EURO
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
EURO
บริษัท ยูโร ครีเอชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
8.30
+0.00 (+0.00%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 3 ปี 2566

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9503 out_tok=3174 at=2026-07-25T14:02:28 --> # EURO กำไรสุทธิ Q3/2566 พุ่ง 44% รับรายได้โตแรง 33% จาก B2C และ B2B ## รายได้-กำไร EURO Q3/2566 เติบโตโดดเด่น ปัจจัยหลักจากยอดขายกลุ่มสถาปัตยกรรมภายในและบ้านพักอาศัย ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวดีขึ้น บริษัท ยูโร ครีเอชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ EURO รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2566 มีกำไรสุทธิ 138.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.06% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและการบริการรวม 958.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.99% จากการเติบโตของทั้งกลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C) และกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B) ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายที่แข็งแกร่ง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ EURO ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายและการบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 32.99%** โดยมีแรงหนุนหลักจากทั้งกลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C) และกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B) ควบคู่ไปกับการ **ปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นรวม** จาก 46.63% เป็น 47.46% ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 44.06% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้มาจากปัจจัยหลัก 2 ส่วน คือ: * **กลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C):** รายได้เพิ่มขึ้น 32.96% โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรมงานภายใน (Stage 1) ที่เติบโตสูงถึง 232.19% และกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการประดับตกแต่งและอุปกรณ์ฟิตเนส (Stage 3) ที่เพิ่มขึ้น 18.37% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่ามาจากรายการสั่งซื้อสินค้ามูลค่าสูงที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง * **กลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B):** รายได้เพิ่มขึ้น 33.05% โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เพื่อการใช้งานในพื้นที่ต่างๆ ภายในบ้านและอาคาร (Stage 2) ที่เติบโตโดดเด่นถึง 283.35% และกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการประดับตกแต่งและอุปกรณ์ฟิตเนส (Stage 3) ที่เพิ่มขึ้น 17.49% ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นรวมที่ปรับตัวดีขึ้นนั้น มาจากการที่อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 48.11% เป็น 52.48% เนื่องจากรายการสั่งซื้อสินค้ามูลค่าสูงที่มีอัตรากำไรสูง ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B) ปรับลดลงเล็กน้อยจาก 43.47% เป็น 36.77% เนื่องจากมีสัดส่วนของรายการสั่งซื้อสินค้าที่มีอัตรากำไรไม่สูงนักเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ในกลุ่ม B2C ที่มีอัตรากำไรสูงกว่าได้ช่วยชดเชยและส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมดีขึ้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยเฉพาะ** การเติบโตของรายได้จากทั้งสองกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรมภายในและบ้านพักอาศัย มีแนวโน้มที่จะได้รับอานิสงส์จากการพัฒนาโครงการโชว์รูมใหม่ 3 แห่ง (ทองหล่อซอย 1, ภูเก็ต, ทองหล่อซอย 5) ซึ่งจะช่วยขยายฐานลูกค้าและช่องทางการขาย อย่างไรก็ตาม การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในกลุ่ม B2B อาจเป็นประเด็นที่ต้องจับตา เนื่องจากขึ้นอยู่กับประเภทของคำสั่งซื้อที่เข้ามาเป็นสำคัญ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 เท่ากับ 138.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.06% YoY** * **รายได้จากการขายและการบริการ 9 เดือนแรกปี 2566 เท่ากับ 958.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.99% YoY** * **อัตรากำไรขั้นต้นรวม 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 47.46% เพิ่มขึ้นจาก 46.63% ในปีก่อน** * **อัตรากำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 14.33% เพิ่มขึ้นจาก 12.99% ในปีก่อน** * **การเติบโตของรายได้ B2C มาจากผลิตภัณฑ์สถาปัตยกรรมภายในและกลุ่มตกแต่งบ้าน/ฟิตเนส** * **การเติบโตของรายได้ B2B มาจากผลิตภัณฑ์ใช้งานในบ้าน/อาคาร และกลุ่มตกแต่งบ้าน/ฟิตเนส** * **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 6.92% เป็น 1,330.86 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและอาคาร/อุปกรณ์เพื่อพัฒนาโครงการใหม่** * **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 10.12% เป็น 1,127.34 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมระยะสั้นและสัญญาเช่า** * **ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 7.90% เป็น 203.53 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล** ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการบริการรวม 958.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.99% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของรายได้ทั้งในกลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C) และกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B) โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรมงานภายใน และผลิตภัณฑ์เพื่อการใช้งานในพื้นที่ต่างๆ ภายในบ้านและอาคาร ต้นทุนขายและการบริการรวมเพิ่มขึ้น 30.93% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 46.63% เป็น 47.46% โดยมีแรงหนุนสำคัญจากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นในกลุ่ม B2C ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของธุรกิจ แต่สามารถควบคุมได้เมื่อเทียบกับรายได้ ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 46.86% และกำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 138.