บริษัท เชียงใหม่ริมดอย จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.47
+0.01 (+2.17%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4413 out_tok=2256 at=2026-07-25T13:04:54 -->
# CRD พลิกขาดทุนสุทธิปี 65 รับรายได้ก่อสร้าง-บริการโต แต่ต้นทุนพุ่งกดดันกำไรขั้นต้น
## รายได้รวมปี 2565 พุ่ง 40% สวนทางขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น หลังต้นทุนก่อสร้างและค่าแรงปรับสูงขึ้น
บริษัท เชียงใหม่ริมดอย จำกัด (มหาชน) หรือ CRD รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 1,254.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.69% จากปีก่อนหน้า โดยมีขาดทุนสุทธิ 14.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 9.30 ล้านบาท แม้รายได้จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แต่ต้นทุนที่ปรับสูงขึ้นส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ CRD ในปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งสวนทางกับ **การปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนก่อสร้างและค่าแรง** ที่ส่งผลให้ **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก** จาก 6.90% ในปีก่อนหน้า เหลือเพียง 3.79% ในปี 2565 แม้ว่ารายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 40.69% เป็น 1,254.85 ล้านบาท แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนรวมที่สูงกว่าถึง 45.55% เป็น 1,200.39 ล้านบาท ทำให้บริษัทพลิกจากกำไรสุทธิ 9.30 ล้านบาทในปี 2564 มาเป็นขาดทุนสุทธิ 14.24 ล้านบาทในปี 2565
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง 34.81% มาจากทั้งโครงการต่อเนื่องและโครงการใหม่ ขณะที่รายได้จากการให้บริการ (จัดเก็บและกำจัดขยะมูลฝอย) เติบโตถึง 72.89% โดยเฉพาะจากงานในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนรายได้รวม อย่างไรก็ตาม ต้นทุนงานรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับรายได้ แต่มีปัจจัยลบเพิ่มเติมคือ **ความล่าช้าของการก่อสร้าง และผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรงงาน** ซึ่งทำให้ต้นทุนงานรับเหมาต่อรายได้สูงขึ้นกว่าปีก่อน นอกจากนี้ ต้นทุนงานบริการก็เพิ่มขึ้นตามรายได้เช่นกัน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากค่าใช้จ่ายพนักงาน และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากการกู้ยืมเงินเพิ่มเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ปัจจัยเหล่านี้รวมกันทำให้ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่ารายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว และสุดท้ายนำไปสู่การขาดทุนสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** เอกสารระบุว่าต้นทุนงานรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากความล่าช้าและราคาวัสดุ/ค่าแรงที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องได้หากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย อย่างไรก็ตาม มูลค่างานในมือ (Backlog) ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 1,274.08 ล้านบาท แบ่งเป็นงานรับเหมาก่อสร้าง 346.67 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2566 และงานจัดเก็บขยะ 927.41 ล้านบาทที่จะทยอยรับรู้ถึงปี 2570 บ่งชี้ว่าบริษัทยังมีรายได้รอรับรู้ในอนาคต แต่ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและบริหารจัดการโครงการให้มีประสิทธิภาพภายใต้สภาวะราคาวัสดุและค่าแรงที่ผันผวนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาว่าอัตรากำไรจะฟื้นตัวได้หรือไม่ในรอบถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 40.69%** แตะ 1,254.85 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากรายได้งานรับเหมาก่อสร้างและบริการที่เพิ่มขึ้น
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 14.24 ล้านบาท** ในปี 2565 จากปีก่อนที่มีกำไร 9.30 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 3.79%** จาก 6.90% ในปีก่อนหน้า สาเหตุหลักจากต้นทุนก่อสร้างและค่าแรงที่สูงขึ้น
* **มูลค่างานในมือ (Backlog) ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 1,274.08 ล้านบาท** แบ่งเป็นงานรับเหมา 346.67 ล้านบาท และงานบริการ 927.41 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท เชียงใหม่ริมดอย จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 1,254.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.69% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างอยู่ที่ 1,005.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.81% และรายได้จากการให้บริการอยู่ที่ 242.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72.89% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้น 45.55% เป็น 1,200.39 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 6.90% เป็น 3.79% และทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 14.24 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 9.30 ล้านบาท
## โอกาส
* **มูลค่างานในมือ (Backlog) ที่แข็งแกร่ง:** การมี Backlog รวม 1,274.08 ล้านบาท โดยเฉพาะงานบริการที่จะทยอยรับรู้รายได้ยาวถึงปี 2570 เป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ในอนาคต
