บริษัท ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน
1.78
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4511 out_tok=2384 at=2026-07-25T05:39:47 -->
FTI กำไร Q2/2566 พุ่ง 44% รับรายได้โต 12% จากเศรษฐกิจฟื้น
รายได้และกำไรของ FTI ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายได้จากการขายสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น 12% และกำไรสุทธิเติบโตถึง 44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวและการขยายตัวของช่องทางการจัดจำหน่าย ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่น่าจับตาสำหรับทิศทางธุรกิจในระยะต่อไป
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก SSS/volume, ราคาขาย, ต้นทุนวัตถุดิบ, ค่าการตลาด, ช่องทางขาย, หรือสินค้าใหม่
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ FTI ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการขยายตัวของช่องทางการจัดจำหน่าย** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายสินค้าและบริการเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ FTI เติบโตอย่างโดดเด่นในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้น 12%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้นถึง 44% หรือ 9.18 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของเศรษฐกิจและการขยายตัวของตัวแทนจำหน่าย
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเติบโตของรายได้มาจากการ **ขยายตัวทางเศรษฐกิจ** ซึ่งส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น และ **การขยายตัวของช่องทางการจัดจำหน่าย** โดยเฉพาะการเพิ่มจำนวนตัวแทนจำหน่าย ทำให้สินค้าเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของรายได้ (เพิ่มขึ้น 14%) แต่การบริหารจัดการต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นเพียง 6% (จากค่าเดินทางและค่านายหน้า) และการลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหาร 8% (จากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน) ทำให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิสามารถเติบโตได้ดีกว่าการเติบโตของรายได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่คาดว่าจะดำเนินต่อไป และแผนการขยายตัวของช่องทางการจัดจำหน่ายที่ฝ่ายจัดการกำลังดำเนินการอยู่ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่มาจากค่าเดินทางและค่านายหน้า อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาดูว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามรายได้หรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 12%:** อยู่ที่ 399.94 ล้านบาท จาก 357.81 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565
* **กำไรสุทธิพุ่ง 44%:** อยู่ที่ 30.22 ล้านบาท จาก 21.04 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565
* **อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัว:** อยู่ที่ 27.45% ลดลงเล็กน้อยจาก 28.71%
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง:** ลดลง 8% จากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 8.64%:** จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า สินค้าคงคลัง และที่ดินอาคารอุปกรณ์
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 44.64%:** ส่วนใหญ่มาจากการสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น ทำให้เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ FTI รายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 399.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 357.81 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการขยายตัวของตัวแทนจำหน่าย ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 14% ตามสัดส่วนรายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 109.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 27.45% ลดลงเล็กน้อยจาก 28.71% ในปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 6% จากค่าเดินทางและค่านายหน้า ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 8% จากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ทำให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 63% และเมื่อหักภาษีเงินได้แล้ว กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 30.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% หรือ 9.18 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** เป็นปัจจัยบวกที่ส่งเสริมกำลังซื้อของผู้บริโภคและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม
* **การขยายตัวของช่องทางการจัดจำหน่าย:** การเพิ่มจำนวนตัวแทนจำหน่ายช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดและลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **การเพิ่มขึ้นของต้นทุน:** แม้ว่าต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นตามรายได้ แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนในการจัดจำหน่าย เช่น ค่าเดินทางและค่านายหน้า อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน:** หนี้สินรวมที่เพิ่มขึ้น 44.64% ส่วนใหญ่มาจากการสั่งซื้อสินค้าเพื่อขาย ทำให้เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มภาระทางการเงินหากยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** แม้เศรษฐกิจจะฟื้นตัว แต่ยังมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการเติบโตของรายได้:** ติดตามการขยายตัวของเศรษฐกิจและประสิทธิภาพของช่องทางการจัดจำหน่าย
* **การบริหารจัดการต้นทุนในการจัดจำหน่าย:** จับตาดูว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นตามรายได้หรือไม่ และมีผลกระทบต่ออัตรากำไรอย่างไร
* **ระดับหนี้สินและการบริหารสภาพคล่อง:** ติดตามการบริหารจัดการเจ้าหนี้การค้าและภาระทางการเงินที่อาจเพิ่มขึ้น
* **แผนการขยายตัวของตัวแทนจำหน่าย:** ประเมินผลลัพธ์จากการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** รักษาประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
