บริษัท เทพธานีกรีฑา จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
79.00
0.75 (0.94%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6466 out_tok=2731 at=2026-07-25T14:32:49 -->
# ไทยยูเนี่ยนฟีดมิลล์ กำไรสุทธิปี 63 ดิ่ง 51% รับพิษโควิดฉุดรายได้อาหารกุ้ง-ปลา
## รายได้-กำไรวูบหนักจากผลกระทบ COVID-19 ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบหลักเริ่มปรับสูงขึ้น
บริษัท ไทยยูเนี่ยนฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM รายงานผลประกอบการปี 2563 มีกำไรสุทธิ 410.4 ล้านบาท ลดลงถึง 51.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสัตว์น้ำ ทำให้รายได้จากการขายสินค้าโดยรวมลดลง 13.7% โดยเฉพาะอาหารกุ้งและอาหารปลา ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบหลักบางชนิดเริ่มปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ TFM ในปี 2563 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 51.1% มาจาก **ผลกระทบโดยตรงของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19** ที่ส่งผลให้ปริมาณการขายอาหารกุ้งและอาหารปลามีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการที่บริษัทฯ ได้ลดราคาอาหารกุ้งเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบหลักบางชนิดที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปลายปี
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่ออุตสาหกรรมสัตว์น้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อปริมาณการเลี้ยงกุ้งและปลา ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนยอดขายอาหารกุ้งและอาหารปลาของบริษัทฯ โดยปริมาณการขายอาหารกุ้งลดลง 10.1% และอาหารปลามีปริมาณการขายลดลง 6.6% ประกอบกับการที่บริษัทฯ ได้ลดราคาอาหารกุ้งเฉลี่ยต่อหน่วยลง 3.9% เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรตามคำขอของหน่วยงานรัฐ ทำให้รายได้จากการขายอาหารกุ้งลดลง 13.6% และอาหารปลาลดลง 22.0% แม้ว่ารายได้จากอาหารสัตว์บกจะเติบโตถึง 56.4% แต่ก็ไม่สามารถชดเชยการลดลงของรายได้หลักทั้งสองประเภทได้ทั้งหมด
ในด้านต้นทุนขาย ต้นทุนวัตถุดิบลดลง 12.3% จากราคาวัตถุดิบในตลาดโลกที่ลดลง แต่เมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งปี ราคาวัตถุดิบหลักอย่างถั่วเหลืองเริ่มปรับสูงขึ้น 26.3% และปลาป่นเพิ่มขึ้น 4.8% ในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 18.3% ในปี 2562 เหลือ 16.6% ในปี 2563
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากสถานการณ์โควิด-19 ที่เป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่แน่นอน แม้ว่าจะมีแนวโน้มที่ราคาวัตถุดิบหลักจะปรับสูงขึ้น แต่ฝ่ายจัดการได้มีการลงทุนเพิ่มในสายการผลิตอาหารปลาและขยายกำลังการผลิตในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งอาจช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดและการแข่งขันด้านราคาอาจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะสั้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2563 ลดลง 51.1%** อยู่ที่ 410.4 ล้านบาท จาก 839.8 ล้านบาทในปี 2562
* **รายได้จากการขายรวมลดลง 13.7%** อยู่ที่ 4,183.8 ล้านบาท สาเหตุหลักจากผลกระทบโควิด-19
* **รายได้อาหารกุ้งลดลง 13.6%** จากปริมาณขายที่ลดลง 10.1% และราคาเฉลี่ยลดลง 3.9%
* **รายได้อาหารปลาลดลง 22.0%** จากปริมาณขายลดลง 6.6% และราคาเฉลี่ยลดลง 16.7%
* **รายได้อาหารสัตว์บกเติบโตโดดเด่น 56.4%** จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 56.2%
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 18.3% เป็น 16.6% จากยอดขายที่ลดลงมากกว่าต้นทุนขาย และต้นทุนวัตถุดิบบางชนิดที่สูงขึ้น
* **มีรายการพิเศษในปี 2562** เป็นกำไรจากการขายที่ดิน 215.9 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้การเปรียบเทียบกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติในปี 2563 ลดลง 35.0%
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ไทยยูเนี่ยนฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 มีรายได้จากการขายรวม 4,183.8 ล้านบาท ลดลง 13.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายอาหารกุ้ง 13.6% และอาหารปลา 22.0% ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลต่อปริมาณการเลี้ยงสัตว์น้ำ
ในขณะเดียวกัน ต้นทุนขายลดลง 11.9% ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของต้นทุนขายเฉลี่ยต่อหน่วยและปริมาณการขายที่ลดลง อย่างไรก็ตาม การลดลงของรายได้จากการขายมากกว่าการลดลงของต้นทุนขาย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 18.3% ในปี 2562 เป็น 16.6% ในปี 2563
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงเล็กน้อย 1.2% จากการลดค่าใช้จ่ายในการรับรองลูกค้าและค่าใช้จ่ายที่ปรึกษา
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2563 อยู่ที่ 410.4 ล้านบาท ลดลง 51.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยหากพิจารณากำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) จะอยู่ที่ 405.4 ล้านบาท ลดลง 35.0% จากปีก่อนหน้า ซึ่งในปี 2562 มีรายการพิเศษเป็นกำไรจากการขายที่ดินจำนวน 215.9 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของอาหารสัตว์บก:** รายได้จากการขายอาหารสัตว์บกมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 56.4% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการกระจายฐานรายได้และลดการพึ่งพิงตลาดอาหารกุ้งและปลา
* **การลงทุนในอินโดนีเซีย:** การลงทุนก่อสร้างอาคารโรงงานในประเทศอินโดนีเซีย แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการขยายตลาดและกำลังการผลิตไปยังต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการเติบโตในระยะยาว
