EURO
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
EURO
บริษัท ยูโร ครีเอชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
8.30
+0.00 (+0.00%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 4 ปี 2565

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9521 out_tok=3101 at=2026-07-25T14:08:49 --> # EURO กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 11.71% รับแรงหนุนรายได้ B2B พุ่ง 45.70% ## รายได้รวมโต 27.39% แต่กำไรสุทธิโตช้ากว่า เหตุ GPM ลดลงจากการปรับสัดส่วนลูกค้า บริษัท ยูโร ครีเอชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ EURO รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 1,068.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.39% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 135.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.71% แม้รายได้จะเติบโตโดดเด่น แต่กำไรสุทธิเติบโตในอัตราที่ช้ากว่า เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับลดลง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ EURO ในปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B) ที่เพิ่มขึ้นถึง 45.70%** ซึ่งช่วยชดเชยการเติบโตที่ชะลอลงของกลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C) อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนรายได้ไปสู่กลุ่ม B2B ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมของบริษัทปรับลดลงจาก 49.87% ในปี 2564 เป็น 46.95% ในปี 2565 ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้กลุ่ม B2B มาจากการฟื้นตัวของภาคเอกชน โดยเฉพาะในกลุ่มโรงแรมและโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี (คอนโดและบ้านจัดสรร) ซึ่งบริษัทฯ มีการขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการประดับตกแต่งและอุปกรณ์ฟิตเนส (Stage 3) ให้กับลูกค้ากลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอุปกรณ์เครื่องออกกำลังกายและเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับฟิตเนส ซึ่งเป็นสินค้าที่สร้างอัตรากำไรขั้นต้นได้สูงกว่ากลุ่มอื่น ในขณะที่กลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C) แม้รายได้จะเติบโต 17.92% แต่สัดส่วนรายได้ลดลง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรมงานภายใน (Stage 1) ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่ม B2C ลดลงจาก 54.31% เป็น 47.58% ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนกำไรขั้นต้น** การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจโรงแรมเป็นปัจจัยบวกที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ มีการขายสินค้ากลุ่ม B2B ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2565 เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าสัดส่วนนี้จะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูงได้ต่อเนื่องหรือไม่ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 33.68% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้รวม จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของกำไรในอนาคต ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมเติบโต 27.39%** แตะ 1,068.45 ล้านบาท จาก 838.73 ล้านบาทในปี 2564 * **กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 11.71%** เป็น 135.91 ล้านบาท จาก 121.66 ล้านบาทในปี 2564 * **อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลง** จาก 49.87% เป็น 46.95% เนื่องจากสัดส่วนรายได้ B2B ที่มีกำไรขั้นต้นต่ำกว่าเพิ่มขึ้น * **รายได้กลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B) พุ่ง 45.70%** เป็น 365.86 ล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ฟิตเนส * **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 33.68%** สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น * **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 24.35%** เป็น 1,244.69 ล้านบาท จากสินค้าคงเหลือและสินทรัพย์สิทธิการใช้ที่เพิ่มขึ้น * **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 36.33%** เป็น 1,023.72 ล้านบาท จากเจ้าหนี้การค้าและหนี้สินตามสัญญาเช่า * **ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 11.63%** เป็น 220.97 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2565 EURO มีรายได้จากการขายและการบริการรวม 1,047.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.33% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตของรายได้กลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B) ที่เพิ่มขึ้นถึง 45.70% โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการประดับตกแต่งและอุปกรณ์ฟิตเนส ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของภาคเอกชน โดยเฉพาะโรงแรมและโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี ในขณะที่รายได้กลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C) เติบโต 17.92% โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์โคมไฟและอุปกรณ์ควบคุมอัจฉริยะ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและการบริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้รวมที่ 33.68% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 49.87% ในปี 2564 เป็น 46.95% ในปี 2565 โดยอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายและบริการกลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C) ลดลงจาก 54.31% เป็น 47.58% เนื่องจากสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่กำไรขั้นต้นต่ำกว่าเพิ่มขึ้น ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B) เพิ่มขึ้นจาก 39.64% เป็น 45.78% จากการขายสินค้ากลุ่มฟิตเนสที่ให้กำไรสูง เมื่อพิจารณากำไรสุทธิ บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 135.