บริษัท เฮลท์ เอ็มไพร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6009 out_tok=2502 at=2026-07-27T09:55:09 -->
# เถ้าแก่น้อย Q2/64 กำไรวูบ 75% รับพิษส่งออกจีน-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้หด 22.6% จีนปรับกลยุทธ์ตัวแทนจำหน่าย-ตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนฉุดยอดขาย
บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 22.2 ล้านบาท ลดลงถึง 75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง 22.6% โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงผู้จัดจำหน่ายในจีนและปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ประกอบกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ (อาหารและเครื่องดื่ม)
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TKN ในไตรมาส 2 ปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การหดตัวของรายได้จากการขายในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตและต้นทุนในการจัดจำหน่าย** ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงถึง 75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
* **รายได้จากการขายในต่างประเทศลดลง 48.2%:** ปัจจัยหลักมาจากตลาดจีนที่มียอดขายลดลง 58% เนื่องจากบริษัทฯ อยู่ในช่วงเจรจาปรับแผนกลยุทธ์การขยายตลาดกับตัวแทนจำหน่ายเดิม และแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายเพิ่ม เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการปฏิบัติการและกระจายสินค้าให้ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้าในทุกช่องทาง นอกจากนี้ ยังได้รับผลกระทบจากสภาวะขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์อย่างต่อเนื่องในไตรมาส 2 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการขนส่ง
* **ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น:** กำไรขั้นต้นลดลง 33.3% โดยสัดส่วนกำไรขั้นต้นต่อยอดขายลดลงเหลือ 23.6% จาก 27.4% ในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการใช้กำลังการผลิตลดลงเนื่องจากยอดขายที่ลดลงจากต่างประเทศ ทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายโรงงานต่อหน่วยสูงขึ้น นอกจากนี้ ธุรกิจ เถ้าแก่น้อย เรสเตอรองท์ แอนด์ แฟรนไชส์ ก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้มีกำไรขั้นต้นลดลงเช่นกัน
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น:** สัดส่วนต้นทุนในการจัดจำหน่ายต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 11.8% จาก 9.9% ในปีก่อน เนื่องจากค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ รวมถึงค่าใช้จ่ายคงที่ที่ไม่แปรผันตามยอดขาย
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการประเมินว่า หากประเทศไทยสามารถควบคุมสถานการณ์การระบาดได้ดี บริษัทฯ สามารถกลับมาเติบโตและเสริมกำลังการผลิตเพื่อสนับสนุนดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะในประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา โดยบริษัทฯ ยังคงดำเนินการตามเป้าหมายในการปรับโครงสร้างต้นทุนและพัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกำไรในปีหน้า อย่างไรก็ตาม ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และสถานการณ์ COVID-19 ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิไตรมาส 2/64 ลดลง 75% YoY** อยู่ที่ 22.2 ล้านบาท จาก 88.9 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายรวมลดลง 22.6% YoY** อยู่ที่ 783 ล้านบาท
* **ตลาดในประเทศเติบโต 59.5% YoY** ในไตรมาส 2/64 จากสินค้าใหม่นมพาสเจอไรส์ "จัสท์ดริ้งค์"
* **ตลาดต่างประเทศหดตัว 48.2% YoY** ในไตรมาส 2/64 โดยเฉพาะจีนที่ลดลง 58%
* **กำไรขั้นต้นลดลง 33.3% YoY** สัดส่วนลดลงเหลือ 23.6% จาก 27.4% เนื่องจากต้นทุนการผลิตต่อหน่วยสูงขึ้น
* **ต้นทุนจัดจำหน่ายต่อยอดขายเพิ่มขึ้น** จากค่าขนส่งที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 2 ปี 2564:** บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 783.0 ล้านบาท ลดลง 22.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายในต่างประเทศที่ลดลงถึง 48.2% โดยเฉพาะตลาดจีนที่ได้รับผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนผู้จัดจำหน่ายและการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ขณะที่ตลาดในประเทศเติบโตได้ดี 59.5% จากการตอบรับที่ดีของสินค้าใหม่นมพาสเจอไรส์ "จัสท์ดริ้งค์" อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายลดลง 18.5% ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 33.3% สู่ระดับ 184.7 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 23.6% ซึ่งลดลงจาก 27.4% ในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการใช้กำลังการผลิตลดลงและต้นทุนค่าใช้จ่ายโรงงานต่อหน่วยสูงขึ้น รวมถึงผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหาร ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 7.1% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 2.5% ส่งผลให้กำไรสุทธิก่อนภาษีเงินได้ลดลง 72.6% และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 75.0% อยู่ที่ 22.2 ล้านบาท
**6 เดือนแรก ปี 2564:** บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 1,703.0 ล้านบาท ลดลง 19.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรขั้นต้นลดลง 29.4% สู่ระดับ 408.5 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 55.1% อยู่ที่ 78.4 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดในประเทศ:** ได้รับแรงหนุนจากสินค้าใหม่นมพาสเจอไรส์ "จัสท์ดริ้งค์" ที่ได้รับการตอบรับที่ดี และการทำการตลาดอย่างต่อเนื่องในกลุ่มสินค้าสาหร่ายและเครื่องดื่ม
* **การปรับกลยุทธ์ในตลาดจีน:** การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสัญญาและแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายเพิ่ม คาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขยายตลาด Traditional Trade และ E-commerce ในระยะต่อไป
