บริษัท เทพธานีกรีฑา จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
79.00
0.75 (0.94%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3344 out_tok=2396 at=2026-07-25T14:34:48 -->
# CSR กำไรสุทธิ Q3/2565 พุ่ง 1,492% รับรายได้สนามกอล์ฟ-ภัตตาคารฟื้น
## สนามกอล์ฟ-ภัตตาคารบูม ดันรายได้รวมโต 80% ขณะที่ค่าใช้จ่ายคุมได้ดี ส่งผลกำไรสุทธิก้าวกระโดด
บริษัท เทพธานีกรีฑา จำกัด (มหาชน) หรือ CSR รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิหลังหักภาษี 9.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 1,492.65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากธุรกิจสนามกอล์ฟและภัตตาคารที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CSR ในไตรมาส 3/2565 พลิกฟื้นอย่างก้าวกระโดด มาจาก **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการดำเนินงานหลัก โดยเฉพาะธุรกิจสนามกอล์ฟและภัตตาคาร ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ทำได้ดี** ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของรายได้ในธุรกิจสนามกอล์ฟมาจากจำนวนนักกอล์ฟที่เพิ่มขึ้น และค่าบำรุงสมาชิกกอล์ฟที่สูงขึ้น แม้ว่ารายได้จากการโอนบัตรสิทธิจะลดลง แต่รายได้รวมจากสนามกอล์ฟก็ยังคงเติบโตได้ดี โดยมีต้นทุนบริการสนามกอล์ฟเพิ่มขึ้นจากการซ่อมแซมและบำรุงรักษา แต่ถูกหักลบด้วยค่าเสื่อมราคาที่ลดลง
สำหรับธุรกิจภัตตาคาร รายได้เพิ่มขึ้นตามจำนวนนักกอล์ฟที่เข้ามาใช้บริการสนามกอล์ฟ ส่งผลให้ต้นทุนขายของภัตตาคารเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน
แม้ว่าธุรกิจสปอร์ตคลับจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ต้นทุนบริการก็เพิ่มขึ้นตามเช่นกัน และมีรายได้อื่นๆ ลดลง
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของรายได้รวม 80.37% ในไตรมาส 3/2565 (เทียบกับปีก่อน) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายได้หลักนี้ มีการบริหารจัดการต้นทุนรวมที่เพิ่มขึ้นเพียง 26.42% ทำให้สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ดี และส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดไตรมาส 3/2565 เพิ่มขึ้นถึง 9.14 ล้านบาท
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การฟื้นตัวของรายได้หลักจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักกอล์ฟและสมาชิกกอล์ฟ รวมถึงการกลับมาใช้บริการภัตตาคาร **มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง** เนื่องจากเป็นการสะท้อนถึงการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้บริการหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ Guidance หรือตัวเลขคาดการณ์ที่ชัดเจนสำหรับไตรมาสถัดไป จึงยัง **ไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติม เช่น การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย หรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 1,492.65%:** รายได้จากการดำเนินงานหลักที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
* **รายได้รวมโต 80.37%:** ได้แรงหนุนจากธุรกิจสนามกอล์ฟและภัตตาคารที่กลับมาคึกคัก
* **ต้นทุนบริหารจัดการได้ดี:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนรวมต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ ส่งผลดีต่ออัตรากำไร
* **กำไร 9 เดือนแรกโต 75.04%:** ผลประกอบการสะสมในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2565 ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท เทพธานีกรีฑา จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลจำนวน 9.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 1,492.65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งมีกำไรสุทธิเพียง 0.57 ล้านบาท การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้รวม 16.76 ล้านบาท หรือ 80.37% โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการบริการสนามกอล์ฟและภัตตาคารที่ปรับตัวดีขึ้นตามจำนวนนักกอล์ฟที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้น 5.32 ล้านบาท หรือ 26.42% ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ ทำให้ความสามารถในการทำกำไรดีขึ้นอย่างชัดเจน
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 11.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.46 ล้านบาท หรือ 75.04% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 23.95 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้หลัก และต้นทุนรวมเพิ่มขึ้น 7.78 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคบริการและการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการกลับมาของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจสนามกอล์ฟและภัตตาคาร
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนให้เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ เป็นโอกาสในการรักษาและเพิ่มอัตรากำไรในอนาคต
* **การเพิ่มจำนวนนักกอล์ฟและสมาชิก:** การเติบโตของฐานลูกค้าหลักเป็นสัญญาณที่ดีต่อรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของจำนวนนักกอล์ฟ:** จำนวนนักกอล์ฟอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น สภาพอากาศ ภาวะเศรษฐกิจ หรือการแข่งขัน
* **ต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม บำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายประจำที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถผลักภาระไปยังผู้บริโภคได้
