บริษัท ซีพีอาร์ โกมุ อินดัสเตรียล จำกัด (มหาชน)
MAI ·
2.52
+0.02 (+0.80%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3330 out_tok=2126 at=2026-07-25T14:31:16 -->
# CPR พลิกกำไร Q3/2564 โตกว่า 30 เท่า รับอานิสงส์อุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว
## รายได้รวมพุ่ง 47.82% สวนทางโควิด-19 หลังผู้ผลิตรถยนต์ใช้ไทยฐานผลิตส่งออก
บริษัท ซีพีอาร์ โกมุ อินดัสเตรียล จำกัด (มหาชน) หรือ CPR รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 14.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 3,088% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 0.50 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้รวมที่เติบโตถึง 47.82% แม้จะเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 และการขาดแคลนอะไหล่
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ CPR ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ส่งผลให้รายได้รวมเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 47.82%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่พลิกให้บริษัทกลับมามีกำไรสุทธิ 14.94 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุนในปีก่อนหน้า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และการขาดแคลนอะไหล่ยังคงเป็นปัจจัยลบต่อตลาดรถยนต์โดยรวม แต่ฝ่ายจัดการระบุว่า **ผู้ผลิตรถยนต์บางรายได้ปรับสายการผลิตโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์บางรุ่นเพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ** การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ CPR สามารถคงกำลังการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง และได้รับการสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของรายได้รวม
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขาย 32.10% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 11.82% นั้น สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของยอดขาย ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เติบโต
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าการที่ผู้ผลิตรถยนต์ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกจะเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญในไตรมาสนี้ แต่เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มหรือความยั่งยืนของคำสั่งซื้อดังกล่าวในระยะยาว ปัจจัยลบอย่างการแพร่ระบาดของ COVID-19 และการขาดแคลนอะไหล่ยังคงเป็นความท้าทายที่อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวมได้ในอนาคต จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์และคำสั่งซื้อจากผู้ผลิตรถยนต์อย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** CPR มีกำไรสุทธิ 14.94 ล้านบาท ใน Q3/2564 เพิ่มขึ้น 3,088% YoY จากขาดทุน 0.50 ล้านบาทใน Q3/2563
* **รายได้รวมเติบโตแรง:** รายได้รวมอยู่ที่ 121.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.82% YoY จาก 82.19 ล้านบาท
* **อุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว:** การที่ผู้ผลิตรถยนต์ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออก ช่วยหนุนคำสั่งซื้อและการผลิตของ CPR
* **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มตามยอดขาย:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 32.10% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 11.82% สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ซีพีอาร์ โกมุ อินดัสเตรียล จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 121.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 82.19 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้ส่งผลให้ต้นทุนขายปรับตัวสูงขึ้น 32.10% มาอยู่ที่ 93.75 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 11.82% มาอยู่ที่ 10.03 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งได้ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 2,307.89% มาอยู่ที่ 18.30 ล้านบาท และส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 14.94 ล้านบาท พลิกจากที่ขาดทุน 0.50 ล้านบาทในปีก่อนหน้า คิดเป็นการเติบโตถึง 3,088% โดยมีกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานอยู่ที่ 0.075 บาท
## โอกาส
* **การใช้ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์เพื่อส่งออก:** หากผู้ผลิตรถยนต์ยังคงใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสำหรับตลาดส่งออกอย่างต่อเนื่อง จะเป็นโอกาสสำคัญในการรักษาและเพิ่มคำสั่งซื้อให้กับ CPR
