บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
14.20
0.40 (2.74%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3736 out_tok=2532 at=2026-07-25T12:32:44 -->
# BTNC พลิกขาดทุนหนัก Q3/64 เหลือเพียง 0.40 ล้านบาท รับอานิสงส์ขายอุปกรณ์แพทย์-คุมค่าใช้จ่าย
## รายได้อุปกรณ์แพทย์พุ่ง 726% หนุนผลงาน Q3/64 พลิกฟื้น ขณะที่ค่าเช่าลดลงช่วยลดต้นทุน
บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BTNC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 17.05 ล้านบาท ในปีก่อน มาเป็นขาดทุนสุทธิเพียง 0.40 ล้านบาท คิดเป็นการลดลงของผลขาดทุนถึง 97.68% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับป้องกันโควิด-19 และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BTNC ในไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกฟื้นจากขาดทุนหนักมาสู่ภาวะขาดทุนที่ลดลงอย่างมาก มาจากสองปัจจัยหลัก คือ การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายองค์กร โดยเฉพาะสินค้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ และการลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการคือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายองค์กร (บริการเครื่องแบบและอุปกรณ์ทางการแพทย์) ที่พุ่งสูงถึง 726.79%** คิดเป็น 112.27 ล้านบาท ซึ่งเข้ามาทดแทนรายได้จากการขายสินค้ากลุ่มแฟชั่นที่ลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ **การลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารถึง 46.84%** หรือ 29.48 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการขายที่ลดลง 27.14 ล้านบาท จากการได้รับส่วนลดและยกเว้นค่าเช่าสถานที่ตามมาตรการปิดสถานที่ชั่วคราวของรัฐบาล เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดแรงกดดันต่อผลขาดทุน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอุปกรณ์ทางการแพทย์เป็นผลมาจากการปรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมุ่งเน้นการให้บริการขายสินค้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการสูงในช่วงเวลาดังกล่าว ในขณะเดียวกัน การประกาศปิดสถานที่ชั่วคราวของรัฐบาลในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม 2564 ส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับส่วนลดและยกเว้นค่าเช่าจากศูนย์การค้า ทำให้ค่าใช้จ่ายในการขายลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้บริหารจัดการโครงสร้างการปฏิบัติงานของพนักงานใหม่ ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงด้วย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ารายได้จากอุปกรณ์ทางการแพทย์จะเข้ามาช่วยประคองผลประกอบการในไตรมาสนี้ แต่ลักษณะของรายได้ดังกล่าวอาจเป็นไปตามสถานการณ์การระบาดของโรค ซึ่งมีความไม่แน่นอนสูง การลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายจากการได้รับส่วนลดค่าเช่าก็เป็นผลมาจากมาตรการชั่วคราวของรัฐบาล ซึ่งเมื่อสถานการณ์คลี่คลายและศูนย์การค้ากลับมาเปิดดำเนินการตามปกติ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจกลับมาเพิ่มขึ้นได้ ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งเน้นการขายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่อาจมีความต่อเนื่อง แต่ต้องพิจารณาถึงการแข่งขันในตลาดสินค้าแฟชั่นและผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 97.68%:** จาก 17.05 ล้านบาท ใน Q3/63 เหลือ 0.40 ล้านบาท ใน Q3/64
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 41.27%:** อยู่ที่ 159.46 ล้านบาท จาก 113.65 ล้านบาท ใน Q3/63
* **รายได้จากการขายองค์กรพุ่ง 726.79%:** เป็น 112.27 ล้านบาท จาก 13.58 ล้านบาท ใน Q3/63
* **รายได้จากการขายสินค้าแฟชั่นลดลง 61.31%:** เหลือ 29.13 ล้านบาท จาก 75.29 ล้านบาท ใน Q3/63
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 46.84%:** อยู่ที่ 33.46 ล้านบาท จาก 62.94 ล้านบาท ใน Q3/63
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** อยู่ที่ 19.60% จาก 49.13% ใน Q3/63 เนื่องจากสัดส่วนรายได้จากอุปกรณ์การแพทย์มีกำไรขั้นต้นต่ำกว่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BTNC รายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 โดยมีผลขาดทุนเบ็ดเสร็จรวม 0.40 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 17.05 ล้านบาท คิดเป็นการลดลงถึง 97.68% การพลิกฟื้นนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้รวมที่ 41.27% มาอยู่ที่ 159.46 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายองค์กร (บริการเครื่องแบบและอุปกรณ์ทางการแพทย์) เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 726.79% เป็น 112.27 ล้านบาท ในขณะที่รายได้จากการขายสินค้ากลุ่มแฟชั่นลดลง 61.31% มาอยู่ที่ 29.13 ล้านบาท
ในด้านค่าใช้จ่าย บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้น โดยลดลง 46.84% มาอยู่ที่ 33.46 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการขาย 27.14 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากการได้รับส่วนลดและยกเว้นค่าเช่าสถานที่ตามมาตรการปิดสถานที่ชั่วคราวของรัฐบาล รวมถึงการบริหารจัดการโครงสร้างการปฏิบัติงานของพนักงานใหม่
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ลดลงอย่างมากจาก 49.13% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 19.60% ในไตรมาสนี้ เนื่องจากสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากกลุ่มสินค้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าสินค้าแฟชั่น
## โอกาส
* **การขยายตัวของตลาดอุปกรณ์ทางการแพทย์:** หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงมีอยู่ หรือมีความต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง อาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มเติม