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.71% จากปีก่อน แต่มีอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 14.51% เป็น 12.72% เนื่องจากต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสัดส่วนรายได้ หากไม่รวมรายการพิเศษจากการขายอาคารโชว์รูมทองหล่อ 16.01 ล้านบาท กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติจะอยู่ที่ 123.10 ล้านบาท ## โอกาส * **การฟื้นตัวของภาคธุรกิจ:** การที่ภาคเอกชน โดยเฉพาะโรงแรมและโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีเริ่มฟื้นตัว เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มยอดขายกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B) * **ความต้องการสินค้าแบรนด์ต่างประเทศ:** กลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงยังคงมีความต้องการสินค้าแบรนด์จากต่างประเทศ ประกอบกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เกิดความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้น * **การขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์:** การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการประดับตกแต่งและอุปกรณ์ฟิตเนสในกลุ่ม B2B แสดงให้เห็นถึงโอกาสในการขยายตลาดในกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและบริการที่สูงกว่ารายได้ อาจเป็นสัญญาณของแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่ง หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้า * **การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนลูกค้า:** การพึ่งพิงรายได้จากกลุ่ม B2B ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรโดยรวม หากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ * **ความผันผวนทางเศรษฐกิจ:** แม้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะมีกำลังซื้อสูง แต่สถานการณ์ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง * **การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 133.99 ล้านบาท อาจสะท้อนถึงการสต็อกสินค้าเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น หรืออาจเป็นความเสี่ยงหากยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น:** การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่ม B2B และการบริหารจัดการต้นทุนของกลุ่ม B2C จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อกำไรในอนาคต * **การเติบโตของรายได้ B2B:** การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมจะส่งผลต่อยอดขายกลุ่ม B2B อย่างไร * **การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการ:** การควบคุมต้นทุนที่เพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ * **การบริหารสินค้าคงเหลือ:** การระบายสินค้าคงเหลือที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น * **การประกาศจ่ายเงินปันผล:** นโยบายการจ่ายเงินปันผลส่งผลต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค) **รายได้:** * **B2C:** เติบโต 17.92% โดยผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรมงานภายใน (Stage 1) โคมไฟและอุปกรณ์ควบคุมอัจฉริยะ เติบโต 50.91% กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการใช้งานในบ้านและอาคาร (Stage 2) เติบโต 9.19% และกลุ่มผลิตภัณฑ์ตกแต่งและอุปกรณ์ฟิตเนส (Stage 3) เติบโต 16.86% * **B2B:** เติบโต 45.70% โดยผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรมงานภายใน (Stage 1) เติบโต 9.02% กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการใช้งานในบ้านและอาคาร (Stage 2) เติบโต 58.90% และกลุ่มผลิตภัณฑ์ตกแต่งและอุปกรณ์ฟิตเนส (Stage 3) เติบโตโดดเด่นถึง 125.02% **ต้นทุนและกำไรขั้นต้น:** * ต้นทุนขายและบริการ B2C เพิ่มขึ้น 35.28% และ B2B เพิ่มขึ้น 30.87% * อัตรากำไรขั้นต้น B2C ลดลงจาก 54.31% เป็น 47.58% * อัตรากำไรขั้นต้น B2B เพิ่มขึ้นจาก 39.64% เป็น 45.78% **ช่องทางขาย:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดช่องทางการขายที่ชัดเจน (เช่น Modern Trade, Online) แต่มีการจำแนกตามประเภทลูกค้า (B2C, B2B) และประเภทผลิตภัณฑ์ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด **สินทรัพย์:** รวม 1,244.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.35% โดยมีสินค้าคงเหลือสุทธิเพิ่มขึ้น 133.99 ล้านบาท และสินทรัพย์สิทธิการใช้สุทธิเพิ่มขึ้นจากการทำสัญญาเช่าโชว์รูมและคลังสินค้า **หนี้สิน:** รวม 1,023.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.33% โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น รายได้รับล่วงหน้า และหนี้สินตามสัญญาเช่าเพิ่มขึ้น **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** รวม 220.97 ล้านบาท ลดลง 11.63% เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 145.00 ล้านบาท แม้บริษัทฯ จะมีกำไรเบ็ดเสร็จ 135.91 ล้านบาท **อัตราส่วนทางการเงิน:** * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio)** เพิ่มขึ้นจาก 3.00 เป็น 4.63 บ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของการกู้ยืมเมื่อเทียบกับส่วนทุน * **อัตราส่วนสภาพคล่อง** ลดลงจาก 1.27 เป็น 1.08 * **ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย** ลดลงจาก 308 วัน เป็น 295 วัน * **ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย** ลดลงจาก 26 วัน เป็น 19 วัน * **ระยะเวลาชำระหนี้เฉลี่ย** เพิ่มขึ้นจาก 238 วัน เป็น 263 วัน ## สรุปท้าย EURO ในปี 2565 สามารถสร้างการเติบโตของรายได้รวมได้อย่างน่าประทับใจถึง 27.39% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B) ที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ฟิตเนส อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนรายได้ไปสู่กลุ่ม B2B ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับลดลง และทำให้กำไรสุทธิเติบโตในอัตราที่ช้ากว่ารายได้ การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ทำกำไรได้ดี จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงจากแรงกดดันด้านต้นทุนและความผันผวนทางเศรษฐกิจ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ EURO ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
1,429.13 ล้านบาท
↑ 11.4% YoY
กำไรขั้นต้น
171.13 ล้านบาท
↓ 1.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.97 %
กำไรสุทธิ
39.16 ล้านบาท
↑ 2.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.74 %
D/E Ratio
1.24
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,429
↑ + 11.4% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
171
↓ -1.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
39
↑ + 2.7% YoY
D/E Ratio
1.24

