บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.13
+0.01 (+0.89%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4195 out_tok=1960 at=2026-07-25T15:38:22 -->
# FLOYD กำไรสุทธิ Q3/2565 พลิกบวก 4 ล้านบาท รับแรงหนุนรายได้โครงการพุ่ง 134%
## รายได้ตามสัญญาพุ่งแรงดันกำไรโต ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน) หรือ FLOYD รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 4 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ตามสัญญาที่ทำกับลูกค้า อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องจับตา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ FLOYD ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 4 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 2 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน มาจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้ตามสัญญาที่ทำกับลูกค้า ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 134% หรือคิดเป็น 110 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทและบริษัทย่อยอยู่ที่ 193 ล้านบาท
ปัจจัยที่ส่งผลให้รายได้ตามสัญญาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มาจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องมีโครงการใหม่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลบวกต่อปริมาณงานของบริษัท โดยฝ่ายจัดการระบุว่าในไตรมาส 2 ปี 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีต้นทุนเพิ่มขึ้น 177% สืบเนื่องจากปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการรับรู้รายได้จากโครงการที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 ปี 2565
อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่อัตรากำไรขั้นต้นกลับปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 31% ในไตรมาส 3 ปี 2564 มาอยู่ที่ 18% ในไตรมาส 3 ปี 2565 สาเหตุหลักมาจากราคาวัตถุดิบที่แพงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานโดยตรง นอกจากนี้ บริษัทยังมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่เคยมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 5 ล้านบาท ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กดดันผลกำไร
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** ปัจจัยบวกด้านปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นจากการมีโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม มีแนวโน้มที่จะส่งผลดีต่อรายได้ของบริษัทในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและผลกำไรสุทธิในอนาคต ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและส่งผ่านภาระต้นทุนไปยังลูกค้าได้มากน้อยเพียงใด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก:** บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 4 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2565 เทียบกับขาดทุนสุทธิ 2 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
* **รายได้ตามสัญญาพุ่งแรง:** รายได้ตามสัญญาที่ทำกับลูกค้าเพิ่มขึ้น 134% หรือ 110 ล้านบาท เป็น 192 ล้านบาท จาก 82 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 31% ในไตรมาส 3 ปี 2564 เหลือ 18% ในไตรมาส 3 ปี 2565
* **ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น:** ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 122% หรือ 105 ล้านบาท เป็น 191 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นและราคาวัตถุดิบที่แพงขึ้น
* **ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน:** เกิดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 5 ล้านบาท
* **ธุรกิจในเมียนมายังขาดทุน:** บริษัทย่อยในเมียนมา (UEM) ยังคงมีผลขาดทุน 3.6 ล้านบาท แม้จะกลับมาเปิดโรงงานและจำกัดกำลังแรงงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 193 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 121% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 ที่มีรายได้ 87 ล้านบาท โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากรายได้ตามสัญญาที่ทำกับลูกค้า ซึ่งเพิ่มขึ้น 134% เป็น 192 ล้านบาท จาก 82 ล้านบาทในปีก่อน ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 122% เป็น 191 ล้านบาท จาก 86 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงจาก 31% เหลือ 18% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 22 ล้านบาท และมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 5 ล้านบาท ทำให้บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **โครงการใหม่ในอุตสาหกรรม:** การมีโครงการใหม่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเป็นปัจจัยบวกที่ส่งผลให้ปริมาณงานของบริษัทเพิ่มขึ้น
* **การกลับมาดำเนินงานของบริษัทย่อยในเมียนมา:** การเปิดโรงงานใหม่และเริ่มดำเนินงานในเมียนมา แม้จะยังขาดทุน แต่เป็นการกลับมาดำเนินธุรกิจเพื่อรองรับโครงการขนาดเล็ก
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** ราคาวัตถุดิบที่แพงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิ
* **ความไม่แน่นอนในเมียนมา:** ธุรกิจในเมียนมายังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากนโยบายการเงินของภาครัฐ และยังคงมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ ในไตรมาสถัดไป
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ และการส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้า
* ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ
* ทิศทางผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยในเมียนมา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในฐานะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ผลประกอบการของ FLOYD ในไตรมาส 3 ปี 2565 ได้รับอิทธิพลโดยตรงจากปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบเป็นความท้าทายสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญในธุรกิจก่อสร้าง การบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทและบริษัทย่อยโดยตรง
## สรุปท้าย
FLOYD พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 จากแรงหนุนของรายได้ตามสัญญาที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการมีโครงการใหม่ๆ ในอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างมาก ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา ขณะที่ธุรกิจในเมียนมายังคงเผชิญความท้าทายและขาดทุนต่อเนื่อง การบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FLOYD ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
156.55
ล้านบาท
↓ 32.2% YoY
กำไรขั้นต้น
-1.05
ล้านบาท
↓ 102.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-0.67
%
กำไรสุทธิ
-9.62
ล้านบาท
↓ 145.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.14
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
157
↓ -32.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-1
↓ -102.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-10
↓ -145.1%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FLOYD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
13.88
ROA (%)
13.28
Book Value/หุ้น
1.24
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FLOYD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+40
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+57
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FLOYD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
40.36
-134.39%
|
-117.36
-11.71%
|
-132.92
+29.04%
|
-103.01
-474.85%
|
27.48
+4.57%
|
26.28
+1,275.92%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
57.18
-32.39%
|
84.57
+93,866.67%
|
0.09
-82.69%
|
0.52
-98.96%
|
50.10
-132.13%
|
-155.91
+819.82%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
36.28
+1,351.20%
|
2.50
+11.11%
|
2.25
+4,400.00%
|
0.05
-16.67%
|
0.06
-100.18%
|
-32.49
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
133.80
-541.73%
|
-30.29
-76.80%
|
-130.58
+27.48%
|
-102.43
-231.93%
|
77.64
-147.89%
|
-162.12
+977.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
162.20
+36.69%
|
118.66
+25.04%
|
94.90
+235.69%
|
28.27
-78.19%
|
129.62
-55.57%
|
291.73
-8.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
294.56
+81.45%
|
162.34
+36.81%
|
118.66
+25.04%
|
94.90
+235.67%
|
0.00
-100.00%
|
129.62
-55.57%
|