* **การเติบโตของรายได้จากการให้บริการ:** รายได้จากการจัดเก็บและกำจัดขยะมูลฝอยมีแนวโน้มเติบโตได้ดี โดยเฉพาะจากงานในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนก่อสร้างและค่าแรงที่สูงขึ้น:** ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรงงาน รวมถึงความล่าช้าของโครงการ เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การกู้ยืมเงินเพิ่มเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง:** การที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่ารายได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการทำกำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถของบริษัทในการควบคุมต้นทุนวัสดุก่อสร้าง ค่าแรง และบริหารจัดการความล่าช้าของโครงการ
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** การทยอยรับรู้รายได้จากงานรับเหมาก่อสร้างที่เหลืออยู่ และการประมูลงานใหม่ๆ
* **แนวโน้มราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรง:** การเปลี่ยนแปลงของปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อต้นทุน
* **การบริหารจัดการกระแสเงินสด:** การบริหารสภาพคล่องภายหลังจากการกู้ยืมเงินเพิ่ม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง:** เพิ่มขึ้น 34.81% เป็น 1,005.00 ล้านบาท โดยมีรายได้จากโครงการต่อเนื่อง 765.41 ล้านบาท และโครงการใหม่ 239.59 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้มาจากสัดส่วนการรับรู้รายได้จากงานโครงการต่อเนื่องที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนงานรับเหมาก่อสร้าง:** เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับรายได้ แต่มีการปรับประมาณการต้นทุนเพิ่มขึ้นเนื่องจากความล่าช้าของงานและราคาวัสดุ/ค่าแรงที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตราต้นทุนงานรับเหมาสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **มูลค่างานที่ยังไม่ส่งมอบ (Backlog):** ณ 31 ธันวาคม 2565 อยู่ที่ 1,274.08 ล้านบาท แบ่งเป็นงานรับเหมาก่อสร้าง 346.67 ล้านบาท (ทยอยรับรู้ปี 2566) และงานเก็บขนและกำจัดมูลฝอย 927.41 ล้านบาท (ทยอยรับรู้ถึง Q1/2570)
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่ระบุว่าต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 98.19% เป็น 17.54 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทกู้ยืมเงินเพิ่มขึ้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งบ่งชี้ถึงการบริหารสภาพคล่องที่อาจต้องพึ่งพาเงินกู้ยืม
## สรุปท้าย
CRD ในปี 2565 เผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งวัสดุก่อสร้างและค่าแรง ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้นจนทำให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ แม้ว่ารายได้จากการรับเหมาก่อสร้างและบริการจะเติบโตได้ดีก็ตาม มูลค่างานในมือที่ยังคงมีอยู่เป็นปัจจัยบวกสำหรับรายได้ในอนาคต แต่ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและโครงการให้มีประสิทธิภาพภายใต้สภาวะตลาดที่ผันผวนจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูกำไรของบริษัทในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CRD ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
254.08
ล้านบาท
↓ 15.1% YoY
กำไรขั้นต้น
39.95
ล้านบาท
↑ 56.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.72
%
กำไรสุทธิ
29.49
ล้านบาท
↑ 521% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.61
%
D/E Ratio
0.99
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
254
↓ -15.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
40
↑ + 56.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
29
↑ + 521%
YoY
D/E Ratio
0.99
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CRD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.99
ROE (%)
11.06
ROA (%)
6.76
Book Value/หุ้น
0.99
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CRD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-29
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CRD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
24.78
-165.52%
|
-37.82
-62.14%
|
-99.90
-170.84%
|
141.03
-651.98%
|
-25.55
-124.15%
|
105.80
-242.93%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-28.83
-221.65%
|
23.70
-496.32%
|
-5.98
-115.34%
|
38.99
+261.35%
|
10.79
-112.31%
|
-87.65
-456.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
9.32
-150.32%
|
-18.52
-114.58%
|
127.03
-195.08%
|
-133.60
-318.48%
|
61.15
+1,509.21%
|
3.80
-60.62%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
4.08
-112.00%
|
-34.01
|
0.00
-100.00%
|
-14.61
-159.78%
|
24.44
+127.56%
|
10.74
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
6.17
+18.20%
|
5.22
-67.78%
|
16.20
-47.40%
|
30.80
+1.78%
|
30.26
+55.10%
|
19.51
-43.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
61.25
+892.71%
|
6.17
+18.20%
|
5.22
-67.78%
|
16.20
-47.40%
|
30.80
+1.78%
|
30.26
+55.10%
|