บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.13
+0.01 (+0.89%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3647 out_tok=2181 at=2026-07-25T15:04:28 -->
# FLOYD กำไรสุทธิพุ่ง 349% รับต้นทุนวัสดุลด-บริหารต้นทุนงานก่อสร้างดีเยี่ยม
## รายได้บริการหด แต่กำไรขั้นต้นโตแรง หนุนผลงานปี 65 พลิกบวก
บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน) หรือ FLOYD รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 24.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 349.07% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากความสามารถในการบริหารต้นทุนบริการและต้นทุนงานก่อสร้างที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ แม้รายได้จากการบริการจะปรับตัวลดลงก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ FLOYD พลิกกลับมาเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 349.07% ในปี 2565 คือ **การบริหารต้นทุนบริการและต้นทุนงานก่อสร้างที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** โดยมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 83.27% แม้รายได้จากการบริการจะลดลง 17.76% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้ต้นทุนบริการและต้นทุนงานก่อสร้างลดลงมาจาก 2 ปัจจัยสำคัญที่ฝ่ายจัดการระบุไว้ คือ:
1. **ราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวลดลง:** การที่ราคาต้นทุนหลักในการก่อสร้างลดลง ย่อมส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนบริการของบริษัท
2. **การบริหารต้นทุนงานก่อสร้างต่ำกว่างบประมาณ:** บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการโครงการก่อสร้างให้มีต้นทุนต่ำกว่าที่ตั้งงบประมาณไว้ ซึ่งแสดงถึงประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายและกระบวนการทำงาน
ปัจจัยทั้งสองนี้ส่งผลให้ต้นทุนบริการลดลง 33.02% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (จาก 327.71 ล้านบาท เหลือ 219.51 ล้านบาท) ทำให้แม้รายได้จากการบริการจะลดลงจาก 377.20 ล้านบาท เหลือ 310.21 ล้านบาท แต่กำไรขั้นต้นกลับเพิ่มขึ้นจาก 49.49 ล้านบาท เป็น 90.70 ล้านบาท ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของบริษัทพลิกกลับมาเป็นบวกอย่างโดดเด่น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก**
ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้จากการบริการในช่วงครึ่งปีหลังปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ทำให้ผู้ประกอบการเริ่มเปิดโครงการใหม่ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อการรับรู้รายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การที่ต้นทุนวัสดุก่อสร้างปรับตัวลดลงนั้น อาจเป็นปัจจัยที่ **มีลักษณะครั้งคราว** ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดโลกและอุปทาน หากราคาวัสดุปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรได้ ดังนั้น ความสามารถในการบริหารต้นทุนงานก่อสร้างให้ต่ำกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อรักษาอัตรากำไรในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 349.07%** เป็น 24.07 ล้านบาท จากขาดทุน 6.64 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้จากการบริการลดลง 17.76%** อยู่ที่ 310.21 ล้านบาท โดยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การก่อสร้างชะลอตัวในช่วงครึ่งปีแรก
* **ต้นทุนบริการลดลง 33.02%** อยู่ที่ 219.51 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 83.27%** อยู่ที่ 90.70 ล้านบาท เป็นผลมาจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
* **สาเหตุหลักของกำไรที่เพิ่มขึ้น** มาจากการที่ราคาวัสดุก่อสร้างปรับลดลง และบริษัทฯ สามารถบริหารต้นทุนงานก่อสร้างได้ต่ำกว่างบประมาณที่กำหนดไว้
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 24.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 18.71 ล้านบาท คิดเป็น 349.07% โดยมีรายได้จากการบริการ 310.21 ล้านบาท ลดลง 66.99 ล้านบาท หรือ 17.76% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้การก่อสร้างชะลอตัวและขยายระยะเวลาออกไปในช่วงครึ่งปีแรก อย่างไรก็ตาม รายได้ในช่วงครึ่งปีหลังปรับตัวดีขึ้นหลังสถานการณ์คลี่คลายและผู้ประกอบการเริ่มเปิดโครงการใหม่
ในส่วนของต้นทุนบริการอยู่ที่ 219.51 ล้านบาท ลดลง 108.20 ล้านบาท หรือ 33.02% ซึ่งสอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 41.21 ล้านบาท หรือ 83.27% มาอยู่ที่ 90.70 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ราคาวัสดุก่อสร้างปรับลดลง และบริษัทฯ สามารถบริหารต้นทุนงานก่อสร้างได้ต่ำกว่างบประมาณที่ตั้งไว้
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์:** การที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ทำให้ผู้ประกอบการเริ่มกลับมาเปิดโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565 เป็นสัญญาณบวกต่อความต้องการบริการด้านการก่อสร้างของบริษัทฯ ในอนาคต
* **ประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน:** ความสามารถของบริษัทฯ ในการบริหารต้นทุนงานก่อสร้างให้ต่ำกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ แสดงถึงศักยภาพในการควบคุมค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างผลกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง:** แม้ในปี 2565 ราคาวัสดุก่อสร้างจะปรับลดลง แต่ในอนาคตอาจมีความผันผวนจากปัจจัยภายนอก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไรของบริษัทฯ ได้
