บริษัท ซีพีอาร์ โกมุ อินดัสเตรียล จำกัด (มหาชน)
MAI ·
2.52
+0.02 (+0.80%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3477 out_tok=2443 at=2026-07-25T13:03:48 -->
# CPR กำไรสุทธิปี 65 หด 24% รับพิษขาดแคลนชิป-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้รวมวูบ 5.89% สวนทางต้นทุนวัตถุดิบบางตัวปรับขึ้น ฝ่ายจัดการเร่งคุมค่าใช้จ่าย
บริษัท ซีพีอาร์ โกมุ อินดัสเตรียล จำกัด (มหาชน) หรือ CPR รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 52.24 ล้านบาท ลดลง 23.97% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 5.89% จากปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์กระทบอุตสาหกรรมยานยนต์ ขณะที่ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับลดลงได้จากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการควบคุมต้นทุน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ CPR ในปี 2565 ลดลง 23.97% มาจาก **รายได้รวมที่ปรับตัวลดลง 5.89%** เป็นสำคัญ แม้ว่าต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารจะลดลงได้ แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากยอดขายที่หดตัวได้ทั้งหมด
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การลดลงของรายได้รวมได้รับผลกระทบโดยตรงจาก **ปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก** ซึ่งยืดเยื้อกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ค่ายานยนต์ต้องปรับลดเป้าหมายการผลิตและการขาย ทำให้คำสั่งซื้อสินค้าของ CPR ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ลดลงตามไปด้วย ในขณะเดียวกัน แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบบางตัวที่ปรับตัวสูงขึ้นจากการควบรวมรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ราคาพลังงานและวัตถุดิบบางชนิดในตลาดโลกสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารให้ลดลงได้ 7.72 ล้านบาท และ 2.29 ล้านบาท ตามลำดับ ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการควบคุมการใช้วัตถุดิบอย่างเหมาะสม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์เป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ซึ่งฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่ามีแนวโน้มยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ไม่ได้ระบุถึงแนวโน้มการคลี่คลายในระยะสั้น หรือการปรับเพิ่มเป้าหมายการผลิตในอนาคตอันใกล้ ทำให้ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดี แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่าย ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในระดับหนึ่งหากสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 52.24 ล้านบาท ลดลง 23.97% YoY** จาก 68.71 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้รวมปี 2565 อยู่ที่ 448.06 ล้านบาท ลดลง 5.89% YoY** จาก 476.08 ล้านบาทในปี 2564
* **ต้นทุนขายลดลง 2.16% YoY** และ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 6.01% YoY**
* **กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานปี 2565 อยู่ที่ 0.26 บาท ลดลง 25.71% YoY** จาก 0.35 บาทในปี 2564
* ปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการคือ **ปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก** ส่งผลกระทบต่อการผลิตและยอดขายของอุตสาหกรรมยานยนต์
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ซีพีอาร์ โกมุ อินดัสเตรียล จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการสำหรับปี 2565 โดยมีรายได้รวม 448.06 ล้านบาท ลดลง 5.89% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (FY 2564) ที่มีรายได้รวม 476.08 ล้านบาท ต้นทุนขายอยู่ที่ 349.27 ล้านบาท ลดลง 2.16% YoY และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 35.80 ล้านบาท ลดลง 6.01% YoY ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้อยู่ที่ 64.06 ล้านบาท ลดลง 23.81% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 52.24 ล้านบาท ลดลง 23.97% YoY เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิ 68.71 ล้านบาท กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานลดลงจาก 0.35 บาท เป็น 0.26 บาท
เมื่อพิจารณาในไตรมาส 4 ปี 2565 (Q4 2565) บริษัทฯ มีรายได้รวม 109.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.09% QoQ จาก 108.37 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 (Q3 2565) แต่ลดลง 1.10% YoY จาก 110.83 ล้านบาทในไตรมาส 4 ปี 2564 (Q4 2564) ต้นทุนขายใน Q4 2565 อยู่ที่ 93.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.75% QoQ และเพิ่มขึ้น 1.99% YoY ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 8.70 ล้านบาท ลดลง 2.13% QoQ และลดลง 3.76% YoY ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้ใน Q4 2565 อยู่ที่ 7.68 ล้านบาท ลดลง 37.71% QoQ และลดลง 64.20% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 6.28 ล้านบาท ลดลง 36.88% QoQ และลดลง 71.27% YoY
