บริษัท เชียงใหม่ริมดอย จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.47
+0.01 (+2.17%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5321 out_tok=2960 at=2026-07-25T14:22:45 -->
# CRD พลิกขาดทุน Q1/65 รับรายได้ก่อสร้าง-บริการพุ่ง แต่ต้นทุนบานฉุดกำไรขั้นต้น
## รายได้รวมโต 40% สวนทางกำไรขั้นต้นหด เหตุต้นทุนวัสดุ-ค่าแรงพุ่งกระทบโครงการ
บริษัท เชียงใหม่ริมดอย จำกัด (มหาชน) หรือ CRD รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 6.01 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 2.91 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 40.11% เป็น 270.03 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้งานรับเหมาก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น 22.24% และรายได้งานบริการที่พุ่งสูงถึง 350.86% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนรวมที่ปรับตัวสูงขึ้น 46.52% โดยเฉพาะต้นทุนงานรับเหมาก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น 31.64% จากการปรับประมาณการต้นทุนโครงการล่าช้าและราคาวัสดุที่สูงขึ้น รวมถึงต้นทุนงานบริการที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับรายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 7.37% เหลือเพียง 3.14%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CRD ในไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุนสุทธิ คือ **การปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)** จาก 7.37% ในปีก่อน เหลือเพียง 3.14% ในไตรมาสนี้ แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตถึง 40.11% ก็ตาม ปัจจัยนี้เกิดจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนงานรับเหมาก่อสร้างและต้นทุนงานบริการที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **ต้นทุนงานรับเหมาก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น 31.64%** เป็นผลมาจากการปรับประมาณการต้นทุนโครงการให้สูงขึ้น เนื่องจากความล่าช้าของการก่อสร้างและผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคาวัสดุก่อสร้าง นอกจากนี้ **ต้นทุนงานบริการที่เพิ่มขึ้น 289.80%** ก็สอดคล้องกับรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้นจากโครงการใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงการขยายตัวของธุรกิจบริการ แต่ก็ส่งผลให้ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่ารายได้ ทำให้กำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างมาก
ขณะเดียวกัน **ต้นทุนทางการเงินก็เพิ่มขึ้น 75.54%** เนื่องจากบริษัทมีการกู้ยืมเงินระยะยาวเพิ่มขึ้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กดดันผลกำไรสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การปรับเพิ่มต้นทุนโครงการรับเหมาก่อสร้างเนื่องจากความล่าช้าและราคาวัสดุที่สูงขึ้น อาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องได้ หากสถานการณ์ราคาวัสดุยังคงผันผวนและโครงการยังมีความล่าช้า อย่างไรก็ตาม รายได้จากโครงการที่ชะลอไว้กลับมาดำเนินการและรับรู้รายได้ รวมถึงการเติบโตของรายได้งานบริการจากโครงการใหม่ เป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ในอนาคต แต่ต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานของโครงการอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 40.11% YoY** แตะ 270.03 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของงานรับเหมาก่อสร้างและรายได้บริการที่พุ่งสูง
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 6.01 ล้านบาท** จากปีก่อนที่มีกำไร 2.91 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 7.37% เหลือ 3.14%
* **ต้นทุนงานรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้น 31.64%** จากการปรับประมาณการต้นทุนล่าช้าและราคาวัสดุสูงขึ้น
* **ต้นทุนงานบริการเพิ่มขึ้น 289.80%** สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากโครงการใหม่
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 75.54%** จากการกู้ยืมระยะยาวเพื่อเงินทุนหมุนเวียน
* **มูลค่างานในมือ (Backlog) รวม 1,899.06 ล้านบาท** แบ่งเป็นงานรับเหมาก่อสร้าง 776.66 ล้านบาท (รับรู้ปี 2565) และงานเก็บขนมูลฝอย 1,122.40 ล้านบาท (รับรู้ถึง Q1/2570)
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท เชียงใหม่ริมดอย จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 270.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น 22.24% เป็น 222.78 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากโครงการที่เคยชะลอแผนงานไว้ได้กลับมาดำเนินการก่อสร้างและรับรู้รายได้แล้ว นอกจากนี้ รายได้จากการให้บริการ ซึ่งเป็นรายได้จากการจัดเก็บและกำจัดขยะมูลฝอย ก็เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 350.86% เป็น 47.25 ล้านบาท โดยเฉพาะจากงานในจังหวัดนนทบุรีและเทศบาลนครเชียงใหม่
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนรวมในไตรมาสนี้ปรับเพิ่มขึ้นถึง 46.52% เป็น 261.56 ล้านบาท โดยต้นทุนงานรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้น 31.64% เนื่องจากมีการปรับประมาณการต้นทุนโครงการให้สูงขึ้นจากความล่าช้าและราคาวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนงานบริการเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับรายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 7.37% ในปีก่อน เหลือเพียง 3.14%
ค่าใช้จ่ายในการบริหารใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 14.42 ล้านบาท แต่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 75.54% เป็น 3.23 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 6.01 ล้านบาท คิดเป็นอัตราขาดทุนสุทธิ -2.21% พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2.91 ล้านบาท
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog งานก่อสร้าง:** มูลค่างานรับเหมาก่อสร้างในมืออยู่ที่ 776.66 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในปี 2565 เป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้หลักของบริษัท
* **การเติบโตของธุรกิจบริการจัดเก็บและกำจัดขยะ:** รายได้จากการให้บริการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงศักยภาพของธุรกิจนี้ และมีมูลค่างานในมืออีก 1,122.40 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ไปจนถึงปี 2570
* **การกลับมาดำเนินงานของโครงการที่ชะลอ:** การที่โครงการก่อสร้างที่เคยชะลอแผนงานกลับมาดำเนินการได้ จะช่วยเพิ่มการรับรู้รายได้และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง:** การเพิ่มขึ้นของราคาวัสดุก่อสร้างเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนโครงการรับเหมาก่อสร้าง และอาจกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถผลักภาระไปยังลูกค้าได้ทั้งหมด