* **ผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจและโรคระบาด:** การชะลอตัวของการก่อสร้างที่เคยเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 ชี้ให้เห็นถึงความอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจ หรือการกลับมาระบาดของโรคต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อแผนการลงทุนของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการรับรู้รายได้จากการบริการในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565 ที่ปรับตัวดีขึ้น จะสามารถต่อเนื่องไปในปี 2566 ได้หรือไม่
* ทิศทางราคาวัสดุก่อสร้างในตลาดโลกและในประเทศ จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนของบริษัทฯ อย่างไร
* ความสามารถของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการต้นทุนงานก่อสร้างให้ต่ำกว่างบประมาณอย่างต่อเนื่อง
* การเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ของ FLOYD
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
แม้เอกสาร MD&A จะไม่ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ Backlog, Presale หรือการเปิดโครงการใหม่โดยตรง แต่จากข้อมูลที่ระบุว่า "รายได้จากการบริการในช่วงครึ่งปีหลังปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิค-19 ในประเทศไทยเริ่มคลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้นส่งผลให้ผู้ประกอบการที่ชะลอการเปิดโครงการใหม่ได้เริ่มเปิดโครงการในช่วงครึ่งปีหลัง" บ่งชี้ว่ามีสัญญาณบวกจากการกลับมาดำเนินกิจกรรมของภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นโอกาสในการรับงานก่อสร้างของ FLOYD
ประเด็นสำคัญที่โดดเด่นคือ **ความสามารถในการบริหารต้นทุน** ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการพลิกฟื้นได้อย่างแข็งแกร่ง การที่ต้นทุนบริการลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 33.02% และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 83.27% สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการควบคุมต้นทุนงานก่อสร้างให้ต่ำกว่างบประมาณที่ตั้งไว้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน หรืออัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) รวมถึงข้อมูลกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
ปี 2565 ถือเป็นปีแห่งการพลิกฟื้นของ FLOYD โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 349.07% เป็น 24.07 ล้านบาท หัวใจสำคัญมาจากความสามารถในการบริหารต้นทุนบริการและต้นทุนงานก่อสร้างที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ จากการที่ราคาวัสดุก่อสร้างปรับลดลงและบริษัทฯ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีกว่างบประมาณ แม้รายได้จากการบริการจะหดตัวลงก็ตาม แม้จะมีโอกาสจากการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัสดุและการพึ่งพิงปัจจัยภายนอกยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโตของกำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FLOYD ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
156.55
ล้านบาท
↓ 32.2% YoY
กำไรขั้นต้น
-1.05
ล้านบาท
↓ 102.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-0.67
%
กำไรสุทธิ
-9.62
ล้านบาท
↓ 145.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.14
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
157
↓ -32.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-1
↓ -102.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-10
↓ -145.1%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FLOYD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
13.88
ROA (%)
13.28
Book Value/หุ้น
1.24
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FLOYD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+40
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+57
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FLOYD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
40.36
-134.39%
|
-117.36
-11.71%
|
-132.92
+29.04%
|
-103.01
-474.85%
|
27.48
+4.57%
|
26.28
+1,275.92%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
57.18
-32.39%
|
84.57
+93,866.67%
|
0.09
-82.69%
|
0.52
-98.96%
|
50.10
-132.13%
|
-155.91
+819.82%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
36.28
+1,351.20%
|
2.50
+11.11%
|
2.25
+4,400.00%
|
0.05
-16.67%
|
0.06
-100.18%
|
-32.49
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
133.80
-541.73%
|
-30.29
-76.80%
|
-130.58
+27.48%
|
-102.43
-231.93%
|
77.64
-147.89%
|
-162.12
+977.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
162.20
+36.69%
|
118.66
+25.04%
|
94.90
+235.69%
|
28.27
-78.19%
|
129.62
-55.57%
|
291.73
-8.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
294.56
+81.45%
|
162.34
+36.81%
|
118.66
+25.04%
|
94.90
+235.67%
|
0.00
-100.00%
|
129.62
-55.57%
|