บริษัท ดีคอนโปรดักส์ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
0.15
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4398 out_tok=2298 at=2026-07-25T15:29:16 -->
# DCON กำไร Q3/64 พุ่ง 34% รับยอดขายกลุ่มยานยนต์-ฉนวนฟื้น
## รายได้-กำไรโตตามอุปสงค์ยานยนต์-ฉนวน ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นบริหารต้นทุน-ค่าใช้จ่ายรับมือโควิด
บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ DCON รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีบัญชี 2564/2565 (1 ก.ค. - 30 ก.ย. 2564) มีกำไรสุทธิ 412.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายสินค้าที่เติบโต 27.9% จากคำสั่งซื้อในกลุ่มยานยนต์และฉนวนกันความร้อนที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ DCON ในไตรมาส 2 ปีบัญชี 2564/2565 คือ **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และฉนวนกันความร้อน/เย็น รวมถึงการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ทำได้ดีขึ้น** ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **รายได้จากการขายสินค้าเติบโต 27.9%:** ปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของยอดขายในกลุ่มบริษัท แอร์โรคลาส (Aeroklas) ซึ่งได้รับอานิสงส์จากคำสั่งซื้อของกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นตามอุปสงค์ของผู้บริโภคที่ต้องการใช้ยานยนต์ส่วนตัวแทนระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะรถกระบะ นอกจากนี้ ธุรกิจในออสเตรเลียยังมียอดขายชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์เพิ่มขึ้นจากการท่องเที่ยวในประเทศที่กลับมาคึกคัก
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 192.3%:** การฟื้นตัวนี้มาจากกลุ่มอุตสาหกรรมฉนวนกันความร้อน/เย็น และกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งสอดคล้องกับรายได้ที่เติบโตในกลุ่มธุรกิจดังกล่าว
* **ต้นทุนขายสินค้าเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ายอดขาย:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 27.1% ซึ่งต่ำกว่าการเติบโตของรายได้ แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพจากการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัท แอร์โรคลาส แม้จะมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการจัดหาวัคซีนทางเลือกและวัตถุดิบบางประเภท
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ายอดขาย:** ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 16.8% ซึ่งต่ำกว่ายอดขาย สะท้อนถึงความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่าย แม้จะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการจัดหาวัคซีนและกิจกรรมเพื่อสังคม
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป:** ซึ่งส่งผลดีต่อยอดขายของกลุ่มบริษัท แอร์โรเฟลกซ์ (Aeroflex)
* **อุปสงค์ยานยนต์ที่ยังคงแข็งแกร่ง:** โดยเฉพาะรถกระบะที่ใช้งานอเนกประสงค์ และการท่องเที่ยวในประเทศออสเตรเลียที่ฟื้นตัว
* **การขยายตลาดบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทกล่องใส่อาหาร:** ของบริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด ที่ตอบรับวิถีชีวิตใหม่ (New Normal)
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง:** ที่ฝ่ายจัดการให้ความสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาผลกระทบจากความล่าช้าของกระบวนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และความผันผวนของราคาวัตถุดิบบางประเภท
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิไตรมาส 2 ปีบัญชี 2564/2565 อยู่ที่ 412.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.1% YoY**
* **รายได้จากการขายสินค้า 2,980.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.9% YoY** โดยกลุ่มบริษัท แอร์โรคลาส เติบโตโดดเด่น 44.5%
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 192.3% YoY** จากการฟื้นตัวของกลุ่มอุตสาหกรรมฉนวนและยานยนต์
* **ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ายอดขาย**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปีบัญชี 2564/2565 บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้า 2,980.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายในกลุ่มบริษัท แอร์โรคลาส 44.5%, กลุ่มบริษัท แอร์โรเฟลกซ์ 13.0% และบริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด 14.0% ต้นทุนการขายสินค้าเพิ่มขึ้น 27.1% ในอัตราที่ต่ำกว่ายอดขาย ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าปรับตัวดีขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 16.8% ซึ่งต่ำกว่ายอดขายเช่นกัน ประกอบกับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 412.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อยอดขายของกลุ่มบริษัท แอร์โรคลาส
* **การเติบโตของตลาดบรรจุภัณฑ์อาหาร:** จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป สนับสนุนธุรกิจของบริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด
* **การผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์และการเร่งฉีดวัคซีน:** ช่วยกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนในกลุ่มประเทศหลัก เช่น สหรัฐอเมริกาและยุโรป
