บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
0.90
0.01 (1.10%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5163 out_tok=2458 at=2026-07-25T04:39:48 -->
CWT กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 94% รับรายได้หด-ต้นทุนพุ่ง
**รายได้-กำไร Q2/66 ปรับตัวลดลงจากปีก่อน เหตุหลักจากยอดขายหนังเบาะรถยนต์ชะลอตัวและต้นทุนวัตถุดิบปรับสูงขึ้น ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งพัฒนาโครงการใหม่ในกลุ่มพลังงาน**
บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CWT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 4.85 ล้านบาท ลดลงถึง 94.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 83.97 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการที่ลดลง ประกอบกับต้นทุนขายและบริการที่ปรับสูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในโครงการใหม่
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ CWT ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **รายได้จากการขายและบริการที่หดตัวลง 7.00%** ประกอบกับ **ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 2.87%** และ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่พุ่งสูงขึ้นถึง 21.05%** ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมกำไรสุทธิลดลงถึง 94.23%
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **รายได้จากการขายและบริการลดลง:** สาเหตุหลักมาจากยอดขายหนังผืนสำหรับเบาะรถยนต์ที่ลดลงเล็กน้อย เนื่องจากจำนวนการผลิตรถยนต์ตามรุ่นที่ได้รับคำสั่งซื้อลดลง นอกจากนี้ รายได้จากการขายเรือและรถโดยสารขนาดเล็กก็ลดลงเนื่องจากลูกค้าทยอยเรียกสินค้า อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากการเข้าลงทุนเพิ่มในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า 16 เมกะวัตต์ แต่ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปจากธุรกิจหลักได้ทั้งหมด
2. **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น:** เกิดจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตสินค้า
3. **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น:** ส่วนสำคัญมาจากการที่บริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการใหม่ของธุรกิจกลุ่มพลังงานและจำหน่ายไฟฟ้า ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพื่อการเติบโตในอนาคต
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** การลดลงของรายได้จากธุรกิจหนังเบาะรถยนต์อาจเป็นผลจากสภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ชะลอตัว ซึ่งอาจมีผลต่อเนื่องในระยะสั้น ส่วนการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารนั้น เป็นการลงทุนเพื่อโครงการใหม่ในกลุ่มพลังงาน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีในระยะยาว แต่ในระยะสั้นจะกดดันผลประกอบการ การเพิ่มขึ้นของรายได้จากไฟฟ้าเป็นปัจจัยบวกที่ต้องจับตาว่าจะมีนัยสำคัญต่อภาพรวมได้มากน้อยเพียงใด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 94.23% YoY:** จาก 83.97 ล้านบาท ใน Q2/65 เหลือ 4.85 ล้านบาท ใน Q2/66
* **รายได้รวมลดลง 13.24% YoY:** จาก 481.60 ล้านบาท ใน Q2/65 เหลือ 417.84 ล้านบาท ใน Q2/66
* **รายได้จากการขายหนังเบาะรถยนต์ลดลง:** ตามจำนวนผลิตรถยนต์ที่ลดลง
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 2.87%:** จากราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 21.05%:** จากการพัฒนาโครงการใหม่ในกลุ่มพลังงาน
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 40.13%:** จากการกู้ยืมเพื่อลงทุนในกลุ่มพลังงานและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 41.95%:** จากการกู้ยืมเพื่อการลงทุนในกลุ่มพลังงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 417.84 ล้านบาท ลดลง 13.24% เมื่อเทียบกับ 481.60 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการขายหนังเบาะรถยนต์ที่ลดลงเล็กน้อย และรายได้จากการขายเรือและรถโดยสารขนาดเล็กที่ลดลง แม้ว่ารายได้จากการขายไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นก็ตาม ขณะที่ต้นทุนขายและบริการรวมอยู่ที่ 332.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.87% จาก 322.98 ล้านบาท ในปีก่อน เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 64.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.05% จาก 53.69 ล้านบาท ในปีก่อน โดยมีค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้นจากการพัฒนาโครงการใหม่ในกลุ่มพลังงาน ทำให้ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 397.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.46% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 40.13% เป็น 20.07 ล้านบาท จาก 14.32 ล้านบาท ในปีก่อน เนื่องจากเงินกู้ยืมเพื่อการลงทุนในกลุ่มพลังงานเพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 94.23% มาอยู่ที่ 4.85 ล้านบาท จาก 83.97 ล้านบาท ในปีก่อน
## โอกาส
* **การลงทุนในธุรกิจพลังงาน:** การเข้าลงทุนเพิ่มในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า 16 เมกะวัตต์ เป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ
* **การพัฒนาโครงการใหม่:** การลงทุนเพื่อพัฒนาโครงการใหม่ในกลุ่มพลังงาน แม้จะสร้างค่าใช้จ่ายในระยะสั้น แต่มีศักยภาพในการสร้างรายได้และผลกำไรในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอุตสาหกรรมยานยนต์:** การพึ่งพารายได้จากธุรกิจหนังเบาะรถยนต์ ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งในด้านปริมาณการผลิตและคำสั่งซื้อ
