บริษัท ยูโร ครีเอชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
6.55
+0.50 (+8.26%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9503 out_tok=3174 at=2026-07-25T14:02:28 -->
# EURO กำไรสุทธิ Q3/2566 พุ่ง 44% รับรายได้โตแรง 33% จาก B2C และ B2B
## รายได้-กำไร EURO Q3/2566 เติบโตโดดเด่น ปัจจัยหลักจากยอดขายกลุ่มสถาปัตยกรรมภายในและบ้านพักอาศัย ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวดีขึ้น
บริษัท ยูโร ครีเอชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ EURO รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2566 มีกำไรสุทธิ 138.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.06% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและการบริการรวม 958.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.99% จากการเติบโตของทั้งกลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C) และกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B) ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายที่แข็งแกร่ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ EURO ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายและการบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 32.99%** โดยมีแรงหนุนหลักจากทั้งกลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C) และกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B) ควบคู่ไปกับการ **ปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นรวม** จาก 46.63% เป็น 47.46% ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 44.06%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากปัจจัยหลัก 2 ส่วน คือ:
* **กลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C):** รายได้เพิ่มขึ้น 32.96% โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรมงานภายใน (Stage 1) ที่เติบโตสูงถึง 232.19% และกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการประดับตกแต่งและอุปกรณ์ฟิตเนส (Stage 3) ที่เพิ่มขึ้น 18.37% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่ามาจากรายการสั่งซื้อสินค้ามูลค่าสูงที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง
* **กลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B):** รายได้เพิ่มขึ้น 33.05% โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เพื่อการใช้งานในพื้นที่ต่างๆ ภายในบ้านและอาคาร (Stage 2) ที่เติบโตโดดเด่นถึง 283.35% และกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการประดับตกแต่งและอุปกรณ์ฟิตเนส (Stage 3) ที่เพิ่มขึ้น 17.49%
ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นรวมที่ปรับตัวดีขึ้นนั้น มาจากการที่อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 48.11% เป็น 52.48% เนื่องจากรายการสั่งซื้อสินค้ามูลค่าสูงที่มีอัตรากำไรสูง ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B) ปรับลดลงเล็กน้อยจาก 43.47% เป็น 36.77% เนื่องจากมีสัดส่วนของรายการสั่งซื้อสินค้าที่มีอัตรากำไรไม่สูงนักเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ในกลุ่ม B2C ที่มีอัตรากำไรสูงกว่าได้ช่วยชดเชยและส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยเฉพาะ** การเติบโตของรายได้จากทั้งสองกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรมภายในและบ้านพักอาศัย มีแนวโน้มที่จะได้รับอานิสงส์จากการพัฒนาโครงการโชว์รูมใหม่ 3 แห่ง (ทองหล่อซอย 1, ภูเก็ต, ทองหล่อซอย 5) ซึ่งจะช่วยขยายฐานลูกค้าและช่องทางการขาย อย่างไรก็ตาม การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในกลุ่ม B2B อาจเป็นประเด็นที่ต้องจับตา เนื่องจากขึ้นอยู่กับประเภทของคำสั่งซื้อที่เข้ามาเป็นสำคัญ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 เท่ากับ 138.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.06% YoY**
* **รายได้จากการขายและการบริการ 9 เดือนแรกปี 2566 เท่ากับ 958.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.99% YoY**
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวม 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 47.46% เพิ่มขึ้นจาก 46.63% ในปีก่อน**
* **อัตรากำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 14.33% เพิ่มขึ้นจาก 12.99% ในปีก่อน**
* **การเติบโตของรายได้ B2C มาจากผลิตภัณฑ์สถาปัตยกรรมภายในและกลุ่มตกแต่งบ้าน/ฟิตเนส**
* **การเติบโตของรายได้ B2B มาจากผลิตภัณฑ์ใช้งานในบ้าน/อาคาร และกลุ่มตกแต่งบ้าน/ฟิตเนส**
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 6.92% เป็น 1,330.86 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและอาคาร/อุปกรณ์เพื่อพัฒนาโครงการใหม่**
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 10.12% เป็น 1,127.34 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมระยะสั้นและสัญญาเช่า**
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 7.90% เป็น 203.53 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล**