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — EURO

ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.24
ROE (%)
15.95
ROA (%)
9.65
Book Value/หุ้น
3.17

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — EURO

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,248.37
+1.77%
1,226.71
+47.16%
833.58
+13.86%
732.13
+28.43%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
904.16
+16.20%
778.11
+26.90%
613.19
+19.63%
512.56
+18.95%
รวมสินทรัพย์ —
2,152.52
+7.37%
2,004.82
+38.57%
1,446.77
+16.24%
1,244.69
+24.35%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
881.02
+13.69%
774.96
-10.19%
862.89
+27.20%
678.37
+50.89%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
312.54
-10.12%
347.73
-12.28%
396.40
+14.78%
345.35
+14.61%
รวมหนี้สิน —
1,193.56
+6.31%
1,122.69
-10.85%
1,259.29
+23.01%
1,023.72
+36.33%
รวมส่วนของเจ้าของ —
958.96
+8.71%
882.13
+370.52%
187.48
-15.16%
220.97
-11.63%
D/E —
1.24
1.27
6.72
4.63
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
15.95
23.59
91.09
61.70
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
9.65
10.20
16.47
14.93
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.42
1.58
0.97
1.08
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.38
0.55
0.28
0.32
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
40.43
51.67
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
408.41
372.45
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
91.38
91.30
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
357.47
332.82
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+75
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-71
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — EURO

รายการ 2569 2568 2567 2566
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
74.63
-79.91%
371.57
+196.54%
125.30
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-70.71
-133.66%
210.07
-358.55%
-81.25
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
240.98
-120.93%
-1,151.63
+1,068.57%
-98.55
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
96.28
-133.04%
-291.42
+434.72%
-54.50
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
122.07
+112.18%
57.53
-48.65%
112.04
+149.65%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
199.22
+63.20%
122.07
+112.18%
57.53
-48.65%