## โอกาส
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** แม้จะเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบบางตัวที่สูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารให้ลดลงได้ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ช่วยลดผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** หากปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์คลี่คลายลง และอุตสาหกรรมยานยนต์กลับมาฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อคำสั่งซื้อและรายได้ของ CPR โดยตรง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** การที่ราคาวัตถุดิบบางตัวปรับตัวสูงขึ้นจากการควบรวมรัสเซีย-ยูเครน เป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของบริษัทฯ ในอนาคต
* **ความไม่แน่นอนของปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์:** ปัญหาดังกล่าวอาจยืดเยื้อกว่าที่คาดการณ์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการผลิตและการส่งมอบสินค้าของลูกค้าในอุตสาหกรรมยานยนต์ และกระทบต่อยอดขายของ CPR
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์เป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาเสมอ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการคลี่คลายของปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์:** การปรับลดเป้าหมายการผลิตของค่ายรถยนต์จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด
* **การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลัก:** โดยเฉพาะยางพารา ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของบริษัทฯ
* **กลยุทธ์การบริหารต้นทุน:** บริษัทฯ จะสามารถรักษาประสิทธิภาพการควบคุมต้นทุนได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การปรับตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) อาจส่งผลต่อความต้องการชิ้นส่วนในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล utilization rate โดยตรง แต่จากผลกระทบปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ที่ส่งผลให้มีการปรับลดเป้าหมายการผลิตของค่ายรถยนต์ คาดการณ์ได้ว่า utilization rate อาจได้รับผลกระทบ
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล order book โดยตรง แต่การที่รายได้รวมลดลง YoY บ่งชี้ถึงคำสั่งซื้อที่ลดลง
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงการปรับตัวขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบบางอย่างจากการควบรวมรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ราคาพลังงานและวัตถุดิบบางตัวในตลาดโลกสูงขึ้น
* **GPM (Gross Profit Margin):** ไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่จากข้อมูลต้นทุนขายและรายได้รวม สามารถคำนวณได้ว่า GPM ในปี 2565 อยู่ที่ประมาณ 22.04% ลดลงจาก 25.64% ในปี 2564
* **การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่ปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์กระทบอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ซึ่งเป็นตลาดหลักของ CPR
* **ค่าเงิน:** ไม่มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่มีการกล่าวถึงข้อมูลสินค้าคงคลังในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ
## สรุปท้าย
ผลประกอบการปี 2565 ของ CPR ได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกอย่างปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ ทำให้รายได้รวมปรับลดลง แม้บริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากยอดขายที่หดตัวได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การควบคุมต้นทุนที่ดีเป็นจุดแข็งที่น่าจับตา ขณะที่โอกาสในการฟื้นตัวจะขึ้นอยู่กับการคลี่คลายของปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์และการกลับมาของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPR ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
88.15
ล้านบาท
↓ 12.1% YoY
กำไรขั้นต้น
9.47
ล้านบาท
↑ 99.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.75
%
กำไรสุทธิ
4.75
ล้านบาท
↑ 1003.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.38
%
D/E Ratio
0.13
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
88
↓ -12.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
9
↑ + 99.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
5
↑ + 1003.7%
YoY
D/E Ratio
0.13
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.13
ROE (%)
4.12
ROA (%)
4.34
Book Value/หุ้น
2.55
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-5
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-5.10
-77.02%
|
-22.19
-10.09%
|
-24.68
-64.91%
|
-70.33
+85.08%
|
-38.00
-263.51%
|
23.24
-42.16%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7.28
-76.87%
|
31.48
-283.34%
|
-17.17
-517.76%
|
4.11
-4,666.67%
|
-0.09
-100.42%
|
21.37
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
15.85
-112.51%
|
-126.66
-805.63%
|
17.95
-180.60%
|
-22.27
+34.24%
|
-16.59
-37.40%
|
-26.50
-90.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
20.41
-116.15%
|
-126.41
+423.65%
|
-24.14
-45.01%
|
-43.90
+99.64%
|
-21.99
-205.32%
|
20.88
-330.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
196.03
-23.64%
|
256.71
+22.59%
|
209.41
+13.15%
|
185.08
+25.05%
|
148.00
+73.18%
|
85.46
-71.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
205.69
+4.93%
|
196.03
-23.64%
|
256.71
+22.59%
|
209.41
+13.15%
|
185.08
+25.05%
|
148.00
+73.18%
|