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การเปลี่ยนแปลงความนิยมหรือความต้องการของผู้บริโภคในธุรกิจบริการ อาจส่งผลต่อรายได้ในอนาคต
* **ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมหภาค:** ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการใช้จ่ายของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้สนามกอล์ฟและภัตตาคารในไตรมาส 4/2565:** ติดตามการเติบโตของจำนวนนักกอล์ฟและยอดใช้บริการภัตตาคารอย่างใกล้ชิด
* **การบริหารจัดการต้นทุนบริการ:** จับตาดูว่าต้นทุนซ่อมแซม บำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายประจำจะยังคงเพิ่มขึ้นในอัตราที่ควบคุมได้หรือไม่
* **แผนการตลาดและการส่งเสริมการขาย:** กลยุทธ์ของบริษัทในการดึงดูดและรักษาฐานลูกค้า
* **ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ:** ประเมินว่าภาวะเศรษฐกิจมีผลต่อกำลังซื้อของลูกค้าหรือไม่
* **การเปลี่ยนแปลงของค่าเสื่อมราคา:** การเปลี่ยนแปลงของค่าเสื่อมราคาที่ส่งผลต่อต้นทุนบริการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจสนามกอล์ฟ:** รายได้จากการบริการสนามกอล์ฟเพิ่มขึ้น 11.88 ล้านบาท เป็นผลมาจากจำนวนนักกอล์ฟที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการปรับเพิ่มขึ้นของค่าบำรุงสมาชิกกอล์ฟ แม้ว่ารายได้จากการโอนบัตรสิทธิจะลดลง แต่ภาพรวมรายได้จากธุรกิจสนามกอล์ฟยังคงเติบโตได้ดี ต้นทุนบริการสนามกอล์ฟเพิ่มขึ้น 1.14 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษา ซึ่งเป็นต้นทุนที่จำเป็นในการรักษาคุณภาพของสนาม อย่างไรก็ตาม ต้นทุนส่วนนี้ถูกหักล้างด้วยค่าเสื่อมราคาที่ลดลง
**ธุรกิจภัตตาคาร:** รายได้จากภัตตาคารเพิ่มขึ้น 4.89 ล้านบาท สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักกอล์ฟที่เข้ามาใช้บริการในสนาม โดยต้นทุนขายของภัตตาคารเพิ่มขึ้น 2.25 ล้านบาท ตามปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น
**ธุรกิจสปอร์ตคลับ:** มีรายได้จากการให้บริการสปอร์ตคลับเพิ่มขึ้น 0.34 ล้านบาท แต่ต้นทุนบริการกลับเพิ่มขึ้น 0.52 ล้านบาท ทำให้ธุรกิจส่วนนี้มีกำไรลดลงเล็กน้อย
**รายได้และต้นทุนรวม:** รายได้รวมสำหรับไตรมาส 3/2565 เพิ่มขึ้น 16.76 ล้านบาท คิดเป็น 80.37% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายได้หลักตามที่กล่าวมาข้างต้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 5.32 ล้านบาท คิดเป็น 26.42% ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากค่าซ่อมแซม ค่าบำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายประจำ การที่รายได้เติบโตในอัตราที่สูงกว่าต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญนี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของบริษัทฯ เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในงวดไตรมาส 3/2565
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ CSR ในไตรมาส 3/2565 สะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเติบโตของรายได้จากธุรกิจสนามกอล์ฟและภัตตาคาร ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้บริการ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นถึง 1,492.65% โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากการฟื้นตัวของภาคบริการ แต่ก็ต้องจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของจำนวนลูกค้าและต้นทุนที่อาจปรับสูงขึ้นในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CSR ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
56.73
ล้านบาท
↑ 3.5% YoY
กำไรขั้นต้น
35.68
ล้านบาท
↑ 10.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
62.90
%
กำไรสุทธิ
20.80
ล้านบาท
↑ 32.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
36.67
%
D/E Ratio
0.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
57
↑ + 3.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
36
↑ + 10.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
21
↑ + 32.9%
YoY
D/E Ratio
0.12
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CSR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.12
ROE (%)
5.58
ROA (%)
6.19
Book Value/หุ้น
60.83
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CSR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-64
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+18
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CSR
| รายการ | 2569 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
-64.22
-237.87%
|
46.58
+60.79%
|
28.97
-34.91%
|
44.51
+99.51%
|
22.31
-71.63%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
17.74
-14.71%
|
20.80
+121.51%
|
9.39
+561.27%
|
1.42
-102.62%
|
-54.20
+193.45%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
22.46
+47.86%
|
15.19
+5.78%
|
14.36
-143.34%
|
-33.13
-284.98%
|
17.91
-142.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
-24.02
+238.79%
|
-7.09
-270.43%
|
4.16
-67.50%
|
12.80
-191.62%
|
-13.97
-177.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
52.45
+57.70%
|
33.26
-8.20%
|
36.23
+54.70%
|
23.42
-17.01%
|
28.22
+179.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
54.92
+4.71%
|
52.45
+57.70%
|
33.26
-8.20%
|
36.23
+54.70%
|
23.42
-17.01%
|