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการบริการรวม 958.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.99% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของรายได้ทั้งในกลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C) และกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B) โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรมงานภายใน และผลิตภัณฑ์เพื่อการใช้งานในพื้นที่ต่างๆ ภายในบ้านและอาคาร
ต้นทุนขายและการบริการรวมเพิ่มขึ้น 30.93% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 46.63% เป็น 47.46% โดยมีแรงหนุนสำคัญจากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นในกลุ่ม B2C
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของธุรกิจ แต่สามารถควบคุมได้เมื่อเทียบกับรายได้ ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 46.86% และกำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 138.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.06% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 14.33% ซึ่งดีขึ้นจาก 12.99% ในปีก่อน
หากพิจารณาปรับปรุงรายการที่ไม่ใช่รายการปกติ (one-time item) คือ กำไรจากการจำหน่ายทรัพย์สิน 16.01 ล้านบาทในปี 2565 กำไรสุทธิปรับปรุงสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 จะอยู่ที่ 83.37 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 11.26% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งของผลการดำเนินงานในปี 2566
## โอกาส
* **การขยายช่องทางการขาย:** การพัฒนาโครงการโชว์รูมใหม่ 3 แห่ง (ทองหล่อซอย 1, ภูเก็ต, ทองหล่อซอย 5) จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและขยายฐานรายได้ในอนาคต
* **ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง:** การมีรายการสั่งซื้อสินค้ามูลค่าสูงในกลุ่ม B2C ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง เป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรที่เพิ่มขึ้น
* **การเติบโตของตลาด:** การเติบโตของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรมภายในและผลิตภัณฑ์เพื่อการใช้งานในบ้านและอาคาร สะท้อนถึงความต้องการของตลาดที่ยังคงมีอยู่
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตรากำไร B2B:** การพึ่งพิงคำสั่งซื้อจากลูกค้าธุรกิจบางรายที่มีอัตรากำไรต่ำ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นรวมของกลุ่ม B2B หากสัดส่วนเพิ่มขึ้น
* **การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้ว่าต้นทุนขายและการบริการจะเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับรายได้ แต่การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าและค่าขนส่งยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจสินค้าตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์มีการแข่งขันสูง การรักษาความสามารถในการแข่งขันและส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นสิ่งสำคัญ
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์การออกแบบและความต้องการของลูกค้าเป็นสิ่งจำเป็น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าและการเปิดดำเนินการของโชว์รูมใหม่ทั้ง 3 แห่ง** และผลกระทบต่อรายได้และส่วนแบ่งทางการตลาด
* **สัดส่วนของคำสั่งซื้อสินค้ามูลค่าสูงและอัตรากำไรขั้นต้นในกลุ่ม B2C** เพื่อประเมินความต่อเนื่องของอัตรากำไร
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายและการบริการ** โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าและค่าขนส่ง
* **แนวโน้มการเติบโตของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรมภายในและกลุ่มสินค้าตกแต่งบ้าน/ฟิตเนส**
* **การบริหารจัดการหนี้สินระยะสั้น** และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **การเติบโตของรายได้ B2C:** รายได้จากกลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C) เติบโตอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรมงานภายใน (Stage 1) ที่เพิ่มขึ้นถึง 232.19% ซึ่งอาจสะท้อนถึงการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ หรือการลงทุนในโครงการที่อยู่อาศัยระดับบน รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการประดับตกแต่งและอุปกรณ์ฟิตเนส (Stage 3) ที่เพิ่มขึ้น 18.37%
* **การเติบโตของรายได้ B2B:** รายได้จากกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B) ก็เติบโตได้ดีเช่นกัน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เพื่อการใช้งานในพื้นที่ต่างๆ ภายในบ้านและอาคาร (Stage 2) ที่เพิ่มขึ้นถึง 283.35% ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับโครงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ หรือการปรับปรุงพื้นที่สำนักงาน/ที่พักอาศัย
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** การที่อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวดีขึ้น แม้จะมีสัดส่วนคำสั่งซื้อ B2B ที่มีอัตรากำไรต่ำเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการราคาขายและต้นทุนในกลุ่ม B2C ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะจากสินค้ามูลค่าสูง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 1,330.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.92% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์หลักคือสินค้าคงเหลือ (40.82%) และสินทรัพย์สิทธิการใช้ (32.51%) การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ส่วนใหญ่มาจากลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ และการลงทุนในอาคารและอุปกรณ์เพื่อพัฒนาโครงการโชว์รูมใหม่