* **การเพิ่มช่องทางการขายออนไลน์:** การมุ่งเน้นการขายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และสามารถเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น
* **การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ:** การลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของรายได้จากอุปกรณ์ทางการแพทย์:** รายได้ส่วนนี้อาจมีความผันผวนสูง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดและการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐและเอกชน
* **การแข่งขันในตลาดสินค้าแฟชั่น:** ตลาดสินค้าแฟชั่นมีการแข่งขันสูง และอาจได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง
* **การกลับมาของค่าใช้จ่ายในการขาย:** เมื่อมาตรการปิดสถานที่ชั่วคราวสิ้นสุดลง และศูนย์การค้ากลับมาเปิดดำเนินการตามปกติ ค่าใช้จ่ายในการขาย เช่น ค่าเช่า อาจกลับมาเพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง:** การที่สัดส่วนรายได้จากสินค้ากำไรขั้นต้นต่ำเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการทำกำไรโดยรวมของบริษัทฯ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ทิศทางรายได้จากการขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ในไตรมาสถัดไป
* แนวโน้มการฟื้นตัวของยอดขายสินค้าแฟชั่น และกลยุทธ์การตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขาย
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะค่าเช่าพื้นที่ค้าปลีก
* การเติบโตของยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ และผลตอบรับจากลูกค้า
* การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน (หากมีผลกระทบ)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
ในส่วนของรายได้จากการขายสินค้ากลุ่มแฟชั่น ซึ่งเป็นธุรกิจหลักเดิมของ BTNC พบว่ามีการปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 61.31% มาอยู่ที่ 29.13 ล้านบาท สะท้อนถึงผลกระทบจากการปิดสถานที่ชั่วคราวของรัฐบาลที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของร้านค้าในศูนย์การค้า และอาจรวมถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงในช่วงสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้พยายามเพิ่มการขายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นทิศทางที่สำคัญในการปรับตัว
ในทางกลับกัน รายได้จากการขายองค์กร โดยเฉพาะบริการเครื่องแบบและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ได้เข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของรายได้รวม โดยเติบโตถึง 726.79% เป็น 112.27 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและคว้าโอกาสทางธุรกิจในช่วงวิกฤต อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มสินค้าประเภทนี้ต่ำกว่าสินค้าแฟชั่น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของบริษัทฯ ลดลงอย่างมากจาก 49.13% เหลือเพียง 19.60%
การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเป็นจุดเด่นในไตรมาสนี้ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการขายที่ลดลง 27.14 ล้านบาท จากการได้รับส่วนลดและยกเว้นค่าเช่าจากศูนย์การค้า ซึ่งเป็นผลดีต่อผลประกอบการในระยะสั้น แต่เป็นปัจจัยที่ต้องติดตามว่าจะมีผลต่อเนื่องหรือไม่เมื่อมาตรการผ่อนคลาย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงขอข้ามส่วนนี้ไป)
## สรุปท้าย
BTNC ในไตรมาส 3 ปี 2564 สามารถพลิกสถานการณ์จากขาดทุนหนักมาสู่ภาวะขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอุปกรณ์ทางการแพทย์และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายที่ลดลง อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้มาพร้อมกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมาก ซึ่งเป็นความท้าทายที่ต้องจับตาในระยะต่อไป ขณะที่การฟื้นตัวของธุรกิจแฟชั่นและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตและความสามารถในการทำกำไรในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BTNC ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
112.78
ล้านบาท
↑ 65.3% YoY
กำไรขั้นต้น
32.06
ล้านบาท
↑ 1.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.42
%
กำไรสุทธิ
35.28
ล้านบาท
↓ 724.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
31.28
%
D/E Ratio
0.09
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
113
↑ + 65.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
32
↑ + 1.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
35
↓ -724.9%
YoY
D/E Ratio
0.09
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BTNC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.09
ROE (%)
7.08
ROA (%)
7.88
Book Value/หุ้น
42.46
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BTNC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+21
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BTNC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
20.72
-47.98%
|
39.83
-376.41%
|
-14.41
-37.38%
|
-23.01
-795.17%
|
3.31
-17.04%
|
3.99
-133.33%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2.57
-93.67%
|
-40.62
+207.03%
|
-13.23
-171.59%
|
18.48
+3,032.20%
|
0.59
-128.37%
|
-2.08
-216.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
23.37
-1,857.14%
|
-1.33
-106.07%
|
21.90
-56.56%
|
50.42
+241.60%
|
14.76
-182.78%
|
-17.83
+16,109.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
41.53
-2,077.62%
|
-2.10
-63.35%
|
-5.73
-112.49%
|
45.88
+146.01%
|
18.65
-1,081.58%
|
-1.90
-81.52%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
22.56
+42.69%
|
15.81
+147.81%
|
6.38
-72.27%
|
23.01
+298.10%
|
5.78
-24.74%
|
7.68
+125.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3.66
-83.78%
|
22.56
+42.69%
|
15.81
+147.81%
|
6.38
-72.27%
|
23.01
+298.10%
|
5.78
-24.74%
|