GFPT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
GFPT
บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
9.80
+0.10 (+1.03%)

สรุป Opportunity Day

วิเคราะห์ผลประกอบการโดย AI

1. สรุป OPPDAY (Q&A)

GFPT Opportunity Day Q2/2568: เจาะลึกผลประกอบการและทิศทางธุรกิจไก่ครบวงจร



1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):

  • ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 มีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 42 ล้านบาท คิดเป็น 0.839 ล้านบาท

  • ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่เติบโตจากการเพิ่มปริมาณการเชือดไก่ของ GFN

  • ธุรกิจ Food และ Feed ลดลงเล็กน้อยจากภาพรวมการส่งออกและราคาหมูที่ลดลง

  • ต้นทุนลดลงจากวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ลดลง โดยเฉพาะถั่วเหลืองและกากถั่วเหลือง

  • กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 816 ล้านบาท หรือ 16.7%



กลุ่มบริษัท GFPT มีการดำเนินธุรกิจไก่แปรรูปแบบครบวงจรมากว่า 44 ปี โดยมีธุรกิจหลักคืออาหารสัตว์ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ และไก่แปรรูป ซึ่งเน้นสินค้าส่งออก


บริษัทมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามแนวทาง SDG และมีเป้าหมายเป็น Net Zero ในปี 2593



2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):

  • การก่อสร้างโรงเชือดไก่แห่งใหม่ที่อำเภอทุ่งหลวง จังหวัดชลบุรี คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงครึ่งหลังปี 2569 หรือต้นปี 2570

  • การขยายธุรกิจโดยสร้าง GFPT Further Processing Plant (โรงงานแปรรูปปรุงสุก) คาดว่าจะใช้เวลาสร้าง 2 ปีหลังโรงเชือดไก่แล้วเสร็จ

  • การเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ โดยเฉพาะอาหารกุ้งที่ค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น

  • การส่งออกไปยังตลาดใหม่ๆ และการเพิ่มยอดขายในประเทศ



บริษัทมีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นผู้นำในการผลิตไก่แปรรูปแบบครบวงจร และเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาลในทุกมิติ



3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):

  • ความเสี่ยงด้านแรงงาน โดยเฉพาะปัญหาแรงงานกัมพูชา

  • ความผันผวนของราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์

  • มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี (Non-tariff barriers)

  • ภาวะสงครามในบางประเทศที่อาจกระทบต่อการขนส่งและ Supply chain



ความเสี่ยงหลักที่ GFPT กำลังเผชิญคือปัญหาการขาดแคลนแรงงานกัมพูชา ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิต


นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสถานการณ์ความไม่สงบในต่างประเทศ



4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):

  • การแก้ไขปัญหาแรงงานโดยการทำ OT เพิ่มเติม และรับแรงงานพม่าเข้ามาทดแทน

  • การป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนโดยการทำ Forward contract

  • การปรับปรุงสูตรอาหารสัตว์เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มคุณภาพ

  • การกระจายความเสี่ยงโดยการส่งออกไปยังตลาดที่หลากหลาย



GFPT แก้ไขปัญหาแรงงานโดยการเพิ่ม OT ให้กับแรงงานที่เหลืออยู่และรับแรงงานพม่าเข้ามาทดแทน


บริษัทยังมีการทำ Forward contract เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน



5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):

  • คาดการณ์รายได้เติบโต 2-3% ในปี 2568

  • Gross margin คาดว่าจะอยู่ในช่วง 15-16%

  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) คาดว่าจะลดลงเล็กน้อย

  • เงินลงทุนอยู่ที่ 1,000-1,200 ล้านบาท

  • เน้นการเติบโตแบบ Organic growth ในธุรกิจไก่แปรรูปครบวงจร



GFPT คาดการณ์ว่ารายได้จะเติบโต 2-3% ในปี 2568 และ Gross margin จะอยู่ในช่วง 15-16%


บริษัทยังคงมุ่งเน้นการเติบโตแบบ Organic growth และลงทุนในธุรกิจไก่แปรรูปครบวงจร



6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): [เริ่ม Q&A นาทีที่ 52:10]

  • การนำเข้าวัตถุดิบจากอเมริกา:

    • คำถาม: การเปิดนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์จากอเมริกา เช่น ข้าวโพดและกากถั่วเหลือง มีผลบวกต่อต้นทุนของธุรกิจอาหารสัตว์ของบริษัทอย่างไร?