* **ราคาวัตถุดิบ:** ความผันผวนของราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตหนัง อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้น
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 4.77 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ สะท้อนความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มคำสั่งซื้อหนังเบาะรถยนต์ และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์
* ความคืบหน้าและการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ในกลุ่มพลังงาน
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* ทิศทางอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงิน
* ความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate ของโรงงานโดยตรง แต่การลดลงของรายได้จากการขายหนังเบาะรถยนต์บ่งชี้ถึงปริมาณการผลิตที่อาจลดลง
* **Order Book:** ไม่มีการระบุข้อมูล Order Book สำหรับธุรกิจหนังเบาะรถยนต์ แต่ระบุว่าลูกค้าทยอยเรียกสินค้าสำหรับเรือและรถโดยสารขนาดเล็ก
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการระบุชัดเจนว่าราคาวัตถุดิบปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและบริการ
* **GPM:** ไม่มีการระบุ Gross Profit Margin โดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ ส่งผลให้ GPM มีแนวโน้มลดลง
* **ส่งออก:** ไม่มีการระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่ธุรกิจหนังเบาะรถยนต์มักเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งมีทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
* **ค่าเงิน:** มีการบันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 4.77 ล้านบาท ในไตรมาสนี้
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่มีการระบุข้อมูลสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 4,027.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.41% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ จากการลงทุนเพิ่มในธุรกิจพลังงาน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,002.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.95% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินเพื่อหมุนเวียนในกลุ่มกิจการและการลงทุนในกลุ่มพลังงาน
ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 2.60% มาอยู่ที่ 2,024.83 ล้านบาท เนื่องจากผลขาดทุนจากการดำเนินงาน
อัตราส่วนสภาพคล่องลดลงจาก 1.09 เท่า ณ สิ้นปี 2565 เป็น 0.85 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/66 เนื่องจากหนี้สินเพิ่มขึ้นจากการลงทุนในกลุ่มพลังงาน
อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 0.67 เท่า เป็น 0.99 เท่า สะท้อนการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้สิน
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 ของ CWT ได้รับแรงกดดันจากรายได้หลักที่ลดลงและต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากธุรกิจหนังเบาะรถยนต์ที่ชะลอตัวและราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น แม้ว่าการลงทุนในธุรกิจพลังงานจะเป็นโอกาสในการเติบโตระยะยาว แต่ในระยะสั้นได้ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายและต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งกดดันกำไรสุทธิอย่างหนัก นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ ความคืบหน้าของโครงการพลังงาน และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CWT ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
331.99
ล้านบาท
↓ 17.1% YoY
กำไรขั้นต้น
25.41
ล้านบาท
↓ 71.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.65
%
กำไรสุทธิ
-65.87
ล้านบาท
↑ 6.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-19.84
%
D/E Ratio
0.89
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
332
↓ -17.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
25
↓ -71.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-66
↑ + 6.6%
YoY
D/E Ratio
0.89
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CWT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.89
ROE (%)
1.25
ROA (%)
2.20
Book Value/หุ้น
2.73
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CWT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-150
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-175
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CWT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-149.82
-22.03%
|
-192.16
-11.61%
|
-217.40
+380.76%
|
-45.22
-61.10%
|
-116.24
-136.85%
|
315.45
+1,163.82%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-174.80
-402.63%
|
57.76
-86.32%
|
422.32
-395.97%
|
-142.69
-204.44%
|
136.63
-1,240.48%
|
-11.98
-89.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
112.12
+78.11%
|
62.95
-114.26%
|
-441.30
-312.49%
|
207.68
-6,549.69%
|
-3.22
-98.90%
|
-292.41
-515.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-212.52
+197.44%
|
-71.45
-69.77%
|
-236.36
+270.47%
|
-63.80
+1,081.48%
|
-5.40
-148.82%
|
11.06
-486.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
55.81
-46.37%
|
104.06
+105.77%
|
50.57
-19.22%
|
62.60
+8.57%
|
57.66
+23.73%
|
46.60
-22.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
207.55
+271.89%
|
55.81
-46.37%
|
104.06
+105.77%
|
50.57
-19.22%
|
62.60
+8.57%
|
57.66
+23.73%
|