บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
14.20
0.40 (2.74%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3999 out_tok=2320 at=2026-07-25T12:14:02 -->
# BTNC พลิกขาดทุนลด 47% รับรายได้องค์กร-อุปกรณ์แพทย์พุ่ง Q4/64
## ฝ่ายจัดการชี้ปรับกลยุทธ์รับมือโควิด-19 หนุนรายได้โต สวนทางยอดขายหน้าร้านที่หดตัว
บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BTNC รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 47.35 ล้านบาทในปี 2563 มาเป็นขาดทุนสุทธิ 25.09 ล้านบาทในปี 2564 คิดเป็นการลดลงของผลขาดทุนถึง 47.02% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับตัวเชิงรุกของบริษัทฯ ในการเพิ่มการให้บริการขายสินค้าอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับป้องกันโควิด-19 ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากการแพร่ระบาดที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของธุรกิจค้าปลีกดั้งเดิม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลขาดทุนสุทธิของ BTNC ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในปี 2564 คือ **การปรับเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ โดยมีรายได้จากการขายองค์กร (บริการเครื่องแบบและอุปกรณ์ทางการแพทย์) ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ชดเชยรายได้จากการขายสินค้าปลีกที่ลดลงอย่างมาก** โดยบริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิลดลง 47.02% จาก 47.35 ล้านบาท เป็น 25.09 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้นในไตรมาส 2 และ 3 ของปี 2564 ส่งผลให้รัฐบาลมีมาตรการปิดสถานที่และจำกัดการเดินทาง ซึ่งกระทบอย่างหนักต่อธุรกิจค้าปลีกดั้งเดิมของ BTNC ทำให้รายได้จากการขายสินค้าปลีกลดลงถึง 44.69% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์โดยการเพิ่มการให้บริการขายสินค้าอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับป้องกันโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายองค์กรเพิ่มขึ้นถึง 255.03% กลายเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้หลักของบริษัทฯ ในปีนี้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้บริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการปิดจุดขายหลายแห่งเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มงบประมาณการสื่อสารและการตลาดสำหรับช่องทางออนไลน์
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก** การปรับกลยุทธ์ของ BTNC ในการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มสินค้าอุปกรณ์ทางการแพทย์และการเสริมช่องทางออนไลน์ เป็นการปรับตัวที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของธุรกิจค้าปลีกดั้งเดิมจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการของภาครัฐ ซึ่งอาจส่งผลต่อยอดขายหน้าร้านในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **ผลขาดทุนสุทธิลดลง 47.02%** จาก 47.35 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 25.09 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 11.01%** เป็น 427.79 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการขายองค์กรที่พุ่งสูงขึ้น 255.03%
* **รายได้จากการขายสินค้าปลีกหดตัว 44.69%** สะท้อนผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และการปิดสถานที่
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 42.85% เป็น 31.37% เนื่องจากสัดส่วนรายได้จากกลุ่มสินค้าอุปกรณ์ทางการแพทย์มีกำไรขั้นต้นต่ำกว่าสินค้าแฟชั่น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 25.71%** จากการบริหารจัดการค่าเช่า การปิดจุดขาย และการปรับโครงสร้างการดำเนินงาน
* **ผลกำไรเบ็ดเสร็จรวมพลิกเป็นบวก 39.28 ล้านบาท** จากปีก่อนขาดทุน 54.78 ล้านบาท โดยมีผลกำไรจากเงินลงทุนในตราสารทุนเข้ามาสนับสนุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 427.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.01% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายสินค้าปลีกลดลง 134.94 ล้านบาท (44.69%) แต่ถูกชดเชยด้วยรายได้จากการขายองค์กรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 180.47 ล้านบาท (255.03%) ขณะที่รายได้อื่นลดลงเล็กน้อย 3.09 ล้านบาท (32.35%) จากรายได้ค่าเช่าที่ลดลง
ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 176.40 ล้านบาท ลดลง 61.05 ล้านบาท (25.71%) ซึ่งเป็นผลมาจากการได้รับส่วนลดและยกเว้นค่าเช่าจากศูนย์การค้าตามมาตรการของรัฐบาล การปิดจุดขาย และการบริหารจัดการโครงสร้างการปฏิบัติงานใหม่
อัตรากำไรขั้นต้นสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 31.37% ลดลงจาก 42.85% ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากสัดส่วนรายได้จากการขายองค์กร (บริการเครื่องแบบและอุปกรณ์ทางการแพทย์) ที่มีกำไรขั้นต้นต่ำกว่ารายได้จากการขายสินค้าแฟชั่น
บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 25.09 ล้านบาท ลดลง 47.02% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน 47.35 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทฯ มีผลกำไรเบ็ดเสร็จอื่นจากเงินลงทุนในตราสารทุนสุทธิจากภาษีจำนวน 64.37 ล้านบาท ทำให้ผลกำไรเบ็ดเสร็จรวมสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 39.28 ล้านบาท พลิกจากปีก่อนที่ขาดทุน 54.78 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดอุปกรณ์ทางการแพทย์:** ความต้องการสินค้าอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อป้องกันโควิด-19 ยังคงมีอยู่ ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯ
* **การขยายช่องทางออนไลน์:** การลงทุนและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับช่องทางออนไลน์ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและสร้างยอดขายในระยะยาว
* **การปรับตัวตามสถานการณ์:** ความสามารถในการปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน เช่น การปิดจุดขายและการบริหารค่าใช้จ่าย จะช่วยลดผลกระทบและรักษาความสามารถในการดำเนินธุรกิจ
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อมาตรการของภาครัฐ และพฤติกรรมการบริโภค ซึ่งกระทบต่อยอดขายของธุรกิจค้าปลีก
* **การแข่งขันในตลาดอุปกรณ์ทางการแพทย์:** ตลาดอุปกรณ์ทางการแพทย์อาจมีการแข่งขันสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาขายและอัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** หากผู้บริโภคยังคงมีพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์เป็นหลัก อาจส่งผลกระทบต่อความจำเป็นของหน้าร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของยอดขายสินค้าแฟชั่นและสินค้าในกลุ่มธุรกิจหลักของบริษัทฯ
* การเติบโตของรายได้จากช่องทางออนไลน์ และประสิทธิภาพของแคมเปญการตลาด
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในสภาวะที่ผันผวน
* ความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าองค์กรและขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มสินค้าอุปกรณ์ทางการแพทย์
* ผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **S<bos>s/Volume:** รายได้จากการขายสินค้าปลีก (ซึ่งสะท้อน SSS/volume ของสินค้าแฟชั่น) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 44.69% บ่งชี้ถึงปริมาณการขายที่ลดลงอย่างมากจากการปิดสถานที่และข้อจำกัดในการเดินทาง
* **ราคาขาย:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับราคาขายสินค้าโดยตรง แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากอุปกรณ์ทางการแพทย์ อาจบ่งชี้ว่าราคาขายของสินค้ากลุ่มนี้อาจมีอัตรากำไรที่ต่ำกว่าสินค้าแฟชั่น
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ไม่ได้มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนวัตถุดิบโดยตรง
* **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** มีการเพิ่มงบประมาณค่าใช้จ่ายในการสื่อสารและโฆษณาสำหรับช่องทางการขายออนไลน์ เพื่อสนับสนุนการขาย
* **ช่องทาง Modern Trade/Online:** ช่องทาง Modern Trade ได้รับผลกระทบจากการปิดสถานที่ ส่งผลให้ยอดขายหน้าร้านลดลง ในขณะที่ช่องทางออนไลน์ได้รับการสนับสนุนและคาดว่าจะเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างรายได้ในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรงในปี 2564
## สรุปท้าย
BTNC ในปี 2564 สามารถพลิกสถานการณ์จากผลขาดทุนจำนวนมากมาสู่การขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการปรับกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จในการเพิ่มรายได้จากกลุ่มสินค้าอุปกรณ์ทางการแพทย์และบริการองค์กร ซึ่งเข้ามาทดแทนยอดขายสินค้าแฟชั่นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงและการพึ่งพิงรายได้จากกลุ่มสินค้าดังกล่าวเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ขณะที่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพและการเสริมสร้างช่องทางออนไลน์เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยประคองผลประกอบการ และมีโอกาสที่จะสร้างการเติบโตต่อเนื่องหากสถานการณ์ต่างๆ เอื้ออำนวย
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BTNC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
112.78
ล้านบาท
↑ 65.3% YoY
กำไรขั้นต้น
32.06
ล้านบาท
↑ 1.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.42
%
กำไรสุทธิ
35.28
ล้านบาท
↓ 724.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
31.28
%
D/E Ratio
0.09
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
113
↑ + 65.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
32
↑ + 1.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
35
↓ -724.9%
YoY
D/E Ratio
0.09
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BTNC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.09
ROE (%)
7.08
ROA (%)
7.88
Book Value/หุ้น
42.46
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BTNC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+21
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BTNC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
20.72
-47.98%
|
39.83
-376.41%
|
-14.41
-37.38%
|
-23.01
-795.17%
|
3.31
-17.04%
|
3.99
-133.33%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2.57
-93.67%
|
-40.62
+207.03%
|
-13.23
-171.59%
|
18.48
+3,032.20%
|
0.59
-128.37%
|
-2.08
-216.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
23.37
-1,857.14%
|
-1.33
-106.07%
|
21.90
-56.56%
|
50.42
+241.60%
|
14.76
-182.78%
|
-17.83
+16,109.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
41.53
-2,077.62%
|
-2.10
-63.35%
|
-5.73
-112.49%
|
45.88
+146.01%
|
18.65
-1,081.58%
|
-1.90
-81.52%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
22.56
+42.69%
|
15.81
+147.81%
|
6.38
-72.27%
|
23.01
+298.10%
|
5.78
-24.74%
|
7.68
+125.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3.66
-83.78%
|
22.56
+42.69%
|
15.81
+147.81%
|
6.38
-72.27%
|
23.01
+298.10%
|
5.78
-24.74%
|