BEM
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BEM
บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
5.90
+0.10 (+1.72%)

สรุป Opportunity Day

วิเคราะห์ผลประกอบการโดย AI

1. สรุป OPPDAY (Q&A)

สรุป Oppday BEM: ไตรมาส 1 ปี 2568 - ความท้าทายและโอกาสท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน



ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2568 ของ BEM พบว่าธุรกิจยังคงเติบโตได้ แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โดยมีรายละเอียดดังนี้:



  1. ทางด่วน: ปริมาณจราจรเฉลี่ย 1.11 ล้านเที่ยวต่อวัน ลดลง 1.3% จากเหตุการณ์คานสะพานก่อสร้างหล่น อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าผ่านทางเฉลี่ยอยู่ที่ 25.4 ล้านบาทต่อวัน ลดลงเพียงเล็กน้อย 1.2%

  2. รถไฟฟ้า: ยังคงเติบโตได้ดี ปริมาณผู้โดยสารสายสีน้ำเงินเฉลี่ย 450,000 เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 4.6% (YoY) รายได้ค่าโดยสารเฉลี่ย 13.1 ล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้น 11.1% จากการเติบโตของผู้โดยสารและการปรับอัตราค่าโดยสาร


ภาพรวมรายได้จากการให้บริการอยู่ที่ 4,259 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% กำไรสุทธิ 871 ล้านบาท เติบโต 3% โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 20.38%



1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):


BEM ได้รับผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบในช่วงไตรมาส 1 ปี 2568



  • เชิงบวก: ธุรกิจรถไฟฟ้ายังคงเติบโตได้ดี โดยเฉพาะสายสีน้ำเงินที่มีปริมาณผู้โดยสารและรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

  • เชิงลบ: ธุรกิจทางด่วนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทำให้ปริมาณจราจรและรายได้ลดลงเล็กน้อย


ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ:



  • ปัจจัยภายนอก: เหตุการณ์คานสะพานก่อสร้างหล่น, การหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการก่อสร้าง, การลดลงของทางด่วนศรีรัช Sector D

  • ปัจจัยภายใน: ค่าซ่อมบำรุงที่ลดลงตามแผนงาน, ค่าบริการเดินรถและค่าซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่ลดลงตามสัญญาสัมปทาน


ตัวเลขทางการเงินและสถิติ:



  • รายได้จากการให้บริการ: 4,259 ล้านบาท (+0.2%)

  • กำไรสุทธิ: 871 ล้านบาท (+3%)

  • อัตรากำไรสุทธิ: 20.38%

  • ปริมาณจราจรทางด่วน: 1.11 ล้านเที่ยวต่อวัน (-1.3%)

  • รายได้ค่าผ่านทางเฉลี่ย: 25.4 ล้านบาทต่อวัน (-1.2%)

  • ปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน: 450,000 เที่ยวต่อวัน (+4.6%)

  • รายได้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าเฉลี่ย: 13.1 ล้านบาทต่อวัน (+11.1%)



2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):


บริษัทมองเห็นโอกาสในการเติบโตในระยะสั้นและระยะยาว:



  • ระยะสั้น: การกลับมาเปิดให้บริการตามปกติของทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง, การเปิดเทอมของโรงเรียน (พฤษภาคม), วันหยุดที่น้อยลง (มิถุนายน)

  • ระยะยาว: โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม, โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยายลงใต้


กลยุทธ์ที่บริษัทใช้ในการคว้าโอกาส:



  • การดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตามแผน

  • การเจรจาโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยายลงใต้กับรัฐบาล

  • การศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในโครงการทางด่วนและมอเตอร์เวย์อื่นๆ



3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):


บริษัทเผชิญกับความเสี่ยงและความท้าทายหลายด้าน:



  • ความเสี่ยงด้านการตลาด: ความกังวลของผู้ใช้ทางจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน, สภาพเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีนัก, พฤติกรรมการทำงานแบบ Hybrid Work

  • ความเสี่ยงด้านการแข่งขัน: การควบรวมกิจการของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม


ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความเสี่ยง:



  • ปริมาณจราจรและรายได้อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

  • การเติบโตอาจไม่สูงเท่าที่คาดการณ์ไว้



4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):


บริษัทมีแผนการรับมือกับความเสี่ยงและความท้าทาย:



  • การตรวจสอบและประเมินความแข็งแรงของโครงสร้าง

  • การให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ



5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):


บริษัทมีวิสัยทัศน์และเป้าหมายในการเติบโตในระยะยาว:



  • การเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (คาดการณ์ปี 2570-2571)



6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): [นาทีที่ 25:27]


Q: บริษัทมีความกังวลอะไรใน 1-3 ปีข้างหน้า และมีแผนรับมืออย่างไร?