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก:** หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 คลี่คลายลง และปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์คลี่คลายลง จะส่งผลดีต่อการผลิตและการจำหน่ายรถยนต์ทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลบวกต่อ CPR ในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19:** การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของไวรัสอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและการขนส่ง รวมถึงกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การขาดแคลนอะไหล่และวัตถุดิบ:** ปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนสำคัญ โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์ ยังคงเป็นความเสี่ยงต่ออุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวม และอาจส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตและการส่งมอบของลูกค้า CPR
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในงวดนี้จะไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่การส่งออกไปยังหลายประเทศอาจทำให้ CPR เผชิญความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มคำสั่งซื้อจากผู้ผลิตรถยนต์:** ติดตามว่าคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากการใช้ไทยเป็นฐานผลิตเพื่อส่งออกจะมีความต่อเนื่องหรือไม่
* **สถานการณ์การขาดแคลนชิ้นส่วน:** การคลี่คลายของปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์และชิ้นส่วนอื่นๆ ที่กระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์
* **การปรับตัวของผู้ผลิตรถยนต์:** การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การผลิตของผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่อาจส่งผลต่อปริมาณคำสั่งซื้อในอนาคต
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้ในเอกสารจะไม่ได้ระบุถึงราคาวัตถุดิบ แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาสำหรับผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 3 ปี 2564 CPR ได้รับอานิสงส์จากการที่ผู้ผลิตรถยนต์บางรายเลือกใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออก ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถรักษา **กำลังการผลิต (Utilization)** ได้อย่างต่อเนื่องและมี **คำสั่งซื้อ (Order Book)** ที่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่าสถานการณ์โดยรวมของตลาดรถยนต์จะยังคงเผชิญความท้าทายจาก COVID-19 และการขาดแคลนอะไหล่ การเพิ่มขึ้นของยอดขายส่งผลให้ต้นทุนขายปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย แต่การเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งกว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุน ทำให้ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** มีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลข GPM โดยตรง แต่การที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น บ่งชี้ถึง GPM ที่ดีขึ้น) สำหรับ **ราคาวัตถุดิบ** และ **อัตราแลกเปลี่ยน** ไม่ได้ถูกกล่าวถึงเป็นปัจจัยหลักในเอกสารนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในไตรมาส 3 ปี 2564
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 ของ CPR สะท้อนถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการที่ผู้ผลิตรถยนต์เลือกใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออก ซึ่งช่วยหนุนให้รายได้รวมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ พลิกให้บริษัทกลับมามีกำไรสุทธิได้อย่างงดงาม แม้จะยังคงมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด แต่การปรับตัวของผู้ผลิตยานยนต์ถือเป็นสัญญาณบวกที่น่าสนใจสำหรับทิศทางในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPR ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
88.15
ล้านบาท
↓ 12.1% YoY
กำไรขั้นต้น
9.47
ล้านบาท
↑ 99.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.75
%
กำไรสุทธิ
4.75
ล้านบาท
↑ 1003.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.38
%
D/E Ratio
0.13
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
88
↓ -12.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
9
↑ + 99.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
5
↑ + 1003.7%
YoY
D/E Ratio
0.13
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.13
ROE (%)
4.12
ROA (%)
4.34
Book Value/หุ้น
2.55
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-5
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-5.10
-77.02%
|
-22.19
-10.09%
|
-24.68
-64.91%
|
-70.33
+85.08%
|
-38.00
-263.51%
|
23.24
-42.16%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7.28
-76.87%
|
31.48
-283.34%
|
-17.17
-517.76%
|
4.11
-4,666.67%
|
-0.09
-100.42%
|
21.37
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
15.85
-112.51%
|
-126.66
-805.63%
|
17.95
-180.60%
|
-22.27
+34.24%
|
-16.59
-37.40%
|
-26.50
-90.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
20.41
-116.15%
|
-126.41
+423.65%
|
-24.14
-45.01%
|
-43.90
+99.64%
|
-21.99
-205.32%
|
20.88
-330.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
196.03
-23.64%
|
256.71
+22.59%
|
209.41
+13.15%
|
185.08
+25.05%
|
148.00
+73.18%
|
85.46
-71.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
205.69
+4.93%
|
196.03
-23.64%
|
256.71
+22.59%
|
209.41
+13.15%
|
185.08
+25.05%
|
148.00
+73.18%
|