* **ความล่าช้าของโครงการ:** ความล่าช้าในการก่อสร้างส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้และอาจทำให้ต้นทุนโครงการสูงขึ้นกว่าประมาณการเดิม
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การกู้ยืมเงินระยะยาวที่เพิ่มขึ้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อกำไรสุทธิ
* **การแข่งขันในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและบริการ:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อการได้มาซึ่งโครงการใหม่และอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัสดุก่อสร้าง:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัสดุหลัก เช่น เหล็ก ซีเมนต์ จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนโครงการ
* **การบริหารจัดการต้นทุนโครงการ:** ความสามารถของบริษัทในการควบคุมต้นทุนและบริหารจัดการความล่าช้าของโครงการ
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** การทยอยรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างและงานบริการให้เป็นไปตามแผน
* **การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน:** การติดตามภาระดอกเบี้ยจ่ายจากการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น
* **การขยายตัวของธุรกิจบริการ:** ศักยภาพในการเพิ่มรายได้และกำไรจากธุรกิจจัดเก็บและกำจัดขยะมูลฝอย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**รายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง:** ไตรมาส 1/2565 มีรายได้ 222.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.24% YoY โดยมีรายได้จากโครงการต่อเนื่อง 220.25 ล้านบาท และโครงการใหม่ 2.53 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลจากการกลับมาดำเนินงานของโครงการที่เคยชะลอแผนงานในปี 2564 ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก
**ต้นทุนงานรับเหมาก่อสร้าง:** เพิ่มขึ้น 31.64% เป็น 221.45 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการปรับประมาณการต้นทุนโครงการให้สูงขึ้น เนื่องมาจากความล่าช้าในการก่อสร้างและผลกระทบจากราคาวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างชัดเจน
**รายได้จากการให้บริการ:** เติบโตอย่างก้าวกระโดด 350.86% เป็น 47.25 ล้านบาท โดยเฉพาะจากงานเก็บขนและกำจัดขยะในจังหวัดนนทบุรีและเทศบาลนครเชียงใหม่ แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวและความสำคัญของธุรกิจบริการนี้
**ต้นทุนงานบริการ:** เพิ่มขึ้น 289.80% เป็น 40.11 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งประกอบด้วยค่าจ้างพนักงานและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถเก็บขนขยะ
**มูลค่างานในมือ (Backlog):** ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 1,899.06 ล้านบาท แบ่งเป็นงานรับเหมาก่อสร้าง 776.66 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2565 และงานเก็บขนและกำจัดมูลฝอย 1,122.40 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ไปจนถึงไตรมาส 1/2570 Backlog นี้เป็นฐานรายได้ที่สำคัญสำหรับบริษัทในระยะกลางถึงยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับงบดุล งบกระแสเงินสด หรืออัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ เช่น D/E Ratio อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึง **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 75.54% เป็น 3.23 ล้านบาท** ซึ่งเกิดจากการกู้ยืมเงินระยะยาวเพิ่มขึ้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน บ่งชี้ว่าบริษัทอาจมีการพึ่งพาเงินกู้ยืมมากขึ้น ซึ่งต้องติดตามภาระดอกเบี้ยจ่ายและโครงสร้างเงินทุนในอนาคต
## สรุปท้าย
CRD ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญกับความท้าทายจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุน โดยเฉพาะต้นทุนงานก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบจากราคาวัสดุและปัญหาความล่าช้า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวและพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการฟื้นตัวของงานก่อสร้างและธุรกิจบริการที่ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ มูลค่างานในมือ (Backlog) ที่มีอยู่เป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ในอนาคต แต่บริษัทจำเป็นต้องบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อประคองอัตรากำไรและพลิกกลับมามีกำไรในระยะต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัสดุและการแข่งขันในอุตสาหกรรม
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CRD ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
254.08
ล้านบาท
↓ 15.1% YoY
กำไรขั้นต้น
39.95
ล้านบาท
↑ 56.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.72
%
กำไรสุทธิ
29.49
ล้านบาท
↑ 521% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.61
%
D/E Ratio
0.99
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
254
↓ -15.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
40
↑ + 56.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
29
↑ + 521%
YoY
D/E Ratio
0.99
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CRD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.99
ROE (%)
11.06
ROA (%)
6.76
Book Value/หุ้น
0.99
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CRD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-29
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CRD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
24.78
-165.52%
|
-37.82
-62.14%
|
-99.90
-170.84%
|
141.03
-651.98%
|
-25.55
-124.15%
|
105.80
-242.93%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-28.83
-221.65%
|
23.70
-496.32%
|
-5.98
-115.34%
|
38.99
+261.35%
|
10.79
-112.31%
|
-87.65
-456.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
9.32
-150.32%
|
-18.52
-114.58%
|
127.03
-195.08%
|
-133.60
-318.48%
|
61.15
+1,509.21%
|
3.80
-60.62%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
4.08
-112.00%
|
-34.01
|
0.00
-100.00%
|
-14.61
-159.78%
|
24.44
+127.56%
|
10.74
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
6.17
+18.20%
|
5.22
-67.78%
|
16.20
-47.40%
|
30.80
+1.78%
|
30.26
+55.10%
|
19.51
-43.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
61.25
+892.71%
|
6.17
+18.20%
|
5.22
-67.78%
|
16.20
-47.40%
|
30.80
+1.78%
|
30.26
+55.10%
|