ในไตรมาส 2 ปี 2566 FTI แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค โดยรายได้จากการขายสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น 12% ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ส่งผลดีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค การขยายตัวของตัวแทนจำหน่ายเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงสินค้าในตลาด ทำให้ปริมาณการขาย (volume) มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข SSS (Same-Store Sales) หรือ Market Share โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้โดยรวมบ่งชี้ถึงการขยายตัวของยอดขายได้เป็นอย่างดี ต้นทุนวัตถุดิบไม่ได้ถูกกล่าวถึงเป็นปัจจัยหลักที่เปลี่ยนแปลง แต่ต้นทุนขายและบริการโดยรวมเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการดำเนินธุรกิจ การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นเพียง 6% และการลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหาร 8% แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน ซึ่งส่งผลดีต่ออัตรากำไรสุทธิ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 946.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.64% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า 26 ล้านบาท, สินค้าคงเหลือ 34 ล้านบาท, ที่ดินอาคารอุปกรณ์ 12.5 ล้านบาท และสินทรัพย์หมุนเวียนอื่นๆ 4.4 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลืออาจสะท้อนถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับยอดขายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น หรือการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อผลิตสินค้า ในขณะเดียวกัน หนี้สินรวมอยู่ที่ 233.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.64% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการสั่งซื้อสินค้าเพื่อขาย ทำให้เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น การเพิ่มขึ้นของหนี้สินในอัตราที่สูงกว่าสินทรัพย์อาจส่งผลให้ D/E Ratio ปรับตัวสูงขึ้นได้ ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 712.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.46% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากกำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น แต่ถูกหักล้างด้วยการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
FTI ในไตรมาส 2 ปี 2566 สามารถสร้างผลประกอบการที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิเติบโตถึง 44% เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง แม้ว่าจะมีโอกาสในการเติบโตต่อเนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจและแผนธุรกิจ แต่ก็มีความเสี่ยงที่ต้องจับตา เช่น การบริหารจัดการต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น และการเพิ่มขึ้นของระดับหนี้สิน ซึ่งการบริหารจัดการปัจจัยเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FTI ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
175.48
ล้านบาท
↓ 129.5% YoY
กำไรขั้นต้น
52.54
ล้านบาท
↑ 10.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.94
%
กำไรสุทธิ
7.85
ล้านบาท
↓ 126% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.47
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
175
↓ -129.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
53
↑ + 10.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
8
↓ -126%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FTI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม | — |
175.48
|
— |
-594.22
-451.78%
|
168.92
-76.46%
|
717.53
|
| กำไรขั้นต้น | — |
52.54
|
— |
47.38
+3.72%
|
45.68
-77.47%
|
202.70
|
| ค่าใช้จ่ายรวม | — |
43.50
|
— |
43.39
+24.01%
|
34.99
-77.80%
|
157.59
|
| กำไรสุทธิ | — |
7.85
|
— |
-30.22
-456.87%
|
8.47
-76.73%
|
36.39
|
| กำไรต่อหุ้น | — |
0.02
|
— |
-0.07
-452.63%
|
0.02
-76.54%
|
0.08
|
| กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ | — |
0.00
|
— |
0.00
+100.00%
|
-1.49
-237.96%
|
1.08
|
| ROE(%) | — |
5.59
|
— |
6.20
-8.28%
|
6.76
|
0.00
|
| ROA(%) | — |
5.57
|
— |
6.09
-0.98%
|
6.15
|
0.00
|
| หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น | — |
0.23
|
— |
0.49
+113.04%
|
0.23
|
0.00
|
| P/E | — |
18.11
|
— |
19.20
-21.98%
|
24.61
+124.61%
|
-100.00
|
| P/BV | — |
1.21
|
— |
1.37
+1.48%
|
1.35
+13.45%
|
1.19
|
| BV | — |
1.63
|
— |
1.58
+1.94%
|
1.55
+4.03%
|
1.49
|
| YIELD(%) | — |
3.55
|
— |
2.78
-38.08%
|
4.49
|
4.49
|
| ราคาหุ้น | — |
1.97
|
— |
2.16
+3.85%
|
2.08
+16.85%
|
1.78
|
| อัตรากำไรขั้นต้น(%) | — |
29.94
|
— | — |
27.04
-4.28%
|
28.25
|
| อัตราค่าใช้จ่าย(%) | — |
24.79
|
— | — |
20.71
-5.69%
|
21.96
|
| อัตรากำไรสุทธิ(%) | — |
4.47
|
— | — |
5.01
-1.18%
|
5.07
|
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
5.59
ROA (%)
5.57
Book Value/หุ้น
1.49
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FTI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
490.03
-13.03%
|
— |
0.00
|
622.51
+76.84%
|
352.02
-5.59%
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
404.73
-4.27%
|
— |
0.00
|
248.46
+15.17%
|
215.74
+18.84%
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
894.76
-9.28%
|
— |
0.00
|
870.97
+53.41%
|
567.75
+2.41%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
119.31
-45.09%
|
— |
0.00
|
128.03
-27.45%
|
176.47
-9.53%
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
50.39
+7.77%
|
— |
0.00
|
33.29
-5.78%
|
35.33
+9.79%
|
| รวมหนี้สิน | — |
169.69
-35.73%
|
— |
0.00
|
161.32
-23.84%
|
211.80
-6.79%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
725.07
+0.40%
|
— |
0.00
|
709.65
+99.37%
|
355.95
+8.80%
|
| D/E | — |
0.23
|
— | — |
0.23
|
0.60
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
5.59
|
— |
6.20
|
6.76
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
5.57
|
— |
6.09
|
6.15
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
4.11
|
— |
2.01
|
4.86
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
1.13
|
— |
0.49
|
2.31
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
33.70
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
248.91
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
22.83
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
259.78
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-197
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FTI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-196.66
|
— |
-18.64
-195.15%
|
19.59
-74.06%
|
75.53
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1.75
|
— |
31.02
+44.08%
|
21.53
-146.08%
|
-46.72
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
162.06
|
— |
-35.69
-87.34%
|
-281.99
+499.34%
|
-47.05
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-32.85
|
— |
-23.30
-90.33%
|
-240.88
+1,220.61%
|
-18.24
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
81.88
+4.53%
|
— |
0.00
-100.00%
|
10.71
-62.99%
|
28.94
+390.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
82.87
+1.21%
|
— |
0.00
-100.00%
|
228.11
+2,029.88%
|
10.71
-63.01%
|