* **การฟื้นตัวของดีมานด์ในต่างประเทศ:** ฝ่ายจัดการคาดการณ์การฟื้นตัวของดีมานด์ในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะในประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา
* **การพัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง:** จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกำไรในปีถัดไป
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์ COVID-19:** การระบาดระลอกใหม่สายพันธุ์เดลต้าส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและการผลิต และธุรกิจร้านอาหารยังคงได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง
* **ปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น และอาจกระทบต่อการส่งมอบสินค้า
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดสินค้าขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มมีการแข่งขันสูง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการจากการดำเนินงานในต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การฟื้นตัวของยอดขายในตลาดจีน:** ประสิทธิผลของการปรับกลยุทธ์ตัวแทนจำหน่ายและสถานการณ์การขนส่ง
* **ผลตอบรับของสินค้าใหม่:** การเติบโตของยอดขายจากสินค้าใหม่ "จัสท์ดริ้งค์" และการพัฒนาสินค้าใหม่ในอนาคต
* **การควบคุมต้นทุน:** ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและต้นทุนในการจัดจำหน่ายท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
* **สถานการณ์การระบาด COVID-19:** ผลกระทบต่อกำลังซื้อและพฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงการดำเนินงานของธุรกิจร้านอาหาร
* **แนวโน้มค่าขนส่งระหว่างประเทศ:** การคลี่คลายของปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขาย:** รายได้รวมลดลง 22.6% YoY โดยตลาดในประเทศเติบโต 59.5% YoY จากสินค้าใหม่ "จัสท์ดริ้งค์" ที่ทำยอดขายได้ดีกว่า 8 ล้านขวดตั้งแต่ปลายปี 2563 ถึงไตรมาส 2 ปี 2564 ขณะที่ตลาดต่างประเทศลดลง 48.2% YoY โดยเฉพาะจีนที่ลดลง 58% จากการปรับกลยุทธ์ตัวแทนจำหน่ายและปัญหาตู้คอนเทนเนอร์
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลงจาก 27.4% เป็น 23.6% YoY เนื่องจากต้นทุนการผลิตต่อหน่วยสูงขึ้นจากการใช้กำลังการผลิตลดลง และผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหาร
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่าย:** สัดส่วนต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 9.9% เป็น 11.8% YoY จากค่าขนส่งที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** สัดส่วนต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 6.9% เป็น 8.7% YoY เนื่องจากเป็นต้นทุนคงที่ที่ลดลงได้ยากเมื่อเทียบกับยอดขายที่ลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(ข้อมูลส่วนนี้ไม่มีรายละเอียดในเอกสารที่ให้มา)
## สรุปท้าย
TKN เผชิญความท้าทายในไตรมาส 2 ปี 2564 จากรายได้ที่หดตัว 22.6% โดยเฉพาะตลาดส่งออกจีนที่ได้รับผลกระทบจากการปรับกลยุทธ์ตัวแทนจำหน่ายและปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ ประกอบกับต้นทุนการผลิตและขนส่งที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงถึง 75% อย่างไรก็ตาม ตลาดในประเทศยังคงเติบโตได้ดีจากสินค้าใหม่ และบริษัทฯ คาดการณ์การฟื้นตัวของดีมานด์ในครึ่งปีหลัง โดยมีแผนปรับโครงสร้างต้นทุนและพัฒนาสินค้าใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรในปีหน้า แต่ยังคงต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ COVID-19 และต้นทุนโลจิสติกส์อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HEALTH ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
26.50
ล้านบาท
↑ 186.6% YoY
กำไรขั้นต้น
8.60
ล้านบาท
↓ 19.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
32.45
%
กำไรสุทธิ
-25.13
ล้านบาท
↓ 86.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-94.84
%
D/E Ratio
0.34
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
26
↑ + 186.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
9
↓ -19.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-25
↓ -86.9%
YoY
D/E Ratio
0.34
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HEALTH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.34
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HEALTH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-15
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HEALTH
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
-15.27
-137.04%
|
41.23
+160.95%
|
15.80
-53.91%
|
34.28
|
— |
-8.68
+44.91%
|
-5.99
-74.67%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-2.85
-95.30%
|
-60.69
+211.87%
|
-19.46
-86.63%
|
-145.51
|
— |
-1.04
-103.84%
|
27.09
+122.23%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
8.64
-41.46%
|
14.76
+28.13%
|
11.52
-89.56%
|
110.39
|
— |
-11.83
+307.93%
|
-2.90
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-9.48
-58.58%
|
-22.89
+2,531.03%
|
-0.87
|
0.00
|
— |
0.00
-100.00%
|
18.20
-274.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
135.57
+150,533.33%
|
0.09
-98.43%
|
5.73
-66.03%
|
16.87
+1,113.88%
|
— |
22.95
+383.16%
|
4.75
-68.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
91.66
-32.39%
|
135.57
+150,533.33%
|
0.09
-98.43%
|
5.73
-66.05%
|
— |
1.39
-93.94%
|
22.95
+383.16%
|