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,127.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.12% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินหลักประกอบด้วยเจ้าหนี้การค้า (38.61%), หนี้สินตามสัญญาเช่า (35.61%), เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้น (15.20%) การเพิ่มขึ้นของหนี้สินส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นและภาระหนี้สินตามสัญญาเช่าสำหรับโชว์รูมใหม่
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 7.90% เป็น 203.53 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจำนวน 158.75 ล้านบาท
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 0.99 เท่า ลดลงจาก 1.08 เท่าในปี 2565 ซึ่งบ่งชี้ว่าสภาพคล่องอาจตึงตัวขึ้นเล็กน้อย
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 5.51 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 4.63 เท่าในปี 2565 ซึ่งแสดงถึงการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้สินเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น
## สรุปท้าย
ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2566 ของ EURO เติบโตอย่างน่าประทับใจ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากทั้งกลุ่มลูกค้าทั่วไปและลูกค้าธุรกิจ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม B2C ซึ่งได้รับแรงหนุนจากสินค้ามูลค่าสูง การลงทุนในโครงการโชว์รูมใหม่เป็นโอกาสสำคัญในการขยายธุรกิจในอนาคต อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ต้องบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตรากำไรในกลุ่ม B2B และการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้สินอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ EURO ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
1,429.13
ล้านบาท
↑ 11.4% YoY
กำไรขั้นต้น
171.13
ล้านบาท
↓ 1.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.97
%
กำไรสุทธิ
39.16
ล้านบาท
↑ 2.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.74
%
D/E Ratio
1.24
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,429
↑ + 11.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
171
↓ -1.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
39
↑ + 2.7%
YoY
D/E Ratio
1.24
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — EURO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 |
|---|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม | — |
1,429.13
+11.43%
|
1,282.56
+12,821.17%
|
9.93
|
0.00
|
| กำไรขั้นต้น | — |
171.13
-1.29%
|
173.36
-60.38%
|
437.56
-11.07%
|
492.00
|
| ค่าใช้จ่ายรวม | — |
36.40
+136.35%
|
-100.14
-134.35%
|
291.56
-10.69%
|
326.47
|
| กำไรสุทธิ | — |
39.16
+2.66%
|
38.15
-67.59%
|
117.69
+10.86%
|
106.16
|
| กำไรต่อหุ้น | — |
0.13
+2.40%
|
0.13
-67.62%
|
0.39
+10.92%
|
0.35
|
| กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ | — |
4.50
+55.17%
|
2.90
-36.68%
|
4.58
+1,626.67%
|
-0.30
|
| ROE(%) | — |
15.95
-32.39%
|
23.59
-74.10%
|
91.09
+47.63%
|
61.70
|
| ROA(%) | — |
9.65
-5.39%
|
10.20
-38.07%
|
16.47
+10.31%
|
14.93
|
| หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น | — |
1.24
-2.36%
|
1.27
-81.10%
|
6.72
+45.14%
|
4.63
|
| P/E | — |
8.92
-26.40%
|
12.12
-2.73%
|
12.46
|
12.46
|
| P/BV | — |
1.41
-17.54%
|
1.71
-14.07%
|
1.99
|
1.99
|
| BV | — |
3.02
+9.42%
|
2.76
-16.11%
|
3.29
|
3.29
|
| YIELD(%) | — |
5.16
+34.38%
|
3.84
|
3.84
|
3.84
|
| ราคาหุ้น | — |
4.26
-9.75%
|
4.72
-27.94%
|
6.55
|
6.55
|
| อัตรากำไรขั้นต้น(%) | — |
11.97
-11.46%
|
13.52
-99.69%
|
4,408.22
|
— |
| อัตราค่าใช้จ่าย(%) | — |
2.55
+132.65%
|
-7.81
-100.27%
|
2,937.36
|
— |
| อัตรากำไรสุทธิ(%) | — |
2.74
-7.74%
|
2.97
-99.75%
|
1,185.68
|
— |
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.24
ROE (%)
15.95
ROA (%)
9.65
Book Value/หุ้น
3.29
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — EURO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+75
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-71
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — EURO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
74.63
-79.91%
|
371.57
+196.54%
|
125.30
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-70.71
-133.66%
|
210.07
-358.55%
|
-81.25
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
240.98
-120.93%
|
-1,151.63
+1,068.57%
|
-98.55
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
96.28
-133.04%
|
-291.42
+434.72%
|
-54.50
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
122.07
+112.18%
|
57.53
-48.65%
|
112.04
+149.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
199.22
+63.20%
|
122.07
+112.18%
|
57.53
-48.65%
|