A: บริษัทมีความมั่นคงและให้บริการด้วยดีมาตลอด จึงยังไม่มีความกังวลใดๆ นอกจากการรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด ซึ่งมีแผนรองรับอยู่แล้ว นอกจากนี้ โครงการใหม่ๆ ก็เป็นไปตามแผน



Q: บริษัทให้ความสำคัญกับอะไรเป็นสิ่งแรกในการดำเนินธุรกิจ?


A: ความปลอดภัยเป็นอันดับแรก (Safety First Priority) เห็นได้จากหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว ที่มีการสำรวจโครงสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินและทางด่วนอย่างละเอียด



Q: ตัวเลข ROIC เทียบกับ WACC เป็นอย่างไร?


A: ตัวเลขทั้งสองใกล้เคียงกัน แต่รายละเอียดมาก ต้องดูในทางการเงิน



Q: แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 เป็นอย่างไร คาดว่าจะโตดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหรือไม่ เพราะอะไร?


A: คาดว่า Q2 จะเติบโต แต่ไม่สูงเท่าที่มองไว้ เพราะยังมีผลกระทบอยู่ แต่ก็ยังน่าจะโตกว่า Q2 ปีที่แล้ว จากปริมาณผู้ใช้ทางและผู้โดยสาร



Q: ตั้งเป้ารายได้สำหรับปีนี้เติบโตเท่าไร เพราะอะไร เตรียมงบลงทุนไว้เท่าไร ทำอะไรบ้าง?


A: รายได้คงโตตามปกติ Q1 โตมา 2% กว่า Q2 ค่อยดูอีกที ทั้งปีน่าจะโต โดยมีการลงทุนในรถไฟฟ้าสายสีส้มตามแผน ซึ่งทำไปได้ 3-4% แล้ว



Q: ปีนี้จะมีการปรับขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าหรือทางด่วนหรือไม่?


A: รถไฟฟ้ายังไม่ปรับ เพราะเพิ่งปรับไปเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว โดยจะคิดอัตราค่าโดยสารทุก 2 ปี แต่จะปรับมากน้อยขึ้นอยู่กับ CPI Bangkok Non-Food ซึ่งจะปรับอีกทีเดือนกรกฎาคมปีหน้า (2569) ส่วนทางด่วนยังไม่ปรับตามสัญญา จะปรับอีกทีปี 2571 ขั้นที่ 1 และ 2 ส่วนเส้นใหม่ตรงบางซื่อ จะปรับทุก 5 ปี ซึ่งจะปรับอีกทีปีหน้า (2569)



Q: เป้าหมายรายได้โต 4-5% ในปีนี้ยังเหมือนเดิมหรือไม่?


A: คงไว้ก่อน อาจจะต้องดูหลายๆ เรื่อง ขอพิจารณาอีกทีหลัง แต่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร ขอประเมินครึ่งปีแรกก่อน แล้วจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง



โดยสรุป BEM ยังคงมุ่งมั่นที่จะเติบโตอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ และการพัฒนาโครงการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมและเศรษฐกิจ



หัวข้อที่ถามและคำตอบที่ผู้บริหารตอบในคลิป

  • ความกังวลของบริษัทใน 1-3 ปีข้างหน้าและแผนรับมือ

  • สิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกในการดำเนินธุรกิจ

  • ตัวเลข ROIC เทียบกับ WACC

  • แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568

  • เป้ารายได้ปีนี้, งบลงทุนและโครงการลงทุน

  • การปรับขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าและทางด่วน

  • เป้าหมายรายได้โต 4-5% ในปีนี้

ผู้เขียน: Admin AiO
2. Financial & KPI Analysis — Q1/2568