* **การลงทุนในสายการผลิตอาหารปลา:** การลงทุนเพิ่มเติมในสายการผลิตอาหารปลำในโรงงานมหาชัยและการลงทุนในเครื่องจักรเพื่อขยายกำลังการผลิตไอน้ำ บ่งชี้ถึงการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับความต้องการที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ถั่วเหลืองและปลาป่น มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
* **ผลกระทบจากโรคระบาด:** สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสัตว์น้ำทั้งในด้านปริมาณการเลี้ยงและการบริโภค
* **การแข่งขันด้านราคา:** การที่บริษัทฯ ต้องลดราคาอาหารกุ้งเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันในการแข่งขันและสภาวะตลาดที่อาจส่งผลต่ออัตรากำไร
* **การพึ่งพิงตลาดอาหารกุ้งและปลา:** แม้จะมีอาหารสัตว์บกที่เติบโต แต่รายได้หลักยังคงมาจากอาหารกุ้งและปลา การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมเหล่านี้จึงยังคงส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก (ถั่วเหลือง, ปลาป่น) ในตลาดโลก
* สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสัตว์น้ำ
* การเติบโตของยอดขายอาหารสัตว์บก และความสามารถในการทดแทนรายได้จากอาหารกุ้ง-ปลา
* ความคืบหน้าของการลงทุนในโรงงานที่ประเทศอินโดนีเซีย และการขยายกำลังการผลิต
* การปรับตัวของราคาขายอาหารกุ้งและอาหารปลา ท่ามกลางการแข่งขันและต้นทุนที่เปลี่ยนแปลง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในฐานะผู้ผลิตอาหารสัตว์น้ำ TFM ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสภาวะอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งในปี 2563 มีปริมาณการเพาะเลี้ยงกุ้งและปลาลดลง 5.3% โดยเฉพาะการเพาะเลี้ยงกุ้งที่ลดลง 5.7% การลดลงนี้ส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการขายอาหารกุ้งและอาหารปลาของบริษัทฯ
แม้ว่าบริษัทฯ จะพยายามชดเชยด้วยการเพิ่มปริมาณการขายอาหารสัตว์บก แต่การลดลงของผลิตภัณฑ์หลักที่มีสัดส่วนรายได้สูงกว่า ทำให้ภาพรวมรายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อัตราการใช้กำลังการผลิตของ TFM ในประเทศไทยอยู่ที่ 60.3% ซึ่งยังคงมีพื้นที่สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2563 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,498.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.5% จากการลงทุนในสายการผลิตอาหารปลาและอาคารโรงงานในอินโดนีเซีย หนี้สินรวมลดลง 6.5% มาอยู่ที่ 1,015.8 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ระยะสั้น ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 11.5% เป็น 1,482.7 ล้านบาท
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 563.0 ล้านบาท โดยมี EBITDA 586.1 ล้านบาท บริษัทฯ มีการลงทุนสุทธิ 317.4 ล้านบาท ในการขยายกำลังการผลิตและก่อสร้างอาคารในอินโดนีเซีย ขณะที่กิจกรรมจัดหาเงินใช้ไปกับการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น 129.5 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผล 123.0 ล้านบาท
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.32 เท่า เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิลดลงมาอยู่ที่ 0.17 เท่า
## สรุปท้าย
ปี 2563 เป็นปีที่ท้าทายสำหรับ TFM จากผลกระทบของโควิด-19 ที่ฉุดรั้งรายได้หลักจากอาหารกุ้งและปลา ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบบางชนิดที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก แม้ว่าการเติบโตของอาหารสัตว์บกและการลงทุนในต่างประเทศจะเป็นสัญญาณบวก แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสภาวะอุตสาหกรรมสัตว์น้ำยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในปีถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CSR ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
56.73
ล้านบาท
↑ 3.5% YoY
กำไรขั้นต้น
35.68
ล้านบาท
↑ 10.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
62.90
%
กำไรสุทธิ
20.80
ล้านบาท
↑ 32.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
36.67
%
D/E Ratio
0.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
57
↑ + 3.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
36
↑ + 10.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
21
↑ + 32.9%
YoY
D/E Ratio
0.12
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CSR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.12
ROE (%)
5.58
ROA (%)
6.19
Book Value/หุ้น
60.83
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CSR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-64
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+18
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CSR
| รายการ | 2569 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
-64.22
-237.87%
|
46.58
+60.79%
|
28.97
-34.91%
|
44.51
+99.51%
|
22.31
-71.63%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
17.74
-14.71%
|
20.80
+121.51%
|
9.39
+561.27%
|
1.42
-102.62%
|
-54.20
+193.45%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
22.46
+47.86%
|
15.19
+5.78%
|
14.36
-143.34%
|
-33.13
-284.98%
|
17.91
-142.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
-24.02
+238.79%
|
-7.09
-270.43%
|
4.16
-67.50%
|
12.80
-191.62%
|
-13.97
-177.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
52.45
+57.70%
|
33.26
-8.20%
|
36.23
+54.70%
|
23.42
-17.01%
|
28.22
+179.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
54.92
+4.71%
|
52.45
+57.70%
|
33.26
-8.20%
|
36.23
+54.70%
|
23.42
-17.01%
|