    • คำตอบ: ราคานำเข้าข้าวโพดจากอเมริกาต่ำกว่าราคาตลาดโลก 20-30% (ยังไม่รวมค่าขนส่ง) หากสามารถนำเข้าได้จริง คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้ 10-15%



  • แผนการนำเข้าข้าวโพดและกากถั่วเหลืองจากอเมริกา:

    • คำถาม: คาดว่าจะเริ่มนำเข้าข้าวโพดและกากถั่วเหลืองจากอเมริกาได้เมื่อไหร่? และมีแผนปรับสูตรอาหารสัตว์ใหม่เพื่อเพิ่มคุณภาพในการผลิต (FCR) หรือลดต้นทุนตามสถานการณ์ใหม่หรือไม่?

    • คำตอบ: ยังไม่มี Timeline ที่ชัดเจน ต้องรอการเจรจาระหว่างภาครัฐของไทยและอเมริกา หากนำเข้าได้ จะพิจารณาคุณภาพของข้าวโพดที่นำเข้าว่าตรงกับความต้องการหรือไม่ และจะปรับสัดส่วนการใช้ข้าวโพดในประเทศและนำเข้าตามความเหมาะสม



  • นโยบายการซื้อข้าวโพด:

    • คำถาม: ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทยจะเก็บเกี่ยวผลผลิตมากในช่วงสิงหาคม-ธันวาคม ปกติ GFPT มีนโยบายซื้อข้าวโพดอย่างไร เพื่อใช้ผลิตอาหารสัตว์ได้ทั้งปี และในปีหน้าจะปรับกลยุทธ์ในการซื้อข้าวโพดอย่างไร?

    • คำตอบ: ปกติใช้ข้าวโพดในประเทศ 100% และ Stock ข้าวโพดไว้ประมาณ 2-3 เดือน หากราคาข้าวโพดในประเทศแพง จะลด Stock เหลือ 1-2 เดือน และรอสถานการณ์ หากราคาถูก จะ Stock เพิ่มเป็น 3-4 เดือน ในกรณีที่นำเข้าข้าวโพดได้ จะปรับสัดส่วนการซื้อตามความเหมาะสม



  • ปัญหาแรงงานกัมพูชา:

    • คำถาม: ตอนนี้ปัญหาเรื่องแรงงานกัมพูชาแก้ไขได้ 100% หรือยัง?

    • คำตอบ: GFPT ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานกัมพูชาจริง (20% ของแรงงานทั้งหมด) หลังจากเกิดกรณีพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา แรงงานกัมพูชาส่วนใหญ่ออกไปแล้ว แก้ไขโดยการทำ OT เพิ่มและรับแรงงานพม่าทดแทน ส่วนแรงงานกัมพูชาที่เหลืออยู่ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจที่จะทำงานต่อ



  • การซื้อถั่วเหลืองจากอเมริกา:

    • คำถาม: หลังจากผลอัตราภาษี Tariff ออกมาแล้ว ไม่ทราบว่ามีแนวโน้มจะซื้อถั่วเหลืองจากอเมริกาแทนบราซิลประมาณกี่เปอร์เซ็นต์?

    • คำตอบ: ราคาถั่วเหลืองจากอเมริกาและบราซิลใกล้เคียงกัน แต่สารอาหารในถั่วเหลืองบราซิลดีกว่าเล็กน้อย หากนำเข้าจากอเมริกาได้ ก็อาจจะสลับสัดส่วนการนำเข้าตามราคาและคุณภาพที่เหมาะสม



  • ผลกระทบจากบราซิล:

    • คำถาม: มีความกังวลว่าบราซิลจะหาทางกระจายสินค้าไปญี่ปุ่นหรือยุโรปมากขึ้นไหม จากการที่ถูกอเมริกากีดกันการอัตราภาษี Tariff ที่ค่อนข้างสูง?

    • คำตอบ: บราซิลเป็นคู่แข่งหลักของไทยมาโดยตลอด แต่เป็นคู่แข่งในส่วนของสินค้าไก่สดแช่แข็ง ซึ่งไทยส่งออกไม่ถึงครึ่งหนึ่ง ไทยเน้นสินค้าที่มีคุณภาพสูงและตัดแต่งตามความต้องการของลูกค้า (High Value) ในขณะที่บราซิลเน้น Sales Volume และการผลิตปริมาณมาก





GFPT เผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งปัญหาขาดแคลนแรงงาน, ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ, และการแข่งขันจากบราซิล


อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนและรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมไก่แปรรูปครบวงจร



สรุป: GFPT ยังคงมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน บริษัทมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาและคว้าโอกาสทางธุรกิจ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น
ผู้เขียน: Admin AiO
2. Financial & KPI Analysis — Q2/2568