* **การท่องเที่ยวในประเทศออสเตรเลียที่ฟื้นตัว:** หนุนยอดขายชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์
## ความเสี่ยง
* **ความล่าช้าของกระบวนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ:** อาจส่งผลกระทบต่อการส่งมอบสินค้าและต้นทุน
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบบางประเภท:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยังคงอยู่:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการลงทุนในบางภาคส่วน
* **ปัญหาขาดแคลนชิปเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor Shortage):** อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตรถยนต์ใหม่
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มยอดขายในกลุ่มบริษัท แอร์โรคลาส และ แอร์โรเฟลกซ์ ในไตรมาสถัดไป
* ผลกระทบจากความล่าช้าในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศต่อรายได้และต้นทุน
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน
* แผนการขยายตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารของบริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด
* การฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างในประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
แม้ว่าเอกสารที่ได้รับจะไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะของกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างโดยตรง แต่จากข้อมูลผลประกอบการของ DCON ซึ่งเป็นบริษัทแม่ในกลุ่ม Eastern Polymer Group (EPG) พบว่ามีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์และฉนวนกันความร้อน/เย็น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้และกำไรของบริษัท
* **ยอดขายกลุ่มบริษัท แอร์โรคลาส:** เติบโต 44.5% จากคำสั่งซื้อยานยนต์ที่ฟื้นตัวตามอุปสงค์ผู้บริโภคที่ต้องการใช้รถยนต์ส่วนตัวแทนระบบขนส่งสาธารณะ
* **ยอดขายธุรกิจในออสเตรเลีย:** เพิ่มขึ้นจากการท่องเที่ยวในประเทศที่นิยมมากขึ้น แม้จะได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์และความล่าช้าในการส่งมอบรถยนต์ใหม่เนื่องจากปัญหาขาดแคลนชิป
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของกลุ่มอุตสาหกรรมฉนวนกันความร้อน/เย็น และกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ได้รับไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 54.7% จากผลขาดทุนของอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินกู้ยืมและหนี้สินในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## สรุปท้าย
DCON โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปีบัญชี 2564/2565 เติบโตแข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 34.1% จากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในกลุ่มยานยนต์และฉนวนกันความร้อน รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 และความล่าช้าในการขนส่งระหว่างประเทศ แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและแผนการขยายตลาดที่ชัดเจน ทำให้ DCON มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องในระยะถัดไป โดยนักลงทุนควรจับตาปัจจัยเสี่ยงด้านการขนส่งและต้นทุนวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DCON ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
246.44
ล้านบาท
↓ 2.5% YoY
กำไรขั้นต้น
49.05
ล้านบาท
↓ 30.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.90
%
กำไรสุทธิ
15.78
ล้านบาท
↓ 22.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.40
%
D/E Ratio
0.41
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
246
↓ -2.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
49
↓ -30.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
16
↓ -22.5%
YoY
D/E Ratio
0.41
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DCON
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.41
ROE (%)
0.31
ROA (%)
1.59
Book Value/หุ้น
0.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DCON
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+18
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DCON
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
17.54
-74.79%
|
69.58
+3.94%
|
66.94
-36.97%
|
106.21
-202.84%
|
-103.28
-241.97%
|
72.75
+2.02%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.12
-138.90%
|
-8.02
-102.31%
|
346.86
+749.52%
|
40.83
-87.25%
|
320.33
-2,758.34%
|
-12.05
-36.68%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-15.00
-77.17%
|
-65.69
-86.22%
|
-476.87
+1,236.14%
|
-35.69
-315.78%
|
16.54
-174.17%
|
-22.30
-414.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
5.67
-236.96%
|
-4.14
-93.44%
|
-63.10
-156.67%
|
111.34
-52.34%
|
233.60
+508.17%
|
38.41
-35.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
74.33
+5.81%
|
70.25
-2.01%
|
71.69
-67.97%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
67.77
-8.83%
|
74.33
+5.81%
|
70.25
-2.00%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|