บริษัท ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน
1.78
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4389 out_tok=2842 at=2026-07-25T16:35:40 -->
# FTI กำไร Q3/2565 โต 6.33% รับรายได้กลุ่มพาณิชย์-อุตสาหกรรมฟื้น
## รายได้หด 3.18% แต่บริหารต้นทุนดี หนุนกำไรสุทธิเพิ่มเล็กน้อย ขณะที่ฐานะการเงินแกร่งขึ้นจากการเพิ่มทุน
บริษัท ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ FTI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 527.84 ล้านบาท ลดลง 3.18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดี ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 6.33% เป็น 27.56 ล้านบาท โดยฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้ที่ลดลงเป็นผลจากกำลังซื้อผู้บริโภคในกลุ่มครัวเรือนที่อ่อนแอลง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของกลุ่มลูกค้าพาณิชย์และอุตสาหกรรมจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยชดเชย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ FTI ในไตรมาส 3 ปี 2565 เพิ่มขึ้น 6.33% แม้รายได้จากการขายจะลดลง 3.18% มาอยู่ที่ 527.84 ล้านบาท มาจากการบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการที่ลดลงตามสัดส่วนรายได้ ประกอบกับการลดลงของต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่หดตัว
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายสินค้าและบริการ:** ลดลง 17.35 ล้านบาท (-3.18%) โดยมีสาเหตุหลักมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคในกลุ่มครัวเรือนที่ลดลงถึง 35% อย่างไรก็ตาม กลุ่มลูกค้าพาณิชย์และอุตสาหกรรมมีการเติบโตถึง 25% จากมาตรการผ่อนคลายสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากกลุ่มครัวเรือนได้
* **ต้นทุนขายและบริการ:** ลดลง 9.67 ล้านบาท (-2.49%) โดยลดลงตามสัดส่วนของรายได้ที่ลดลง
* **กำไรขั้นต้น:** ลดลง 7.68 ล้านบาท (-4.87%) เป็นผลโดยตรงจากรายได้ที่ลดลง
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่าย:** ลดลง 6.75 ล้านบาท (-11.75%) ซึ่งเป็นผลดีจากการตัดจำหน่ายค่าตกแต่งร้าน Water Store ที่ครบกำหนดในปี 2564 และค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้าที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ลดลง 0.71 ล้านบาท (-1.04%) โดยหลักมาจากค่าใช้จ่ายพนักงานที่ลดลง
การบริหารจัดการต้นทุนเหล่านี้ ส่งผลให้แม้รายได้รวมจะลดลง แต่กำไรสุทธิกลับเพิ่มขึ้น 1.64 ล้านบาท (6.33%) เป็น 27.56 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม**
การฟื้นตัวของรายได้ในกลุ่มลูกค้าพาณิชย์และอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น 25% เป็นปัจจัยบวกที่เกิดจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ซึ่งหากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ อาจส่งผลดีต่อรายได้ในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันหลักคือ กำลังซื้อของผู้บริโภคในกลุ่มครัวเรือนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (35%) ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของสินค้าอุปโภคบริโภค การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรของบริษัทต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ:** เพิ่มขึ้น 6.33% YoY เป็น 27.56 ล้านบาท
* **รายได้รวม:** ลดลง 3.18% YoY เป็น 527.84 ล้านบาท
* **ปัจจัยรายได้:** กลุ่มครัวเรือนกำลังซื้อลดลง 35% แต่กลุ่มพาณิชย์และอุตสาหกรรมฟื้นตัว 25%
* **ต้นทุน:** ต้นทุนขายและบริการลดลงตามสัดส่วนรายได้ ต้นทุนจัดจำหน่ายและบริหารลดลงจากการบริหารจัดการ
* **ฐานะการเงิน:** สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 51.02% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเพิ่มขึ้น 218 ล้านบาท
* **หนี้สิน:** หนี้สินรวมลดลง 23.72% จากสิ้นปี 2564 จากการจ่ายชำระหนี้สถาบันการเงิน
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 95.50% จากสิ้นปี 2564 จากการเพิ่มทุนและการดำเนินงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาสที่ 3 ปี 2565 บริษัท ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 527.84 ล้านบาท ลดลง 17.35 ล้านบาท หรือ 3.18% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคในกลุ่มครัวเรือนที่ลดลง อย่างไรก็ตาม รายได้จากกลุ่มลูกค้าพาณิชย์และอุตสาหกรรมมีการเติบโตถึง 25% จากมาตรการผ่อนคลายสถานการณ์โควิด-19
ในด้านต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 377.97 ล้านบาท ลดลง 9.67 ล้านบาท หรือ 2.49% ซึ่งลดลงตามสัดส่วนของรายได้ที่ลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 149.87 ล้านบาท ลดลง 7.68 ล้านบาท หรือ 4.87%
อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลง 6.75 ล้านบาท (-11.75%) จากการตัดจำหน่ายค่าตกแต่งร้าน Water Store ที่ครบกำหนดในปี 2564 และค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้าที่ลดลง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 0.71 ล้านบาท (-1.04%) จากค่าใช้จ่ายพนักงานที่ลดลง
ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพนี้ ทำให้บริษัทมีกำไรสำหรับงวดไตรมาสที่ 3 ปี 2565 เท่ากับ 27.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.64 ล้านบาท หรือ 6.33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของกลุ่มลูกค้าพาณิชย์และอุตสาหกรรม:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ส่งผลให้กลุ่มลูกค้าเหล่านี้กลับมาเติบโต 25% ซึ่งเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** ความสามารถในการลดต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร ช่วยรักษาอัตรากำไรและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรแม้รายได้จะลดลง
* **การเพิ่มทุนเพื่อเสริมสภาพคล่อง:** การเพิ่มทุนในเดือนพฤษภาคม 2565 จำนวน 130 ล้านบาท ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน ทำให้บริษัทมีเงินสดเพียงพอต่อการดำเนินงานและอาจใช้ในการลงทุนในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **กำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนแอ:** การลดลงของกำลังซื้อในกลุ่มครัวเรือนถึง 35% เป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะยาว หากไม่สามารถกระตุ้นกำลังซื้อได้
* **การแข่งขันในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค:** ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคมีการแข่งขันสูง บริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาหรือเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้ในไตรมาสนี้ต้นทุนขายลดลงตามรายได้ แต่หากต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มกำลังซื้อของผู้บริโภคในกลุ่มครัวเรือน และมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐ
* การเติบโตของรายได้ในกลุ่มลูกค้าพาณิชย์และอุตสาหกรรม จะสามารถรักษาโมเมนตัมได้ต่อเนื่องหรือไม่
* ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารให้มีประสิทธิภาพต่อไป
* แผนการใช้เงินสดที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มทุนและเงินสดจากการดำเนินงาน เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต
* การเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อโดยรวม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
ในไตรมาส 3 ปี 2565 FTI เผชิญกับความท้าทายจากกำลังซื้อที่อ่อนแอในกลุ่มครัวเรือน ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภค โดยฝ่ายจัดการระบุว่ากำลังซื้อลดลงถึง 35% อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถพลิกสถานการณ์ได้จากการเติบโตของรายได้ในกลุ่มลูกค้าพาณิชย์และอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น 25% ซึ่งเป็นผลจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคระบาดโควิด-19 การเติบโตในกลุ่มนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการปรับตัวของบริษัทให้เข้ากับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
ในด้านต้นทุน บริษัทแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนขายและบริการลดลงตามสัดส่วนรายได้ที่ลดลง ขณะที่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 11.75% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการตัดจำหน่ายค่าตกแต่งร้านที่หมดไป และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้าที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารก็ลดลงเล็กน้อยเช่นกัน การบริหารต้นทุนที่รัดกุมนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้กำไรสุทธิของบริษัทเติบโตได้ แม้รายได้รวมจะหดตัว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 857.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.02% จากสิ้นปี 2564 โดยการเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้นถึง 218 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น 60 ล้านบาท รวมถึงที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น 23 ล้านบาท ขณะที่ลูกหนี้การค้าลดลง 8 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 161.56 ล้านบาท ลดลง 23.72% จากสิ้นปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากการจ่ายชำระหนี้สถาบันการเงิน
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 695.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 95.50% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มทุนในเดือนพฤษภาคม 2565 จำนวน 130 ล้านบาท (รวมส่วนเกินมูลค่าหุ้น 182.37 ล้านบาท) และกำไรจากการดำเนินงานสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565