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.06% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 14.33% ซึ่งดีขึ้นจาก 12.99% ในปีก่อน หากพิจารณาปรับปรุงรายการที่ไม่ใช่รายการปกติ (one-time item) คือ กำไรจากการจำหน่ายทรัพย์สิน 16.01 ล้านบาทในปี 2565 กำไรสุทธิปรับปรุงสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 จะอยู่ที่ 83.37 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 11.26% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งของผลการดำเนินงานในปี 2566 ## โอกาส * **การขยายช่องทางการขาย:** การพัฒนาโครงการโชว์รูมใหม่ 3 แห่ง (ทองหล่อซอย 1, ภูเก็ต, ทองหล่อซอย 5) จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและขยายฐานรายได้ในอนาคต * **ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง:** การมีรายการสั่งซื้อสินค้ามูลค่าสูงในกลุ่ม B2C ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง เป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรที่เพิ่มขึ้น * **การเติบโตของตลาด:** การเติบโตของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรมภายในและผลิตภัณฑ์เพื่อการใช้งานในบ้านและอาคาร สะท้อนถึงความต้องการของตลาดที่ยังคงมีอยู่ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของอัตรากำไร B2B:** การพึ่งพิงคำสั่งซื้อจากลูกค้าธุรกิจบางรายที่มีอัตรากำไรต่ำ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นรวมของกลุ่ม B2B หากสัดส่วนเพิ่มขึ้น * **การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้ว่าต้นทุนขายและการบริการจะเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับรายได้ แต่การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าและค่าขนส่งยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ * **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจสินค้าตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์มีการแข่งขันสูง การรักษาความสามารถในการแข่งขันและส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นสิ่งสำคัญ * **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์การออกแบบและความต้องการของลูกค้าเป็นสิ่งจำเป็น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ความคืบหน้าและการเปิดดำเนินการของโชว์รูมใหม่ทั้ง 3 แห่ง** และผลกระทบต่อรายได้และส่วนแบ่งทางการตลาด * **สัดส่วนของคำสั่งซื้อสินค้ามูลค่าสูงและอัตรากำไรขั้นต้นในกลุ่ม B2C** เพื่อประเมินความต่อเนื่องของอัตรากำไร * **การบริหารจัดการต้นทุนขายและการบริการ** โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าและค่าขนส่ง * **แนวโน้มการเติบโตของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรมภายในและกลุ่มสินค้าตกแต่งบ้าน/ฟิตเนส** * **การบริหารจัดการหนี้สินระยะสั้น** และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค) * **การเติบโตของรายได้ B2C:** รายได้จากกลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C) เติบโตอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรมงานภายใน (Stage 1) ที่เพิ่มขึ้นถึง 232.19% ซึ่งอาจสะท้อนถึงการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ หรือการลงทุนในโครงการที่อยู่อาศัยระดับบน รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการประดับตกแต่งและอุปกรณ์ฟิตเนส (Stage 3) ที่เพิ่มขึ้น 18.37% * **การเติบโตของรายได้ B2B:** รายได้จากกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B) ก็เติบโตได้ดีเช่นกัน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เพื่อการใช้งานในพื้นที่ต่างๆ ภายในบ้านและอาคาร (Stage 2) ที่เพิ่มขึ้นถึง 283.35% ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับโครงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ หรือการปรับปรุงพื้นที่สำนักงาน/ที่พักอาศัย * **อัตรากำไรขั้นต้น:** การที่อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวดีขึ้น แม้จะมีสัดส่วนคำสั่งซื้อ B2B ที่มีอัตรากำไรต่ำเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการราคาขายและต้นทุนในกลุ่ม B2C ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะจากสินค้ามูลค่าสูง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 1,330.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.92% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์หลักคือสินค้าคงเหลือ (40.82%) และสินทรัพย์สิทธิการใช้ (32.51%) การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ส่วนใหญ่มาจากลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ และการลงทุนในอาคารและอุปกรณ์เพื่อพัฒนาโครงการโชว์รูมใหม่ หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,127.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.12% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินหลักประกอบด้วยเจ้าหนี้การค้า (38.61%), หนี้สินตามสัญญาเช่า (35.61%), เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้น (15.20%) การเพิ่มขึ้นของหนี้สินส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นและภาระหนี้สินตามสัญญาเช่าสำหรับโชว์รูมใหม่ ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 7.90% เป็น 203.53 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจำนวน 158.75 ล้านบาท อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 0.99 เท่า ลดลงจาก 1.08 เท่าในปี 2565 ซึ่งบ่งชี้ว่าสภาพคล่องอาจตึงตัวขึ้นเล็กน้อย อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 5.51 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 4.63 เท่าในปี 2565 ซึ่งแสดงถึงการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้สินเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น ## สรุปท้าย ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2566 ของ EURO เติบโตอย่างน่าประทับใจ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากทั้งกลุ่มลูกค้าทั่วไปและลูกค้าธุรกิจ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม B2C ซึ่งได้รับแรงหนุนจากสินค้ามูลค่าสูง การลงทุนในโครงการโชว์รูมใหม่เป็นโอกาสสำคัญในการขยายธุรกิจในอนาคต อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ต้องบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตรากำไรในกลุ่ม B2B และการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้สินอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ EURO ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
1,429.13 ล้านบาท
↑ 11.4% YoY
กำไรขั้นต้น
171.13 ล้านบาท
↓ 1.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.97 %
กำไรสุทธิ
39.16 ล้านบาท
↑ 2.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.74 %
D/E Ratio
1.24
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,429
↑ + 11.4% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
171
↓ -1.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
39
↑ + 2.7% YoY
D/E Ratio
1.24

