการเติบโตในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ITC ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
4,914.33 ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น
1,235.01 ล้านบาท
↑ 3.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.13 %
กำไรสุทธิ
792.99 ล้านบาท
↑ 0.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.14 %
D/E Ratio
0.13
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,914
↑ + 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,235
↑ + 3.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
793
↑ + 0.3% YoY
D/E Ratio
0.13

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ITC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
รายได้รวม
4,914.33
+0.65%
4,882.56
-0.65%
4,914.40
-70.01%
16,386.54
+127.84%
7,192.14
กำไรขั้นต้น
1,235.01
+3.27%
1,195.85
+14.28%
1,046.46
-72.39%
3,790.16
+255.96%
1,064.78
ค่าใช้จ่ายรวม
511.85
-3.08%
528.12
+65.63%
318.85
-66.14%
941.70
+62.30%
580.22
กำไรสุทธิ
792.99
+0.32%
790.45
+3.13%
766.46
-73.87%
2,932.90
+86.12%
1,575.85
กำไรต่อหุ้น
0.26
+0.38%
0.26
+3.14%
0.26
-73.93%
0.98
+86.29%
0.53
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
25.13
+2.61%
24.49
+15.03%
21.29
-7.96%
23.13
+56.28%
14.80
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
10.42
-3.70%
10.82
+66.72%
6.49
+12.87%
5.75
-28.75%
8.07
อัตรากำไรสุทธิ(%)
16.14
-0.31%
16.19
+3.78%
15.60
-12.85%
17.90
-18.30%
21.91
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-20.16
-211.81%
18.03
+392.22%
-6.17
-136.23%
17.03
+226.52%
-13.46
ROE(%)
12.42
-18.40%
15.22
+52.51%
9.98
-69.93%
33.19
0.00
ROA(%)
11.64
-18.60%
14.30
+50.84%
9.48
-57.96%
22.55
0.00
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.13
+8.33%
0.12
+20.00%
0.10
-28.57%
0.14
0.00
P/E
15.22
-18.70%
18.72
-35.38%
28.97
+28.53%
22.54
+41.76%
15.90
P/BV
1.97
-30.14%
2.82
-3.09%
2.91
-26.52%
3.96
+78.38%
2.22
BV
7.67
-3.03%
7.91
+8.95%
7.26
-4.10%
7.57
-4.54%
7.93
YIELD(%)
7.62
+183.27%
2.69
+183.16%
0.95
-80.33%
4.83
4.83
ราคาหุ้น
15.10
-32.29%
22.30
+5.69%
21.10
-29.67%
30.00
+70.45%
17.60
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.13
ROE (%)
12.42
ROA (%)
11.64
Book Value/หุ้น
7.93

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ITC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
20,127.11
-2.06%
20,549.65
+10.64%
18,573.42
-8.61%
20,322.39
+94.29%
10,459.74
+70.15%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
6,845.68
+7.33%
6,378.29
-6.99%
6,857.83
+26.36%
5,427.20
+21.30%
4,474.05
+6.09%
รวมสินทรัพย์
26,972.80
+0.17%
26,927.94
+5.89%
25,431.25
-1.24%
25,749.59
+72.42%
14,933.79
+44.08%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
2,310.01
+10.22%
2,095.81
+22.53%
1,710.41
-32.31%
2,526.96
-74.41%
9,875.61
+98.53%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
836.74
+20.70%
693.26
+15.16%
601.98
-2.35%
616.49
-15.17%
726.71
-31.86%
รวมหนี้สิน
3,146.75
+12.82%
2,789.07
+20.61%
2,312.39
-26.44%
3,143.45
-70.35%
10,602.32
+75.51%
รวมส่วนของเจ้าของ
23,826.05
-1.30%
24,138.87
+4.41%
23,118.86
+2.27%
22,606.14
+421.90%
4,331.47
+0.17%
D/E
0.13
0.12
0.10
0.14
2.45
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
12.42
15.22
9.98
33.19
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
11.64
14.30
9.48
22.55
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง
8.71
9.81
10.86
8.04
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
4.81
4.88
8.73
5.97
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
77.28
80.40
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
105.28
96.56
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
54.17
47.51
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
128.39
129.45
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,000
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4,431
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ITC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-1,999.90
-23.84%
-2,625.90
+481.81%
-451.33
-129.90%
1,509.37
+34.43%
1,122.80
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
4,431.35
-243.04%
-3,097.89
-140.24%
7,698.14
-747.09%
-1,189.66
+116.51%
-549.48
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
2,256.46
+113.16%
1,058.60
+70.92%
619.35
-94.07%
10,445.57
-1,874.68%
-588.59
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
2,138.94
-145.85%
-4,665.19
-159.31%
7,866.16
-26.93%
10,765.27
-70,599.48%
-15.27
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
5,408.35
-41.88%
9,305.09
-13.83%
10,798.91
+328,134.35%
3.29
-84.79%
21.63
-27.13%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
6,488.66
+19.97%
5,408.35
-41.88%
9,305.09
-13.83%
10,798.91
+328,134.35%
3.29
-84.77%