## สรุปท้าย
FTI ในไตรมาส 3 ปี 2565 สามารถสร้างกำไรสุทธิเติบโต 6.33% เป็น 27.56 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลง 3.18% จากกำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนแอ หัวใจสำคัญคือการบริหารจัดการต้นทุนขาย ต้นทุนจัดจำหน่าย และค่าใช้จ่ายในการบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการเติบโตของรายได้ในกลุ่มลูกค้าพาณิชย์และอุตสาหกรรมที่ช่วยชดเชยรายได้ที่หายไปจากกลุ่มครัวเรือน แม้แนวโน้มกำลังซื้อในกลุ่มครัวเรือนยังเป็นความเสี่ยง แต่การบริหารต้นทุนที่รัดกุมและฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นจากการเพิ่มทุน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการของบริษัทต่อไปในอนาคต.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FTI ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
175.48
ล้านบาท
↓ 129.5% YoY
กำไรขั้นต้น
52.54
ล้านบาท
↑ 10.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.94
%
กำไรสุทธิ
7.85
ล้านบาท
↓ 126% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.47
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
175
↓ -129.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
53
↑ + 10.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
8
↓ -126%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FTI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม | — |
175.48
|
— |
-594.22
-451.78%
|
168.92
-76.46%
|
717.53
|
| กำไรขั้นต้น | — |
52.54
|
— |
47.38
+3.72%
|
45.68
-77.47%
|
202.70
|
| ค่าใช้จ่ายรวม | — |
43.50
|
— |
43.39
+24.01%
|
34.99
-77.80%
|
157.59
|
| กำไรสุทธิ | — |
7.85
|
— |
-30.22
-456.87%
|
8.47
-76.73%
|
36.39
|
| กำไรต่อหุ้น | — |
0.02
|
— |
-0.07
-452.63%
|
0.02
-76.54%
|
0.08
|
| กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ | — |
0.00
|
— |
0.00
+100.00%
|
-1.49
-237.96%
|
1.08
|
| ROE(%) | — |
5.59
|
— |
6.20
-8.28%
|
6.76
|
0.00
|
| ROA(%) | — |
5.57
|
— |
6.09
-0.98%
|
6.15
|
0.00
|
| หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น | — |
0.23
|
— |
0.49
+113.04%
|
0.23
|
0.00
|
| P/E | — |
18.11
|
— |
19.20
-21.98%
|
24.61
+124.61%
|
-100.00
|
| P/BV | — |
1.21
|
— |
1.37
+1.48%
|
1.35
+13.45%
|
1.19
|
| BV | — |
1.63
|
— |
1.58
+1.94%
|
1.55
+4.03%
|
1.49
|
| YIELD(%) | — |
3.55
|
— |
2.78
-38.08%
|
4.49
|
4.49
|
| ราคาหุ้น | — |
1.97
|
— |
2.16
+3.85%
|
2.08
+16.85%
|
1.78
|
| อัตรากำไรขั้นต้น(%) | — |
29.94
|
— | — |
27.04
-4.28%
|
28.25
|
| อัตราค่าใช้จ่าย(%) | — |
24.79
|
— | — |
20.71
-5.69%
|
21.96
|
| อัตรากำไรสุทธิ(%) | — |
4.47
|
— | — |
5.01
-1.18%
|
5.07
|
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
5.59
ROA (%)
5.57
Book Value/หุ้น
1.49
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FTI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
490.03
-13.03%
|
— |
0.00
|
622.51
+76.84%
|
352.02
-5.59%
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
404.73
-4.27%
|
— |
0.00
|
248.46
+15.17%
|
215.74
+18.84%
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
894.76
-9.28%
|
— |
0.00
|
870.97
+53.41%
|
567.75
+2.41%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
119.31
-45.09%
|
— |
0.00
|
128.03
-27.45%
|
176.47
-9.53%
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
50.39
+7.77%
|
— |
0.00
|
33.29
-5.78%
|
35.33
+9.79%
|
| รวมหนี้สิน | — |
169.69
-35.73%
|
— |
0.00
|
161.32
-23.84%
|
211.80
-6.79%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
725.07
+0.40%
|
— |
0.00
|
709.65
+99.37%
|
355.95
+8.80%
|
| D/E | — |
0.23
|
— | — |
0.23
|
0.60
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
5.59
|
— |
6.20
|
6.76
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
5.57
|
— |
6.09
|
6.15
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
4.11
|
— |
2.01
|
4.86
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
1.13
|
— |
0.49
|
2.31
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
33.70
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
248.91
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
22.83
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
259.78
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-197
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FTI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-196.66
|
— |
-18.64
-195.15%
|
19.59
-74.06%
|
75.53
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1.75
|
— |
31.02
+44.08%
|
21.53
-146.08%
|
-46.72
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
162.06
|
— |
-35.69
-87.34%
|
-281.99
+499.34%
|
-47.05
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-32.85
|
— |
-23.30
-90.33%
|
-240.88
+1,220.61%
|
-18.24
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
81.88
+4.53%
|
— |
0.00
-100.00%
|
10.71
-62.99%
|
28.94
+390.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
82.87
+1.21%
|
— |
0.00
-100.00%
|
228.11
+2,029.88%
|
10.71
-63.01%
|