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — EURO

ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.24
ROE (%)
15.95
ROA (%)
9.65
Book Value/หุ้น
3.17

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — EURO

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,248.37
+1.77%
1,226.71
+47.16%
833.58
+13.86%
732.13
+28.43%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
904.16
+16.20%
778.11
+26.90%
613.19
+19.63%
512.56
+18.95%
รวมสินทรัพย์ —
2,152.52
+7.37%
2,004.82
+38.57%
1,446.77
+16.24%
1,244.69
+24.35%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
881.02
+13.69%
774.96
-10.19%
862.89
+27.20%
678.37
+50.89%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
312.54
-10.12%
347.73
-12.28%
396.40
+14.78%
345.35
+14.61%
รวมหนี้สิน —
1,193.56
+6.31%
1,122.69
-10.85%
1,259.29
+23.01%
1,023.72
+36.33%
รวมส่วนของเจ้าของ —
958.96
+8.71%
882.13
+370.52%
187.48
-15.16%
220.97
-11.63%
D/E —
1.24
1.27
6.72
4.63
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
15.95
23.59
91.09
61.70
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
9.65
10.20
16.47
14.93
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.42
1.58
0.97
1.08
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.38
0.55
0.28
0.32
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
40.43
51.67
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
408.41
372.45
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
91.38
91.30
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
357.47
332.82
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+75
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-71
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — EURO

รายการ 2569 2568 2567 2566
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
74.63
-79.91%
371.57
+196.54%
125.30
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-70.71
-133.66%
210.07
-358.55%
-81.25
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
240.98
-120.93%
-1,151.63
+1,068.57%
-98.55
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
96.28
-133.04%
-291.42
+434.72%
-54.50
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
122.07
+112.18%
57.53
-48.65%
112.04
+149.65%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
199.22
+63.20%
122.07
+112.18%
57.53
-48.65%